[Unfinished Draft] : Night
    ชายหนุ่มวัยรุ่นยี่สิบกว่าๆสูบบุหรี่อยู่ในตรอกสั้นๆที่หนีไม่พ้นจากเสียงคำรามของรถรา ควันสีเทานวลตาลอยเย้ายวนผ่านริมผีปากคล้ำจากความร้อนของมวนมะเร็ง เขาไม่ใช่ชายหนุ่มในวรรณกรรมศรรตวรรษที่ 20 ที่จมอยู่กับความเศร้าโศกและสิ้นหวังแต่อย่างใด เขากลับคิดว่าชีวิตมันเป็นเรื่องตลกร้ายเสียซะมากกว่า ท้องฟ้ามืดมิดของเมืองหลวงครวญเบาๆถึงความวุ่นวายที่เข้ามาไม่ถึงตรอกสั้นๆแห่งนี้ ประตูสีฟ้าสนิมเขรอะยืนพิงกำแพงอยู่อย่างนิ่งเฉย ป้ายเฉพาะที่ได้ใจความสั้นๆยืนห้อยสอยเกาะข้างกำแพงไว้ข้อความที่ว่า
ไม่จำเป็นต้องเข้า ไม่ต้องเข้า    มวนบุหรี่ที่สั้นกุดหล่นลงกระทบพื้นคอนกรีตที่ชุ่มช่ำด้วยน้ำนองตื้นๆจากฝนฟ้าที่เกเรไม่เป็นใจ รองเท้าหนังสีน้ำตาลอ่อนทรง Oxford บี้เจ้ามะเร็งสั้นกุดอย่างไม่แยแสก่อนที่จะย่างสามขุมเข้าหาประตูสนิมเขรอะที่ขังเสียงอื้ออึงไว้ข้างหลัง 

    โชคดีที่วันนี้ไม่มีความวุ่นวายมาเยี่ยมเยือน เบื้องหลังประตูที่ซอมซ่อปรากฎบาร์สีสลัวที่ห้อมล้อมไปด้วยไฟสีแดงสลัวและดนตรี Blue อันเศร้าโศกอย่างสนุกสนาน ที่นี่ไม่มีชื่อของมัน มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่ามีสถาณที่แบบนี้อยู่ใจกลางเมืองแสนวุ่นวาย ผมกระเซอะกระเซิงของเขาไม่เหมาะที่จะยืนอยู่ข้างหลังบาร์รวมทั้งขี้เถ้าที่นอนนิ่งอยู่ข้างในที่เขี่ยบุหรี่ คืนนี้ดูจะเงียบเหงาเพราะลูกค้าของเขามีเพียงแค่สี่คนเท่านั้นหากไม่นับรวมเขาเอง หนวดที่งอกเงยออกมาจากริมฝีปากบนของเขาลิ้มรสเบียร์รสชาติชืดก่อนที่จะโอบกอดเอาฟองขาวนวลไว้ก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้ามุ่งมาช้าๆทวนเสียงดนตรีสดอันเศร้าโศก 

    ชุดเสื้อยืดสีแดงที่ไม่ตัดกับยีนส์ขาม้าสีน้ำเงินเข้มนำพาบั้นท้ายอันอวบอั๋นของเธอหย่อนลงที่เก้าอี้หน้าบาร์
"ฺBuenas noche" เธอหยิบบุหรี่มาคาบที่ปากพร้อมจุดไฟพลางเอ่ยด้วยเสียงที่ฟังไม่ชัด
"รับอะไรดีล่ะวันนี้" เขายิ้มให้จากมุมปากพลางยื่นไฟแช็กให้
"อะไรสักอย่างที่ แรงๆไม่ต้องให้จำอะไรได้" เธอสูบมันอย่างละเมียดละไม
"รถสิบล้้อชนสักคันคงไม่เหมาะ ผมว่าบุหรี่ตัวนั้นก็เกินพอแล้ว" เขายังคงหยอกล้อ
"คุณไม่ต้องทำตัวตลกทุกทีก็ได้หรอก เอาอะไรที่ซีเรียสๆมาให้ลูกค้าขบคิดบ้างก็ได้" เธอพูดอย่างไม่สบอารมณ์กับเขาสักเท่าไหร่
"มันหน้าที่ผมที่ต้องทำให้ลูกค้าร่าเริงนิ คุณก็รู้ดีกว่าใคร" เขาจิบเบียร์ราคาถูกอีกครั้ง

เสียงดนตรียังคงบรรเลงไปอย่างบ้าคลั่ง แขกหญิงชายและไม่ทั้งหญิงและชายเริ่มตกอยู่ในภวังค์ดนตรี ชายหนุ่มและหญิงสาวที่บาร์ยังคงนั่งเสวนากันด้วยความเงียบที่น่าอึดอัดแต่ทั้งคู่ก็รู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อที่จะเปิดบทสนธนาใหม่

"แล้ว..เด็กมหาลัยที่คุณเคยเล่าว่าตามคุณไปต้อยๆจากเรื่องประหลาด เป็นไงบ้างล่ะ" เขากระแอม
"สติแตก ยังไม่ชินกับการที่ต้องเล่นเกมส์พรรนี้ อันที่จริงไม่ควรมีใครชิน"
"เขาชื่ออะไรนะ ปริญรึเปล่า"
"ปราช"
"นั่นล่ะหนุ่มน้อย ปราช คุณไม่คิดว่าเขาน่าสนใจเหรอ?" เขาเริ่มสนใจในบทสนธนาของเขาเอง
"คนสุดท้ายที่อยู่ในเกมส์นี้ นอนไม่ได้สติอยู่นะ ฉันควรต้องดีใจอย่างนั้นเหรอ" เธอยังคงไม่สบอารมณ์
"ผมว่ามันเป็นเรื่องน่าสนใจดีออก การเล่นเป็นพระเจ้าเนี่ย" เขาเริ่มพูด
"แต่เข้าใจแหล่ะ การที่เอาผู้คนมาเป็นหนูทดลองยาแบบนั้นมันเกินไป" เขาคาบบุหรี่ไว้ที่ปาก
"ฉันเลยทิ้งเขาไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว" ทันทีที่เธอจบประโยค ชายหนุ่มสำลักควันบุหรี่ทันใด
"คุณนี่เห็นแก่ตัวไม่เปลี่ยน"
"คุณมีสิทธิ์อะ--" เธอพยายามสวน
"ผมมีสิทธิ์วิจารณ์ เชื่อสิและผมไม่แคร์" เขายิ้มกระหยิ่มใจ

       และก็เป็นอย่างที่เขากล่าว เธอสบัดหน้าหันหลังให้บาร์ สายตาจดจ่อไปทางอื่นเพื่อปรับทัศนียภาพและวิธีคิดให้เป็นมืออาชีพกว่าที่จะมาสติแตกกับผู้ชายจอมกวนที่รู้ทันเธออย่างเขา
นาฬิกาที่อญู่บนข้อมือและผนังนั้นดูจะทำงานร่วมกันได้ดี มันเดินแต่ล่ะย่างก้าวผ่านกาลเวลาที่ยิดยาดอย่างไม่บ่นอิดออดเหมือนพลเมืองสมัยนี้ และมันยังทำหน้าที่ของมันตามที่ผู้สร้างกำหนดคุณภาพและคุณค่าของมันอย่างมานะ มีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่พลังงานมันจะหมดไปเสียบ้าง แต่เชื่อเถอะว่ามันก็จะกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ความคิดในภวังค์หนึ่งของชายหนุ่มที่กำลังเช็ดแก้วใบแล้วใบเล่าดังก้องกังวาลในหัวของเขา มีเพียงรอบยิ้มมุมปากเท่านั้นที่เผยออกมาเป็นภาษา ให้ตายเถอะ! เขาอยากจ้างพนักงานที่ทำงานเหมือนนาฬิกาจริงๆ

"จริงๆคุณมาทำงานกับผมก็ได้นะ ทิ้งชีวิตน่าเบื่อแบบนั้นไปซะ" เขาพูดเปลี่ยนเรื่อง
"ถ้าคุณจ่ายให้ฉันเดือนล่ะไม่ต่ำกว่าแสนและไม่รวมโบนั--" เธอหันมาพูดด้วยเสียงไม่ทันขาดปาก
"นั่นแหล่ะที่ทำให้คุณดูน่าเบื่อ ฐานะและตัวเลข" เขาพูดสีหน้าเรียบอย่างรู้ทันและดักคอ
"และเรื่องจริงคือคุณต่างหากล่ะที่ขี้เบื่อ" เธอค้อนแต่ยังยิ้ม

ท่ามกลางความโกลาหลอันซบเซา ประตูหน้าร้านกลับถูกเปิดขึ้นพร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินอ่อนที่กอดจูบกับน้ำขังตามท้องถนนและโคลน เสื้อโค้ทสีน้ำตาลตัดกับเสื้อเชิทสีขาวและกางเกงยีนส์รัดรูปสีเดนิมย่างเข้ามาตามทางเดินในร้านไฟสลัว เผยให้เห็นมนุษย์เพศชายแปลกหน้าที่เจ้าของร้านเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน คิ้วของเขาวางตัวอย่างเรียบง่ายก่อนจะหย่อนตัวลงบนโซฟามุมร้านและเริ่มสูบบุหรี่ 

"ดูเหมือนจะมีสมาชิกใหม่มาล่ะสิท่า" ชายหนุ่มคิ้วขมวดปม

ไม่บ่อยครั้งนักที่จะมีลูกค้าใหม่ๆมาแวะเวียนที่บาร์แห่งนี้และแน่นอน เขาต้องไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ สีหน้าของหญิงสาวเลิ่กลั่กพร้อมด้วยคำสบถเบาๆในสายลม เขาเป็นใครทำไมเธอต้องลุกลี้ลุกลนขนาดนี้

"ไม่ต้องทอน ฉันไปล่ะ" เธอวางธนบัตรสีแดงอ่อนสองใบลงบนโต๊ะก่อนจะรีบผละออกไป..บางทีเธอคงลืมว่าเธอเองยังไม่ได้สั่งอะไรเลย

"ยัยบ๊องเอ้ย" เขางุนงงกับเหตุการณ์อันรวดเร็ว
SHARE
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments