ตอน : เสื้อสูทที่ไม่ได้ใส่ ภาค 1

Scene : 42
Location : ชั้นบรรยากาศสตาโตสเฟีย BOEING747
Date : 2 ธันวาคม 2017
Time : 08:00 น.
Weather : ท้องฟ้ามีเมฆมาก


หลังจากหลุดพ้นสถานการณ์สภาพจราจรทางอากาศติดขัด จนเครื่องต้องดีเลย์กว่าชั่วโมง เราก็ตื่นขึ้นมาบนความสูง 3 หมื่นฟุต หรือประมาณ 10 กิโลเมตรจากพื้นดิน หรือจะเรียกให้ดูโก้ก็คือ เราอยู่ในชั้นบรรยากาศสตาโตสเฟีย ที่เขาทดลองกันมาแล้วว่าชั้นนี้ จะประหยัดเชื้อเพลิงที่สุด แต่ระยะทางจาก สมุทรปราการ(1)-ภูเก็ต นั้นไม่ได้ไกลกัน พอไต่ระดับได้ความสูงได้ไม่นาน ก็ต้องลดระดับเพื่อลงจอดแล้ว
เราหยิบหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊คเปื่อยๆสีฟ้าขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา ถึงมันจะหงิกงอเนื่องจากเรานำติดกระเป๋ามาด้วยคราที่ลงมาดูเรือครั้งแรก จำได้ไหมครับ ตอนหัวใจบ้าบิ่นตอนแรกเลยที่น้ำเข้าเรือดิงกี้ หนังสือเล่มนี้ก็อยู่ในกระเป๋านั้นด้วย เลยมีสภาพอย่างที่ผู้อ่านเห็นกัน FULL-TIME DIRECTOR PART-TIME LOSER ของเบ๊น ธนชาติ ศิริภัทราชัย นักเขียนที่เราชื่นชอบในลายมือ นอกจากนั้นแล้วเรายังประกอบสัมมาอาชีพหลักในสาขาวิชาเดียวกันอีกด้วย....อ่าจริงๆคือกูจะโยงว่ากูก็เป็นผู้กำกับเหมือนกันและก็ฝากผลงานแหละ เอาเป็นว่าเข้าช่วงขายตรงเลยละกัน จริงใจกันไปเลย
ขออนุญาตฝากช่องรายการที่เรามีส่วนร่วมด้วยช่วยกันผลิตออกมานะ คืองี้ ยิ่งรายการของที่ออฟฟิศมีคนดูเยอะ ลูกค้าก็จะเข้ามาสนับสนุนเยอะ ผลประกอบการก็จะเยอะ โบนัสก็จะเยอะ เงินเดือนก็จะขึ้น กูจะได้เอาเงินมาซ่อมเรือให้เสร็จได้เร็วๆ พวกเอ็งจะได้อ่านตอนกูออกทะเลจริงๆสักที นะๆ ฝากหน่อยช่วยๆกันเข้าไปกดไลค์กดแชร์ สนับสนุนกันด้วยครับ
https://www.youtube.com/user/iheredottv
https://www.facebook.com/iheretv/

(1) สนามบินสุวรรณภูมิตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการนะ ไม่ใช่ กทม. เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงคราวที่มีศิลปินนักร้องชื่อก้องโลก มาเปิดการแสดงสดที่บ้านเรา และชอบตั้งชื่องานตามท้ายชื่อศิลปินว่า live in Bangkok ทั้งที่จริงๆแล้ว สถานที่จัด ตั้งอยู่ที่จังหวัด นนทบุรี

เวลาล่วงเลยไปเกือบชั่วโมง กัปตันก็ประกาศให้เรา ปรับเบาะที่นั่ง เปิดกระจกหน้าต่าง และปิดอุปกรณ์อิเล็คทรอนิค เพื่อเตรียมตัวลงจอดยังสนามบินภูเก็ต เมื่อเราปฏิบัติตามคำสั่งของกัปตันเสร็จ ก็มองออกไปนอกหน้าต่าง สังเกตกลุ่มเมฆ ดูความสูงของมัน กลุ่มเมฆหนาเตอะลอยต่ำแบบนี้ ดูท่าวันนี้คงไม่พ้นเจอฝนอีกแน่นอน

Scene : 43
Location : สนามบินภูเก็ต
Date : 2 ธันวาคม 2017
Time : 11:00 น.
Weather : ท้องฟ้ามีเมฆมาก


การเดินทางครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิมนิดหน่อย เพราะเราไม่ได้เช่ารถมอเตอร์ไซค์ เนื่องจากพอมาลองคำนวนดูแล้วไม่คุ้ม
รายการ PHUKET KING’S CUP REGATTA 2017 แข่งกันทั้งหมด 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-9 ธันวาคม พักเบรค 1 วันในวันที่ 7
ซึ่งเราลงมาเตรียมตัวตั้งแต่วันที่ 2 และกลับในวันที่ 10 สิริรวมวันที่เราพำนักอยู่บนเกาะภูเก็ตทั้งหมด 9 วัน ครั้นจะแบกภาระค่าเช่ามอเตอร์ไซค์วันละ 250 X 9 คงจะไม่เหมาะนัก เราจึงหารถแท็กซี่นั่งไปยังบ้านพี่เขตแทน สนนราคาประมาณ 800 บาทจากสนามบิน ถึงอ่าวฉลอง


Scene : 44
Location : beyond resort kata phuket
Date : 2 ธันวาคม 2017
Time : 14:10 น.
Weather : ท้องฟ้ามีเมฆมาก


อย่างที่เขียนบอกไปแล้วใน Scene ก่อนหน้าว่าเรามาพำนักที่ภูเก็ตถึง 9วัน และก็โชคดีมากๆที่หนึ่งในทีม SEAHUB (พี่ภู) เป็นเจ้าของโรงแรม Phuket Kata Resort http://www.phuketkataresort.net/ เราเลยได้รับอานิสงค์ไปด้วย ประหยัดเรื่องที่พักไปได้มากเลย หลังจากเรากับพี่เขตเปิดห้องและเก็บสัมภาระเรียบร้อย เราก็เดินข้ามถนนไปยังโรงแรม beyond resort kata phuket สถานที่ลงทะเบียนการแข่งเรือรายการนี้

เราเดินตามพี่เขตเข้าไปในส่วนลงทะเบียน ระหว่างทางเหล่ากะลาสีที่มีเป้าหมายเดียวกัน เข้ามาทักทายพี่เขตตลอดทาง แสดงให้เห็นถึงความเก๋าในวงการเรือใบของพี่เขต เราค่อยๆทิ้งระยะห่างจากพี่เขตพอสมควรให้ดูเหมือนว่าไม่ได้มาด้วยกันเพราะกลัวฝรั่งชวนคุย (ครับประมาณ 90% ที่มาแข่งเรือใบเป็นชาวต่างชาติ) การสนทนาภาษาอังกฤษจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และด้วยความที่เรานั้นเดินทางมาแล้วกว่าครึ่งโลกเกือบ 10 ประเทศ ถึงกระนั้นระดับเลเวลในการสนทนาของเรา อยู่ในระดับที่สามารถ ถามทางได้ ซื้อข้าวแดกเป็น นอกนั้น ยิ้มสู้...

หลังจากผ่านด่านการพบปะทักทายเหล่ากะลาสีทั้งไทยและเทศเรียบร้อย เราก็เข้ามาในห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ภายในแบ่งออกเป็นสองห้อง ห้องแรกเอาไว้ลงทะเบียน ส่วนอีกห้องเป็นโถงโล่งกว้างๆเอาไว้สำหรับวัดขนาดใบเรือ เราต้องเอาขนาดใบเรือมาวัดเพื่อคำนวนหาค่าความได้เปรียบเสียเปรียบไว้นำมาคิดแต้มต่อ
เราเดินตามพี่เขตต้อยๆผ่านแต่ละจุด (อารมณ์แบบเดินตามพ่อเข้าห้องปกครอง เดินตัวลีบเล็กเกาะกางเกงพ่ออยู่ด้านหลัง แล้วชะเง้อหน้าขึ้นมามองสถานการณ์ตรงหน้าเป็นระยะ)
เราผ่านแต่ละขั้นตอนอย่างราบรื่น หลังจากเสร็จพิธีกรรมลงทะเบียน เราได้รับป้ายห้อยคอการแข่งขัน สติ๊กเกอร์ติดเรือหมายเลข 070 คอร์สเส้นทางการแข่งขัน ธงประเภทการแข่งขันสีเขียวดำที่จะคอยบอกเรือลำอื่นว่า เราแข่งอยู่ในรุ่นโมเดิร์นคลาสสิค และเสื้อที่ระลึกสีฟ้า
หลังจากได้ของครบ พี่เขตก็บอกกับเราว่าเขาต้องรีบกลับบ้าน เพราะหนึ่งในเพื่อนชาวต่างชาติที่เข้ามาทักทาย มีใบเรือที่ต้องการการซ่อมแซมเร่งด่วนเพื่อใช้ในการแข่งเหมือนกัน พี่เขตบอกว่า วินนอนพักผ่อนที่โรงแรมไปก่อนก็ได้ เราตอบกลับไปว่านอนพักที่โรงแรมมันไม่ได้อะไรพี่ สู้ผมไปช่วยพี่ทำงานให้เสร็จได้ทั้งงาน ได้ทั้งประสบการณ์ แบบนี้ดีกว่าพี่ หลังจากนั้นเราก็เดินทางกลับไปยังบ้านพี่เขต

Scene : 45
Location : THAISAIL (บ้านพี่เขต)
Date : 2 ธันวาคม 2017
Time : 16:00 น.
Weather : ท้องฟ้ามีเมฆมาก


มาถึงบ้านพี่เขตได้ไม่นาน ลูกค้าของพี่เขตก็ตามเอาใบเรือมาให้เซอร์วิส พี่เขตประเมินความเสียหายด้วยการเอาใบเรือทั้งผืนออกมากางออก เราสังเกตเห็นสัญลักษณ์บางอย่างที่ถูกประทับตราลงบนใบว่า japan cup ด้วยความสงสัยเราจึงถามถึงความหมายของมัน พี่เขตบอกว่าในการแข่งขันเรือใบจะมีการต่อเวลากันโดยคิดจากอายุเรือ ประวัติเรือ และขนาดของใบ สัญลักษณ์ที่เราเห็นนั้นคือสิ่งที่จะคอยยืนยันว่า ใบเรือใบนี้ได้ผ่านการวัดและคิดคำนวนการต่อเวลาสำหรับการแข่งครั้งนั้นๆแล้ว เจ้าใบเรือที่เราจับจ้องอยู่ตอนนี้ ก็ผ่านเรื่องราวมามากมาย บ่งบอกถึงประสบการณ์ของเจ้านายมันได้เป็นอย่างดี

หลังจากพี่เขตตรวจเช็คความเสียหายก็ได้วางแผนซ่อมแซมเสริมแกร่ง และแบ่งงานง่ายๆ อย่างการเลาะซิบที่เสียหายออกจากกระเป๋าใส่ใบเรือ เพื่อเปลี่ยนซิบใหม่ โดยมอบอุปกรณ์เป็นไขควง กับมีดคัตเตอร์ เรานั่งลงทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างขะมักเขม้นโดยมีพี่เลี้ยงสองสามตัวแวะเวียนมาคอยดูแลอยู่ห่างๆ

ทีเด็ดอีกอย่างของพี่เลี้ยงเราคือปลอกคอสไตล์โรมันสอบถามได้ความมาว่า พี่จิ๋มเป็นดีไซเนอร์ออกแบบปลอกคอ โดยมีหลักคิดจากไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ซึ่งเป็นนักสู้ชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับสุนัขซอยใกล้เคียง ปลอกคอนักรบโรมัน จึงอุบัติขึ้น ภายใต้แนวคิดที่เรียบง่ายคือ ขี้เกียจทายา จึงเกิดเป็นปลอกคอที่สามารถใช้เป็นเกราะป้องกันเขี้ยวเล็บจากคู่อริ ซึ่งสอบถามไปอีกว่าถ้ามีคนอยากได้พี่ทำขายได้ไหม พี่จิ๋มบอกว่าได้สิ เอาล่ะใครอยากได้ปลอกคอหมาแฮนด์เมดที่เป็นเกราะป้องกันลำคอสุนัขที่รักของท่าน หลังไมค์มาเลยครับ

ภารกิจลำดับต่อไปของเราก็คือ การขนน้ำมันเชื้อเพลิงไปไว้ที่แมรีโกล แมรีโกล คือเรือที่ทีมเราได้รับยืมมาแข่งจากคุณไครฟ์เจ้าของใจดี ที่ยกเรือให้ทีมเราได้ใช้ในการแข่งขันครั้งนี้
ฝนเริ่มลงเม็ด พี่เขตคว้าเสื้อฝนสีสดใสมาให้เราเลือกใส่ และเดินไปหน้าบ้านพี่ตู่ ตรงที่มีรถซาเล้งจอดเปียกชื้นชุ่มฉ่ำอยู่ พร้อมหันมาบอกเราว่า เดี๋ยวเราแว้นรถโกตู่ไป เราไม่รอช้ากระโดดขึ้นพ่วงทันที แต่ยิ่งเราเริ่มเข้าใกล้กับแมรีโกลมากขึ้นเท่าไหร่ ฝนก็ทวีความรุนแรงตกลงมาแรงมากขึ้นเท่านั้น จนกัปตันของเราตัดสินใจจอดหลบข้างทาง รอฝนซาแล้วเราก็เดินทางกันต่อ พร้อมเบียร์กระป๋องและกับแกล้ม

Scene : 46
Location : ท่าเรืออ่าวฉลอง
Date : 2 ธันวาคม 2017
Time : 18:30 น.
Weather : ฝนตกปรอยๆ

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นน้ำเงินเข้ม ท่าเรืออ่าวฉลองตอนนี้ดูเงียบเหงาคงเป็นเพราะฝนลูกเมื่อตะกี้ตกไล่แขกกลับที่พักกันหมด พี่เขตยกถังน้ำมันดีเซลสีเหลืองขึ้นบ่าเดินนำ ส่วนเราถือถุงใส่เบียร์กระป๋องเดินตาม หึหึ กูอาสาแล้วพี่เขตเขายืนยันว่าจะจัดการเอง ไม่ได้กินแรงผู้ใหญ่เลย ไม่ได้ร้อนตัวด้วย
ไม่ช้าเราก็ได้พบกับแมรีโกล์ดเรือใบสาวสวยรุ่น swan33 ที่จะพาเราแหวกว่ายในการแข่งขันเรือใบรายการ PHUKET KING’S CUP REGATTA 2017 ครั้งนี้ เธอนอนนิ่งอวดโฉมอยู่ข้างไวท์คอนเรือลำสวยของพี่ตู่ พี่เขตเปิดเรือลงไปเช็คความพร้อมตรวจสอบความเรียบร้อย และให้รางวัลกับตัวเองเป็นเบียร์เย็นๆ สองกระป๋อง หลังจากเสร็จงาน ก่อนจะออกไปเจอกับพี่จ่าหินกันที่ร้านอ่าวฉลอง59 ของพี่บ่าว

Scene : 47
Location : Ao Chalong 59 restaurant and bar
Date : 2 ธันวาคม 2017
Time : 20:00 น.
Weather : ฝนตกปรอยๆ


เรา พี่เขต พี่หิน นั่งกินข้าวพร้อมเล่าแผนการของวันพรุ่งนี้ นั่นก็คือการพา แมรีโกล์ดไปไว้บริเวณหาดกะตะ จากอ่าวฉลอง หลังจากนั้นเราก็พูดคุยกันถึงเรื่องโปรเจคเดินทางรอบโลกของเรา เราเล่าว่าช่วงปีใหม่เรามีแผนจะถอดเสากระโดงเรือท้องฟ้าออกมา เพื่อซ่อมงานไฟเบอร์ดาดฟ้าเรือ พี่หินได้ฟังก็อธิบายถึงวิธีการ โดยยกตัวอย่างจากหลอดและไม้จิ้มฟัน เรานั่งฟังอย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่หรอก เวลาล่วงเลยไปจนเริ่มค่ำ พวกเราแยกย้ายกันกลับที่พัก พี่เขตแยกกลับบ้านด้วยรถซาเล้งพี่ตู่ ส่วนเรา พี่จ่าหินขับรถมาส่งที่โรงแรม Phuket Kata Resort

Scene : 48
Location : Phuket Kata Resort
Date : 3 ธันวาคม 2017
Time : 09:00 น.
Weather : อากาศดี


หลังจากรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์สุดคุ้มจากโรงแรมพี่ภู Phuket Kata Resort พี่เขตก็ควบรถกระบะมารับเราหน้าโรงแรมพร้อมกำชับให้เราเอาเอกสารที่ได้รับจากการลงทะเบียนเมื่อวานติดมาด้วย และเดินทางไปยังอ่าวฉลอง

Scene : 49
Location : ท่าเรืออ่าวฉลอง-หาดกะตะ
Date : 3 ธันวาคม 2017
Time : 10:00 น.
Weather : อากาศดี


เราทั้ง 4 พี่เขต พี่จิ๋ม(ภรรยาคนสวยพี่เขต) พี่จ๋า(ภรรยาคนสวยพี่ตู่) ช่วยกันเตรียมเรือ ติดป้ายการแข่งขันบริเวณหัวเรือ ติดธง เติมน้ำมัน และออกเดินทางเอาแมรีโกล์ดไปนอนค้างบริเวณหน้าหาดกะตะ สนามแข่งของเราในวันพรุ่งนี้
เราออกมาจากท่าเรืออ่าวฉลองได้ประมาณครึ่งชั่วโมง พี่เขตก็ดับเครื่องยนต์ใช้พลังงานลมในการขับเคลื่อน พร้อมทั้งเอาดอกไม้ พร้อมประทัดกล่องใหญ่ไปจุดเอาฤกษ์เอาชัย บริเวณเกาะแก้วพิสดาร เราใช้เวลาเดินทางมาถึงหน้าหาดกะตะประมาณ 3 ชั่วโมง
หลังจากที่ทิ้งสมอ และรอดูสักพักว่าสมอที่ทิ้งไปสามารถยึดโยงเรือไม่ให้คลื่นลมพาออกไปเที่ยวโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ หรือเรียกง่ายๆสไตล์ชาวเรือก็คือ ทิ้งไม่ให้สมอเกากับพื้น (สมอเกา คำกิริยาที่บ่งบอกถึงอาการของสมอเรือที่ไม่สามารถยึดโยงให้เรืออยู่กับที่ได้) และในบางครั้งก็เกากันจนชนเรือลำอื่น การทิ้งสมอจึงเป็นศาสตร์ที่ต้องพิถีพิถัน มิเช่นนั้นอาจจะเพิ่มรายจ่ายในราคาที่นึกไม่ถึงเลยล่ะ
ระหว่างที่เรากำลังมองหาทำเลการทิ้งสมอ พี่หินก็ขับเรือดิงกี้มาเทียบพร้อมสอนวิธีดูสมอเรือว่าเกาหรือไม่เกา โดยให้เรามองหาจุดเปรียบเทียบสามจุดต้องเป็นสิ่งที่ไม่เคลื่อนที่ เราเลือกมองไปที่โขดหิน ภูเขา และเสาส่งสัญญาณวิทยุบนฝั่ง แล้วมองเทียบกัน ถ้าจุดทั้งสามไม่ขยับ ก็แปลว่าเรือเราไม่ขยับ แต่ถ้ามันขยับ ก็ถอนสมอทิ้งใหม่ได้เลย เพราะสมอของท่านกำลังเกาอยู่แน่นอน เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ได้จุดจอดที่แน่นอน พี่เขตก็ทำการวางทุ่น จับจองที่จอดของเราในค่ำคืนนี้ หลังจากนั้นพี่หินก็พาเราทั้ง 4 ขึ้นฝั่ง

Scene : 50
Location : Phuket Kata Resort - Beyond Resort Kata Phuket
Date : 3 ธันวาคม 2017
Time : 15:00 น.
Weather : อากาศดี


เรากลับมาถึงที่พัก อาบน้ำแต่งตัว หลังจากนั้นก็ตามพี่เขตออกไปฟังบรีฟ เรากวาดสายตาไปทั่วห้องประชุมมองหาเพื่อนคนไทย ซึงก็ไม่มี เราไม่แปลกใจเลยที่เขาอธิบายเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น เพราะแทบไม่มีคนไทยในสถานที่แห่งนี้เลย
เราพยายามตั้งใจฟังมากๆ แต่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ เราเลยใช้วิธีถ่ายรูปหนังสือบรีฟไว้ แล้วมาเปิดดิกค้นหาคำแปลทีหลัง ผ่านไปราวๆชั่วโมงครึ่ง การบรีฟก็เสร็จสิ้นลง เรากับพี่เขตเดินเท้ากลับที่พัก
บรรยากาศตอนนี้เหมือนงานรวมญาติประจำปี เหล่าลูกเรือ กะลาสี กัปตัน ทีม SEAHUB ตอนนี้เดินทางมาถึงที่พักพร้อมหน้าพร้อมตา พี่ตู่คอยแนะนำน้องใหม่อย่างเราให้พี่ๆน้องๆในทีมรู้จัก
สมาชิกแต่ละคนก็มาจากหลายอาชีพ หลากสถานที่ ซึ่งในทุกๆปี พวกเราก็จะกลับมารวมตัวกัน ลงขันรวมเงินเพื่อใช้ส่งเสียตัวเองสมัครการแข่งขันครั้งนี้ ถามว่าเงินรางวัลเยอะไหม? ตอบเลยว่าไม่มี ถามว่าแข่งไปแล้วได้อะไร?
สำหรับเรา การมาครั้งนี้เป้าประสงค์ก็คือการมาหาประสบการณ์จากการแข่งขัน ชัยชนะเป็นเพียงผลพลอยได้ (แต่กูเตรียมสูทใส่รับรางวัลจากองคมนตรีมาด้วยนะ เอาน่ากูคนเตรียมพร้อม)
หลังจากที่ใช้เวลาช่วงบ่ายหมดไปกับการทำความรู้จักพี่ๆทุกคนในทีม พวกเราก็ออกเดินเท้าข้ามถนนไปยังงานเลี้ยงฝั่งตรงข้าม งานราตรีสุดหรูที่มีคณะดุริยางค์ทหารเรือในชุดสีขาวสะอาดตามาขับกล่อมเพลงแนวสุนทราภรณ์ให้ได้เพลิดเพลิน
เหล่ากะลาสีเรือจากหลายประเทศทั่วโลกยืนล้อมวงจับจองพื้นที่ภายในงานพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านศาสตร์ทางทะเล
บรรดาข้าราชการชั้นสูงในจังหวัดภูเก็ตต่างตบเท้าเข้าร่วมงานเรือใบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย และจัดยาวนานมาแล้ว31ปี เท่าอายุของเรา

เมื่อเวลาค่ำคืนล่วงเลย ดนตรีจากคณะดุริยางค์ทหารเรือจบลง ตามด้วยวงสากลเล่นเพลงขับกล่อมจังหวะ คอยชักชวนให้โยกเอวออกลวดลาย ด้วยบีทดนตรีที่ยากจะปฏิเสธ แหมก็ทหารเรือกลับไปกันแล้วหนิ ฟลอร์เต้นรำตรงหน้าตอนนี้จึงถูกยึดด้วยเหล้าโจรสลัดที่เมามายจากไวน์ เหล้า เบียร์ สนุกสนานราวกับว่าพรุ่งนี้เช้าไม่มีการแข่งขันรออยู่

เมื่อสิ้นเสียงจังหวะเพลงลดระดับความดังลง นักดนตรีประกาศเวลาเหมือนดั่งเตือนสติพวกเราเหล่าโจรสลัดทั้งหลายถึงจุดมุ่งหมายการมาร่วมงานในครั้งนี้ ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวในวันพรุ่งนี้อย่างพร้อมเพียง ส่วนทีมเราพี่เขตผู้บัญชาการใหญ่ ออกตัวขออาสานอนเฝ้าเรือ โดยมีพี่ตู่อาสาตามไปเป็นลูกมือ คืนนี้แมรีโกล์ดจึงมีชายหนุ่มมานอนเป็นเพื่อนด้วย3คน ส่วนพวกเราที่เหลือก็เดินกลับที่พักนอนเอาแรง พรุ่งนี้เจอกัน

Scene : 51
Location : หาดกะตะ
Date : 4 ธันวาคม 2017
Time : 08:00 น.
Weather : อากาศดี ลมแรง


พวกเราทีม SEA HUB ที่เหลือ พี่ยอด พี่นุช พี่เต้ พี่บอล ดร.มิ้ง ก็เดินทางมาถึงบริเวณหน้าหาดกะตะ โดยในมือแต่ละคนเต็มไปด้วยเสบียงที่พี่นุชกับดร.มิ้งออกไปซื้อมาเตรียมไว้ตั้งแต่เช้าตรู่
ไม่กี่อึดใจเราก็ได้เจอกับแมรี่โกลด์ พี่เขตกับพี่ตู่เตรียมเรือจนเกือบจะพร้อมแล้ว เหลืออีก 2-3 สิ่ง 1ในนั้นคือการดำน้ำลูบท้อง ซึ่งทั้งทีมลงมติกันว่า เราน่าจะเหมาะกับงานนี้ที่สุด...อืมกูไม่น่าโม้เลยว่ากูว่ายน้ำดำน้ำเก่ง
เรารีบเปลื้องผ้าจนเหลือแต่ สกินสูทรัดรูปสีดำสนิทขลิปเหลืองที่นำติดมาเพื่อสวมใส่ตลอดการแข่งขันนี้ ชุดสูทราคาหลักหมื่นที่เราซื้อมาเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บจากการเล่นไตรกีฬา ฟื้นฟูมัดกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้าให้กลับมาสดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และมันยังปกป้องเราจากคู่ปรับเก่าตลอดกาลของเรา “แตนทะเล”
ตีนกบ หน้ากาก ถูกมอบมาให้เรา และลงไปปฏิบัติงานแรกของวัน ขูดเพรียงอีกแล้ว คือถ้ามีงานโอลิมปิกแข่งขูดเพรียง กูว่ากูติดทีมชาติอะ
เราแหวกว่ายลงไป ใต้ท้องเรือไร้เพรียงมีเพียงตะไคร่น้ำเพราะเรือถูกใช้อย่างสม่ำเสมอ งานขูดเพรียงเลยมีให้ทำไม่มากนัก ส่วนใหญ่จะลูบตะไคร่ออกให้ท้องเรือเรียบที่สุดเท่าที่เราจะทำได้เพื่อความเร็วของเรือ
เมื่องานแรกเสร็จ เราขึ้นมาจากน้ำนั่งเหนียวไข่อยู่ท้ายเรือ วันนี้คงเหนียวอีกทั้งวัน เนื่องจากน้ำจืดบนเรือมีค่อนข้างจำกัด อย่าลืม พวกเรามาแข่งเรือ ไม่ได้มาแล่นเรือพักผ่อน น้ำใช้บนเรือจึงถูกระบายออกเพื่อลดภาระของเรือ น้ำล้างตัวจึงมีอยู่ในแกลลอน และต้องใช้อย่างประหยัด นั่นหมายความว่าเราจะใช้น้ำเฉพาะอวัยวะที่จำเป็น คือหัว หน้า และ ไข่ สามชิ้นส่วนของเราที่พอเหนียวแล้วจะรู้สึกไม่สบายตัว อย่างน้อยก็สร้างความชุ่มฉ่ำตามจุดสำคัญได้
พอทุกอย่างเข้าที่ พี่เขตก็บัญชาการนำทัพทีม SEAHUB ออกเดินทางถือเข็มมุ่งหน้าไปยังทุ่นสตาร์ท ด้วยการถือหางของพี่ยอด
เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง เราก็เดินทางมาถึงจุดสตาร์ท เรารู้สึกคิดถูกขึ้นมาทันทีที่ห้ามไม่ให้ที่บ้านตามมาเชียร์ เพราะระยะห่างระหว่างคนแข่งกะคนเชียร์นี่สุดลูกหูลูกตา กีฬาเรือใบจึงไม่มีโมเม้นท์เชียร์ติดขอบสนามเหมือนกีฬาชนิดอื่นๆ

Scene : 52
Location : หาดกะตะ
Date : 4 ธันวาคม 2017
Time : 09:00 น.
Weather : อากาศดี ลมแรง


อีกเรื่องที่น่าทึ่งของการแข่งเรือใบก็คือ เราไม่สามารถรู้ก่อนได้เลยว่า วันนี้จะแข่งเส้นทางไหนบ้าง แข่งกี่รอบ อย่างวันนี้ลมแรง พวกพี่ๆประเมิณกันว่า ทางผู้จัดน่าจะอัดแข่งวันแรก 3 เรซไปก่อนเลย เผื่อวันท้ายๆลมหมด ใช่แล้ววันนี้ลมแรงมาก และการแข่งขันก็ขึ้นอยู่กับมัน อย่างวันไหนลมดีก็แข่งกันหลายรอบหน่อย หรือวันที่ลมเบาเราอาจจะแข่งเพียงเรซเดียว บางทีระหว่างแข่งๆอยู่แล้วลมหมด กรรมการก็จะเลื่อนเส้นชัยมาให้เราก็มี นี่แหละการแข่งขันโดยใช้พลังธรรมชาติ ต้องเข้าใจเขาให้ได้ก่อน ก่อนที่จะขอยืมแรงของเขามาใช้
พี่ยอดสั่งการดับเครื่องยนต์ เปลี่ยนจากพลังงานฟอซซิลใต้พื้นโลกเป็นพลังงานลม ดร.มิ้งหยิบวิทยุที่บรรจุอยู่ในซองกันน้ำขึ้นมาฟังอย่างตั้งใจ และรอเวลากรรมการเฉลยเส้นทางสำหรับแข่ง และแน่นอนเค้าใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร หลังจากที่เราทราบเส้นทางการแข่งขันแล้วลูกเรือที่เหลือก็ช่วยกันมองหาทุ่น Start และเรือคู่แข่งในคลาสเดียวกันด้วยการสังเกตธงท้ายเรือสีเขียวแถบดำ เรือที่แข่งในรุ่นเดียวกับเรามีทั้งหมด6ลำ
กรรมการวิทยุบอกเรือทุกลำถึงลำดับรุ่นการออกสตาร์ท ทีมเราแข่งในรุ่นโมเดิร์นคลาสสิคซึ่งออกตัวเป็นอันดับรองสุดท้าย
พี่ยอดสั่งจับเวลานับถอยหลังที่15นาที ด้วยความที่ในท้องทะเลมีแต่ความเคลื่อนไหว
นี่เป็นอีกเรื่องที่เราพึ่งรู้ เทคนิคการออกตัวของอดีตนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย เมื่อเสียงตะโกนบอกเวลานับถอยหลังเดินมาถึงช่วง5นาทีสุดท้าย ถ้าเปรียบเป็นชีวิตคน ก็คงเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มันละม้ายคล้ายกับกีฬาจักรยานลู่ ที่แข่งกันเป็นคู่ ปั่นช้าๆ ตัดหน้ากันไปมา มองหน้าเดาใจฝ่ายตรงข้าม ว่าใครจะเป็นคนเปิดเกมก่อนเพื่อช่วงชิงจังหวะที่ได้เปรียบที่สุด ออกตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งคำพูดติดปากของโค้ชยอด admin page seahub เพจที่มอบความรู้เรื่องเรือใบให้ใครก็ตามที่สนใจ

15 14 13 12 ยิ่งจำนวนนับน้อยลง พี่ยอดบัญชาให้ใบหน้ายิ่งรับลม ดังนั้นเรือจะยิ่งแล่นเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึง0 เสียงแตรลมก้องกังวาล ซึ่งจังหวะพอดิบพอดีกับเรือที่จับลมเต็มใบใส่ความเร็วเต็มกำลัง คุณเอ๊ยใบที่รับลมเต็มกำลังมันหนักมากเราใช้อวัยวะทุกส่วนในการดึง สองมือยึดเชือก ปากกัด ตีนถีบ ท้องเกร็ง มันหนักมาก ลืมการแล่นเรือยอร์ชชิวๆไปได้เลย สิ่งที่เรากำลังเจอคืองานจับกังกลางทะเล ทุกๆครั้งที่เรือเลี้ยวหรืออ้อมทุ่น เมื่อเราทำงานของเราเสร็จ ดึงใบจนกัปตันพอใจ แล้วปีนไปยังฝั่งตรงข้ามของใบเพื่อถ่วงน้ำหนักรือ เราต้องใช้คำกิริยาว่าปีนเพราะเรือมันเอียงเนื่องจากใบรับลมเต็มที่สุด พลังมหาศาล

ลองนึกย้อนไปตอนเอาเรือขึ้นคาน มนุษย์ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ผ่านกระบวนการคิดและพัฒนามาอย่างยาวนาน ในการขยับโยกย้ายเรือตามที่เราต้องการ แต่พลังธรรมชาติอย่างลม พลังงานที่เกิดมาพร้อมๆกับโลก ความดั้งเดิมง่ายๆที่มองไม่เห็นส่งพลังโยกคลอนเรือได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงต้องปีนขึ้นไปเพื่อถ่วงให้เรือนั้นเอียงในแบบที่เราต้องการไม่มากไปไม่น้อยไป

มันเป็นงานที่หนักมากเลยนะไอ้การ Trimmer เนี่ย ทุกๆครั้งเมื่อเราทำหน้าที่เสร็จแล้ว และปีนไปถ่วงเมื่อได้ตำแหน่งแล้ว เราก็จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ และภาวนาให้การแข่งนี้มันจบลงสักที

และเมื่อการแข่งขันแรกจบลง กรรมการก็วิทยุตามมาเฉลยเส้นทางแข่งรอบต่อไปแบบมีเวลาพักหายใจไม่กี่นาที ทุกอย่างถูกรันด้วยวิธีการแบบเดิม นับถอยหลัง ช่วงชิงจังหวะสตาร์ท

หลังจากจบการแข่งรอบสอง ตอนนี้ก็เข้าสู่ช่วงก่อนบ่ายคลายหิว เสบียงมากมายถูกแจกจ่ายให้คนทั้งลำ และยังไม่ทันที่ข้าวจะเรียงเม็ดดี วิทยุก็ดังขึ้นมาบอกกับกะลาสีทุกคนว่า วันนี้ยังไม่จบ เราจะแข่งกันอีกรอบ…

และเมื่อแข่งขันจบวันแรก อย่าถามเรื่องอันดับ เพราะมันเป็นเป้าหมายรอง เป้าหมายหลักคือการได้เล่นเรือใบ ได้สนุกไปกับสายลม การผ่านเรื่องราวยากลำบากร่วมกันเท่านั้นมันก็สุดยอดแล้วเด้อสู

โปรดติดตามตอนต่อไป
win7seas



SHARE
Written in this book
BoatPacker ให้สายลมพาเดินทาง
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วยเรือยอร์ช อาศัยสายลมขับเคลื่อนการเดินทาง ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือจากประสบการณ์ตรง เรียงร้อยถ้อยวลีเป็นเรื่องราวจากเรื่องจริง  
Writer
Win7Seas
Writer
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วย ลม ใบเรือ และท้องทะเล

Comments