ตอน : ทัศนา มหาสมุทร
Scene : 26
Location : ระหว่างทางไป Phuket Marine Poshtel
Date : 26 สิงหาคม 2017
Time : 08:00 น. (โดยประมาณ)
Weather : ฝนตกหนัก

หลังจากขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากสนามบินได้ไม่นาน ฝนก็กระหน่ำเทลงมาอย่างไม่ขาดสาย เราจอดรถหลบฝนระหว่างทาง ตรงหน้าร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ลมกรรโชกโหมแรงทำให้เกิดม่านละอองฝน สาดเข้ามาถึงหน้าร้านบีบบังคับให้เราต้องเดินเข้าข้างใน ฟ้าฝนคงอยากให้เราเข้าไปหาอะไรรองท้องก่อนเดินทางต่อกระมัง
เติมพลังจนเต็มพุงเรียบร้อย ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก นี่เราต้องยืนรอไปถึงเมื่อไหร่กันเรายืนนิ่งคิดพิจารณา
หากฝนตกคือปัญหาทางแก้มันก็อยู่ตรงปลายจมูกของเรานี่เอง เราคิดออกในฉับพลันพร้อมเดินย้อนเข้าร้านสะดวกซื้ออีกครา ตรงดิ่งไปยังเคาเตอร์ ก้มลงหยิบเสื้อกันฝนพลาสติกสีชมพู(มีสีเดียว) ซึ่งช่างคอนทราสกับหน้าตาหนวดดกเคราดำของเรายิ่งนัก
เราออกเดินทางต่อไปยังที่พัก อย่างน้อยรอฝนหยุดบนเตียงนิ่มๆ ก็ดีกว่ายืนรออยู่หน้าร้านสะดวกซื้อไม่ต่างกับหมาที่มาขอมานั่งพักตากแอร์ ยามอากาศร้อนระอุ

Scene : 27
Location : Phuket Marine Poshtel
Date : 26 สิงหาคม 2017
Time : 09:00 น. (โดยประมาณ)
Weather : ฝนยังตกหนัก

เราเดินทางฝ่าพายุฝนกระหน่ำ มาถึงโรงแรม ด้วยเสื้อกันฝนพลาสติกใส ห่อหุ้มร่างกาย เป็นปราการกั้นบางๆ ระหว่างความเปียกชื้นและความแห้ง ครั้งนี้เราปรับเปลี่ยนวิธีการจองโรงแรมนิดหน่อย เราจองกับ agoda แรกๆเราเลือกแค่ สถานที่กับราคาไม่ได้สนใจช่องที่ให้ กรอกว่าเข้าพักกี่คน ระบบมันจะเลือกให้เราอัตโนมัติว่า 2 คนเสมอ แต่รอบนี้เราสังเกตเห็น และเลือกว่าพักคนเดียว มันคือความลับที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย เพราะนอกจากโรงแรมแล้ว มันยังมี Hostel หรือห้องที่นอนรวมกันหลายๆคน ใช้ห้องน้ำรวมอีกด้วย และ ราคาการเข้าพักก็ประหยัดขึ้นเยอะเลย แหม่ เสียรู้มาหลายคราแต่ก็ยังไม่สายไปเสียทีเดียว อย่างน้อยครั้งนี้ก็ประหยัดเงินได้มากโข ทำให้นึกถึงคำเชื้อเชิญของพี่ตู่ที่บอกว่า “จะมาเมื่อไหร่ก็บอกเดี๋ยวพี่ไปรับ และก็ไม่ต้องเช่ามอเตอร์ไซค์เอาคันนี้ไปใช้ได้ หรือมานอนที่นี่ก็ได้จะได้ไม่ต้องไปจ่ายค่าโรงแรม เก็บเงินไว้ วินมีเรื่องให้ใช้อีกเยอะ”
ถึงพี่ๆจะยื่นไมตรีให้เรามากมาย แต่กำแพงที่ชื่อว่าความเกรงใจในจิตเรานั้น มันสูงเสียดฟ้า จึงมิอาจรับข้อเสนอต่างๆมากมายไว้ได้ เรารับแต่สิ่งที่เราจำเป็นจริงๆ อะไรที่เราทำเองหาเองได้ เราจะทำด้วยตัวเอง ดั่งคนตัดไม้ที่บอกว่าขวานของตนเป็นเพียงขวานไม้เก่าๆ หาใช่ขวานเงิน หรือขวานทอง
น้ำฝนยังคงสาดกระเซ็นปะทะ กระจกหน้าต่างส่งเสียงดังอย่างต่อเนื่อง เรานอนหลับตาเงี่ยหูฟัง และเฝ้าภาวนาให้เสียงนั้นเบาลง หรือเจือจางหายไปเพราะมันคือสัญญาณที่บอกว่าฝนหยุดแล้ว
เรานอนทอดกายในคอกเล็กๆ อย่างไร้จุดหมาย แผนวันนี้ที่ว่าจะมาขูดเพรียงต่อให้เสร็จ เป็นอันต้องยกเลิกอาทิตย์นี้ก็คงจะเสียเที่ยว และ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราเลยหยิบโทรศัพท์ออกมา หาแหล่งท่องเที่ยวในภูเก็ตแทน ถือซะว่ามาพักผ่อนละกัน แต่ไม่รู้อะไรดลใจ เราทักไลน์ไปหา พี่ตู่ พี่ชายหน้าหนวด 1ในทีมงานที่เคยพาท้องฟ้าคว้าแชมป์รายการ bayregatta รายการแข่งเรือใบที่กินนอนกันบนเรือร่วมสัปดาห์มาแล้ว
พี่ตู่สอบถามถึงแผนการวันนี้ของเรา ซึ่งมันได้ล้มพังไม่เป็นท่าเพราะสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยไปเสียแล้ว เราพูดคุยอัพเดทกันสั้นๆ และพี่ตู่ก็ส่งเที่ยบเชิญให้ไปนั่งเล่นบ้านพี่เขต เราตบปากรับคทันที
เมื่อฝนเริ่มซา เรารีบขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางไปยัง บริษัทตัดใบเรือ Thaisail ในบัดดล

Scene : 28
Location : บริษัทตัดใบ Thai sail
Date : 26 สิงหาคม 2017
Time : 11:00 น. (โดยประมาณ)
Weather : ฝนตกปรอยๆ สลับ หยุด

เรามาถึงบ้านพี่เขตเรียบร้อย ซึ้งบ้านตรงข้าม ที่วางตัวอยู่เยื้องกันก็คือบ้านของพี่ตู่ เขารอเราอยู่แล้ว เราพูดคุยอัพเดทเรื่อง ท้องฟ้าให้พี่ทั้ง 2 ฟัง สักพักพี่ตู่ก็เชื้อเชิญเราเข้าบ้าน เราเดินตามต้อยๆ และได้พบเข้ากับมหาสมบัติที่เราตามหา สมบัติที่ว่าคือความจริงใจ พี่ตู่พาเราไปดูเครื่องเรือที่เขาไม่ได้ใช้แล้ว เครื่อง ซูซูกิ 2.2แรง ชาวทะเลเรียกกันสั้นๆว่า เครื่องกระต่ายกะเต่า เพราะมันมีสัญลักษณ์ ตรงคันเร่งของเครื่องที่วางอยู่ด้านท้าย ถ้าจะเร่งเครื่องให้เร็ว ก็โยกขึ้นไปหากระต่าย ถ้าจะผ่อนแรงให้ช้าลง ก็โยกลงมาที่เต่า เออระบบง่ายดี เครื่องรุ้นนี้เก่ามากแล้ว แต่ยังใช้การได้ดี เพราะไม่มีระบบอะไรที่ซับซ้อน พี่ตู่บอกกับเราว่า เครื่องนี้พี่ไม่ได้ใช้ วินเอาไปใช้ได้เลย....เดี๋ยวนะ ให้ยืมกันง่ายๆอย่างงี้เลยหรอ เราพึ่งเจอพี่ตู่ได้ครั้งเดียว คือครั้งที่พี่จ่าหินชักชวนเรามา ในตอนเพรียงกระซิบบอก 1 หรือเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนแค่นั้นเอง แต่หัวใจของเขานี่สิ กว้างใหญ่ดุจมหาสมุทร
นอกจากพี่ตู่จะให้ยืมเครื่องมาใช้ฟรีๆแล้ว(เติมน้ำมันให้ด้วย) เขายังสอนถึงระบบการทำงานของเครื่องยนต์ “จำไว้นะวิน หลักการทำงาน ง่ายๆ ประกอบด้วยสิ่งสำคัญ 3 ส่วนคือ น้ำมัน อากาศ และ การจุดระเบิด เมื่อเอาอากาศกับน้ำมัน ป้อนเข้าสู่เครื่องยนต์ และทำการจุดระเบิด พี่ตู่พูดพรางสาธิตวิธีการไปด้วย เขาดึงเชือกตรงท้ายเครื่อง ทำให้การจุดระเบิดเกิดขึ้น ส่วนผสมทั้งสองชนิด(น้ำมัน กับอากาศ )ภายในกระบอกสูบ ทำให้เครื่องยนต์ทำงาน เกิดการหมุนที่เพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์ แล้วเราก็เอาพลังงานจากการหมุนของเครื่องยนต์นี้ไปใช้ในการขับเคลื่อนใบพัดอีกทีหนึ่ง....เราก็ฟังไป งงไป พี่ตู่เหมือนจะจับทางเราได้ว่าเราไม่เข้าใจ เขาเลยอธิบายให้ง่ายกว่าเดิม
เวลาจะออกเรือ วินต้องมาดูว่า มีน้ำมันไหม ได้เปิดช่องคลายเกลียวให้อากาศรึยัง และ การจุดระเบิด ก็คือหัวเทียนทำหน้าที่สร้างประกายไฟเพื่อจุดระเบิดในห้องเครื่อง เพื่อเริ่มต้นกระบวนการทั้งหมด
พอพี่ตู่อธิบายเรื่องหลักการทำงานของเครื่องยนต์แบบเร่งรัดจบ เขาก็บอกเล่าถึงการผสมน้ำมันเครื่อง สำหรับเรือ แหล่งที่ซื้อ และสูตรการผสม เราสองคนขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อน้ำมันที่ปั๊มหน้าปากซอย และมาผสมลงในถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร ตามสูตร
พี่ตู่ยังบอกอีกว่า เวลาจะเทสเครื่องยนต์ว่าใช้การได้บนบก เราต้องแช่ใบพัดไว้ในน้ำเสมอ เครื่องยนต์จะดูดน้ำให้เข้าไปหล่อเย็นในระบบ เพื่อระบายความร้อน เรา 2 คนช่วยกันเช็คและเทสระบบ จนเครื่องติด
หลังจากพี่ตู่ถ่ายทอดวิชาเครื่องยนต์ 2จังหวะให้เราจนเสร็จสิ้น เราก็พากันไปนั่งในบ้านพี่เขต ฝนก็เริ่มบางเบาลง พี่ตู่เอ่ยชักชวนขึ้นมาว่า เราไปหาท้องฟ้ากันไหม พี่เขตบอก ขอพี่ไปด้วย ท้องฟ้าจะเป็นอย่างไรบ้างนะ อยากเห็น แต่อีกครึ่งชั่วโมงนะ พี่ยังไม่เลิกงาน
เราแปลกใจกับคำตอบของพี่เขตพอสมควร ได้ข่าวว่าพี่เป็นเจ้าของบริษัทนะ จะไปไหนมาไหนทำไมต้องรอเวลาเลิกงานด้วยหละ....
เราครุ่นคิดคำตอบ ที่ต้องทำแบบนี้เพราะพี่เขตเป็นตัวอย่างให้น้องๆยังไงหละ วินัย และ ความรับผิดชอบ ถ้าเราทำตามใจไปเสียหมด ก็คงจะไม่มีใครเชื่อฟัง เชื่อฟังด้วยหัวใจ ไม่ได้เชื่อฟังที่เงินค่าจ้างที่จ่ายไป...ถึงว่า ในวงการเรือใบ พี่เขตจึงได้ชื่อว่าเป็น ปรมาจารย์ ผู้นำทางจิตวิญญาณและการลงมือทำ พี่ใหญ่ของทีมเรือใบ Sea Hub
ระหว่างรอเวลา ceo thaisail เลิกงาน เรามีคำถามอีกข้อ ยิงใส่พี่ตู่ มันเป็นคำถามตรงไปตรงมา ตามสไตล์เรา พี่มาช่วย มาสอน ผมทำไม? คำตอบที่เราได้รับกลับมาคือ พี่เห็นวินมุ่งมั่น ตั้งใจ ดูจากสิ่งที่วินทำ พี่ดูนะ พี่ดูที่วินลงเฟสบุ๊ค มองดูแล้วไอนี้มันเอาจริงเว้ย และพอได้อ่านเรื่องแบตกล้อง ที่มีคนเขียนถึงวิน พี่เลยพอรู้ว่า วินเป็นคนแบบไหน เลยอยากที่จะช่วยเหลือสนับสนุนเราให้ไปถึงฝั่งฝันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
พี่ตู่เป็นคนทำการบ้านคนนึงเลยหละ เขาเฝ้าดูเราอยู่ห่างๆ และต้องขอบคุณ บทความสั้นๆของเจ้านายเก่าของเรา พี่อิทธ์ ที่เขียนเล่าเรื่องความมุ่งมั่นของเรา และตัวหนังสือในย่อหน้าถัดไป เป็นสิ่งที่เจ้านายเก่า รังสรรค์เพื่อบ่งบอกความเป็นเราได้เป็นอย่างดี

"ความฝันผมคืออยากล่องเรือไปรอบโลกครับพี่"
พี่วินพูดกับผมเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนผมสัมภาษณ์เค้า
ก่อนจะรับเข้ามาร่วมทีมด้วย เพราะชอบที่เค้ามีของ
และมีความมั่นใจในแนวของตัวเองระดับที่สูงมาก
และก็ไม่ผิดหวังเลยที่ได้รู้จักกับลูกผู้ชายตัวท๊อปคนนี้
เรื่องแรกที่ฝังจำคือความทรนงในศักดิ์ศรีของเค้า
ครั้งหนึ่งผมขอให้เค้าไปช่วยถ่ายงานให้ในวันหยุด
เค้าก็ไป และโชคร้ายที่เค้าทำแบตกล้องหายในงาน
ผมบอกว่าไม่เป็นไร เพราะเค้ามาช่วยผมในวันหยุด
ผมขอช่วยเค้าบ้าง แต่เค้ายืนยันว่าจะขอรับผิดชอบ
แบตราคาแปดพันก้อนนี้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น!
และเมื่อถึงวันที่เงินเดือนหมื่นต้นๆ ของเค้าออก
สิ่งแรกที่เค้าทำคือเดินไปกดเงินค่าแบตมายื่นให้ผม
ภาพที่เค้านับเงินแปดพันด้วยมืออันสั่นเทาในวันนั้น
มันทำให้ผมนับถือหัวใจของเค้าอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ
และก็นับถือจนถึงขั้นที่ผมยอมลดเงินเดือนตัวเอง
เพื่อมาเพิ่มให้เค้าในตอนที่ผ่านโปรสามเดือน
เพราะเค้าโทรเรียกผมมาคุยตรงๆในคืนหนึ่งว่า
เงินที่ขึ้นให้เค้ามันน้อยไป เมื่อเทียบกับสิ่งที่เค้ารับผิดชอบอยู่
ผมจึงเต็มใจจะเป็นหัวหน้าที่เงินเดือนน้อยกว่าลูกทีม
เพราะพ่ายแพ้แก่เหตุผลที่ตรงไปตรงมาของเค้า
อีกไม่นานต่อมา เราก็เข้าสู่ร่มไทร PTM มาด้วยกัน
ซึ่งพี่วินก็ฉายแววในสายงานได้อย่างโดดเด่นเช่นเคย
จนได้เวลาที่ความฝันมันผลักดันให้เค้าบินต่อไป
ไกลเกินกว่าที่รั้วใดๆ จะมากางกั้นเค้าเอาไว้ได้
วันแรกที่รู้ข่าวว่าพี่วินลาออก ผมไม่แปลกใจเลยสักนิด
เพราะต้นโพธิ์นั้น ไม่ควรมาเติบโตในกระถางอยู่แล้ว
และในระหว่างนั้น ผมก็จะได้ยินข่าวความสุดของเค้าเป็นระยะ
เช่นปีนเขา ว่ายน้ำข้ามเกาะ เดินป่า แข่งไตรกีฬา เดินทางท่องโลก
จนล่าสุด พี่วินก็ขายทรัพย์สมบัติที่เฝ้าสั่งสมมาหลายปี
เพื่อซื้อเรือลำนี้!
เพื่อเตรียมเดินทางรอบโลกตามความฝันที่ชัดเจน ไม่เคยเปลี่ยน!!
โพลฝรั่งเคยทำวิจัยกับคนวัยชราตอนปลายโดยถามว่า
ตลอดชีวิตนี้เรื่องไหนที่ทำให้นึกเสียใจมากที่สุด
99% ตอบตรงกันว่า เรื่องที่เสียใจที่สุดคือเรื่องที่ไม่ได้ทำ!
เชื่อเหลือเกินว่าพี่วินข้ามไปเป็นคน 1% ที่เหลือเรียบร้อยแล้ว
แม้ความฝันครั้งนี้มันจะใหญ่จนถึงขั้นต้องเตรียมความพร้อมอีกนานปี
แต่ถึงนาทีนี้ผมมั่นใจว่าไม่มีอะไรจะมาหยุดพี่วินได้อีกแล้ว
เห็นแบบนี้ก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่า เราเองก็มีความฝัน
แต่อะไรกันที่ยังกั้นเราอยู่ ความพร้อม หรือ ความคิด?
เรื่องนี้ผมคงต้องเก็บไว้ไปถามพระธรรมกันต่อไป
ส่วนตอนนี้ผมขอทำหน้าที่กองเชียร์ที่ดี
เพื่อร่วมขับขานเรื่องราวสุดระห่ำของ
..น้องชาย / สหายร่วมรบ / นักผจญภัย / นักล่าฝัน..ของผมคนนี้ต่อไป
จนกว่าที่ผืนโลกทั้งใบ จะได้ยินดีที่รู้จักเค้า
เหมือนที่ผมยินดีมาตลอด Kawin Sripen ครับ
ด้วยรักและคาราวะ
itt.


เรื่องนี้ทำให้เรานึกถึงคำสอนของ มหาบุรษท่านหนึ่งที่หลงไหลการแล่นใบ ถึงขั้นลงมือต่อเรือด้วยตัวเอง ท่านกล่าวในงานสำเร็จการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 สิงหาคม 2525
“การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี”
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

จริงดังคำกล่าวของท่าน ความดีที่เราเคยทำเมื่อ 7 ปีก่อน ถูกส่งต่อเดินทางข้ามผ่านวันเวลามาถึงปัจจุบัน และมันก็ผลิดอกออกผล ให้เราได้เก็บเกี่ยวมันอาจจะใช้เวลานาน แต่มันยั่งยืนเหนือการเวลา เราเป็นเด็กที่เติบโตในค่ายทหาร ชุดคำที่เรารู้จักก็มักจะมีแต่ เกียติร วินัย กล้าหาร อดทน ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ชุดคำเหล่านี้หล่อหลอมให้เราเติบโตจนเป็นเราในปัจจุบัน
เราออกทะเลมาแสนไกล แต่เพราะเราเลือกที่จะออกทะเลเอง เอาหละ ตอนนี้ก็ได้เวลาพี่เขตเลิกงานแล้ว เรา 3คน ช่วยกันขนเครื่องกระต่ายกับเต่า วางนอนไว้หลังรถกระบะของพี่ตู่ และบึ่นไปท่าเรืออ่าวฉลอง ในทันที อ่อ มีแวะซื้อเบียร์ระหว่างทางด้วย



Scene : 29
Location : ท่าเรืออ่าวฉลอง
Date : 26 สิงหาคม 2017
Time : 15:30 น. (โดยประมาณ)
Weather : ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ

วินระวังลื่นนะ!!! พี่ตูตะโกนบอก ขณะที่เดินนำพร้อมด้วยเครื่องเรือกระต่ายกะเต่า พื้นท่าเรือเป็นไม้ที่เวลาโดนน้ำฝนแล้วจะทำให้ลื่นได้
เราเดินตามอย่างระมัดระวัง จนไปถึงเรือยอรืชของพี่ตู่ เรือแคททามาราน2ท้อง ขนาด 40 ฟุต จอดสงบอย่างสง่าอยู่ในมารีน่าอ่าวฉลอง เธอสวยงามจับใจ แต่เราไม่อยากจะชมมากเกินไป เพราะกลัวท้องฟ้าจะน้อยใจ อิอิ White Conch (ไวท์ คอนช์) สาวสวยที่คอยพานักท่องเที่ยว หรือ ผู้ที่ชื่นชอบการล่องเรือยอร์ช เดินทางแบบไร้เสียงเครื่องยนต์ ได้สัมผัสกับดนตรีจากธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม หากท่านใดสนใจ เข้าไปเยี่ยมชมเรือได้ทางนี้เลย
http://whiteconchcharter.com/index.php/sy/page/home
คนเรือของพี่ตู่ออกมาต้อนรับ พวกเราอย่างเป็นกันเอง นอกจากเครื่องกระต่ายกับเต้าแล้วพี่ตู่ยังมีเรือดิงกี้ ที่ไม่ได้ใช้และให้เรายืมมาใช้อีกด้วย ถ้าวินจะไปท้องฟ้าครั้งต่อไป วินไม่ต้องพายไป ไม่ต้องรอระดับน้ำแล้วนะ ต่อไปวินให้วินเดินมาที่เรือลำนี้ บอกกับคนเรือพี่ แล้วเอาไปได้เลย พอจะกลับ ก็เอามาจอดที่เดิม โอ้ว ตอนนี้เรามีดิงกี้พร้อมเครื่องแล้ว มันจริงดังคำหนังสือที่เราอ่านและใช้ยึดมั่นในแนวทางการดำเนินชีวิต หนังสือเรื่องคิดแบบยิวทำแบบญี่ปุ่น เขากล่าวว่า
“เมื่อเธอเจอสิ่งที่ชอบ พลังของเธอจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เธอจะได้พบกับผู้คนที่น่าทึ่ง แล้วหลังจากนั้นโอกาสก็จะวิ่งเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสาย หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ดวงขึ้น นั่นละ เวลาที่ดวงขึ้น ทุกสิ่งรอบตัวจะชักพาเรื่องดีๆ เข้ามาหาเธอ โดยไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเองเลย เธอจะมีความมั่นใจในตัวเองและกล้าลองทำอะไรใหม่ๆ ส่งผลให้ชีวิตของเธอ เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก”
ไม่ผิดจากสิ่งที่เราเจอและได้รับแม้แต่เพียงบรรทัดเดียว
เราสามคนมุ่งหน้าออกจากท่าเรืออ่าวฉลองสู่ท้องฟ้า พร้อมเสียงตะโกนไล่หลังของพี่โนช เอ็นจิเนียร์ประจำเรือ มีปัญหาอะไรโทรมานะ
พอออกไปสักพัก พี่ตู่ก็ให้เราลองบังคับเรือเอง นี่คือการถือท้ายเรือครั้งแรกในชีวิตเราเชียวนะ มีความสุขจริงๆหวะ

Scene : 30
Location : ท้องฟ้า
Date : 26 สิงหาคม 2017
Time : 16:00 น. (โดยประมาณ)
Weather : ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ ทะเลสงบนิ่ง

ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเช้าพายุฝนยังกระหน่ำจนแทบทำอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นทะเลสงบเงียบทุกอย่างคลีคลาย เราได้เรือพร้อมเครื่องกับน้ำมัน และ อาจารย์ที่ถ่ายทอดทุกๆประสบการณ์อย่างไม่คิดค่าหน่วยกิต
พอมาถึงท้องฟ้าเราก็ทำเช่นเดิม รีบเปิดเข้าดูในตัวเรือ ระดับน้ำไม่เยอะไปจากคราวก่อนมากนัก แต่เราก็วิดออก โดยมีพี่ตู่คอยช่วยด้วย(คือถ้ามีจัดการแข่งขันกีฬาวิดน้ำออกจากเรือ เราว่าเราคงได้ติดทีมชาติเลยแหละ) เสร็จแล้วก็นั่งจิบเบียร์สนทนากัน เราเล่าให้พี่ทั้ง 2 ฟังว่าเราจะเปลี่ยนชื่อเรือ จากท้องฟ้า เป็น ทัศนามหาสมุทร ทัศนาคือชื่อยายของเรา เรารักและผูกพันกับยายมาก ยายเป็นคนเลี้ยงดูเรา พี่เขต และ พี่ตู่ ก็ยินดีกับชื่อเรือที่เราตั้ง และบอกว่าเป็นชื่อที่ดี พร้อมกับเล่าว่า เขาก็โตมากับยาย เรานั่งเล่าเรื่องยายกันอย่างเพลิดเพลินจนถึงเวลานัด ทานข้าวเย็นกับพี่จ่าหิน ที่ร้านอาหารของพี่บ่าว จำพี่บ่าวได้ไหมครับ ชื่อที่อยู่ในกระดาษพับเล็กๆ ที่พี่ท๊อปร้านขายอุปกรณ์เรือส่งให้เรา นี่เรากำลังจะเจอกับพี่อีกคนที่รู้จักท้องฟ้าเป็นอย่างดี
เราช่วยกันเก็บของ เก็บขยะ และออกเรือกลับเข้าท่า ตอนนั้นฟ้ามืดแล้ว ถือเป็นจังหวะเหมาะเจาะพอดิบพอดี กับการเรียนรู้วิชาขับขีเรือดิงกี้ยามค่ำคืน โดยอาจารย์ตู่ เขาบอกเราถึงวิธีสังเกต สิ่งต่างๆในตอนกลางคืน ดูทิศทางของน้ำและลม ขับขี่อ้อมหลังเรือเสมอเพราะไม่งั้นจะเจอสมอ
ไม่กี่อึดใจเราทั้ง 3ก็กลับมาที่ท่าเรือ และเดินทางต่อไปยังร้านอาหารของพี่บาว


Scene : 31
Location : Ao Chalong 59 restaurant And bar
Date : 26 สิงหาคม 2017
Time : 18:30 น. (โดยประมาณ)
Weather : ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ ทะเลสงบนิ่ง

เรา 3คนจอดรถและเดินเข้าไปในร้าน อ่าวฉลอง59 พี่จ่าหินนั่งรออยู่ก่อนแล้ว พวกเราล้อมวงกินข้าวพูดเรื่องเรือใบ และ หนังเกี่ยวกับเรือใบต่างๆนาๆ พี่เขตแนะนำให้เรารู้จักกับพี่บ่าว เจ้าของร้าน และ เจ้าของทุ่นที่ท้องฟ้าใช้อาศัยเพื่อไม่ให้คลื่นลมพัดพาไปไหนต่อไหน
เราคุยกันไปเรื่อยๆ จนมาถึงเรื่องสำคัญ เรื่องของท้องฟ้า พวกพี่ๆทั้ง 3คน พี่เขต พี่จ่าหิน พี่ตู่ คุยกันเรื่องลากเรือท้องฟ้าไปขึ้นคาน (ขึ้นบก) พวกเรานั่งหาวันเวลาที่ว่างตรงกัน นัดแนะจน หวยมาออกในวันที่ 15 กันยายน 2017
เข้าใกล้มาทีละนิดแล้วนะท้องฟ้า ใกล้ได้ขึ้นฝั่งแล้วหลังจากที่ล่องลอยทนแดดทนฝนและคลื่นลม มานานแรมปี
เราทั้ง 4คน นั่งพูดคุยพลางกระดกเบียร์กันจนลืมเวลา นาฬิกาบอกเวลาที่ซินเดอเรล่าจะหมดพร เราแยกย้ายกันกลับที่พัก และ เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็กลับ กทม.
เรารู้สึกว่าเรากลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เวลาที่มาภูเก็ต เราได้เจอครอบครัวที่อบอุ่น ได้แชร์ความฝันกับพรรคพวกที่หลงไหลในเรื่องเดียวกัน ได้เห็นถึงความรักที่ถูกส่งมอบให้กันอย่างไม่มีข้อแม้ มันช่างอบอุ่นเสี่ยยิ่งกระไร
หลังจากนี้เราจะลงไปภูเก็ตอีก 2 ครั้ง ก่อนที่จะลากเรือ และบอกเลย วันอากาศสดใสเราไม่ลาก เราลากกันวันที่พายุเข้า วันที่น้ำท่วมภูเก็ตออกข่าวไปทั่ง ติดตามตอนต่อไปและต่อๆไปให้ได้นะครับ ขอบคุณที่ตามอ่าน 
SHARE
Written in this book
BoatPacker ให้สายลมพาเดินทาง
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วยเรือยอร์ช อาศัยสายลมขับเคลื่อนการเดินทาง ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือจากประสบการณ์ตรง เรียงร้อยถ้อยวลีเป็นเรื่องราวจากเรื่องจริง  
Writer
Win7Seas
Writer
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วย ลม ใบเรือ และท้องทะเล

Comments