ตอน : เพรียงกระซิบ (ฉบับพิเศษ)
Scene : 25
Location : สนามบินภูเก็ต
Date : 19 สิงหาคม 2017
Time : 07:30 น. (โดยประมาณ)
Weather : อากาศดี ท้องฟ้าสดใส

เราใช้เดินทางโดยเครื่องบิน มาภูเก็ตหลายเที่ยวแล้ว แต่เที่ยวนี้แตกต่าง ตรงที่เรา ใช้สายการบิน Bangkok Airways - Asia's Boutique Airline ปกติเราบินกับ สายการบินที่ รักเราเท่าท้องฟ้า และ นุ่มนวล ดุจไหมไทย ใจตะวัน สายการบินที่เคยพาเราไปเที่ยวอินเดียฟรี เนื่องจาก overbook เลยกลับประเทศไทยเลยไม่ได้ พอได้มาลองนั่ง Bangkok Airways เรารู้สึกประทับใจนะ อย่างแรกเลย เขามีเลานจ์ ให้นั่งรอ มีขนมไหว้พระ ให้กิน ขนมไหว้พระในความหมายเราก็คือ ขนมที่ถูกย่อส่วนลง แบบ เข้าต้มมัดย่อส่วน ที่แกะแล้วกินทั้งคำได้เลย แต่สิ่งที่เราชอบจริงๆคือ ชั้นวางนิตยสาร เราเห็นและดิ่งตรงเข้าไปหยิบ นิตยสารที่ชื่อว่า WINDOW on Phuket นิตยสารนี้แจกฟรี เราหยิบมาเปิดๆดู ภาษาอังกฤษ.....แต่ก็เปิดผ่านไปทีละหน้า จนเจอเข้ากับหน้านึง โอ้วเหมือนเราถูกหวย หน้านี้มีค่าดังทอง มันมีตารางน้ำ Phuket Tide Tables บอกเวลาและระดับน้ำขึ้นน้ำลง มันรู้ใจเราจริงๆ ถึงแม้เราจะสามารถดูได้ผ่านแอพ แต่ยังไงเราก็ยังชอบดูผ่านกระดาษอยู่ดี และ อีกเรื่องที่ทำให้เราชอบก็คือ Bangkok Airways ใช้เครื่องขนาดไม่ใหญ่ นั่นหมายความว่า เวลาเดินทางขึ้นเครื่องของเรามันก็จะประหยัดลง ไม่เหมือนสายการบินที่รักเราเท่าท้องฟ้า และ นุ่มนวลดุจ ไหมไทย ใจตะวัน ที่นางเอาเครื่องใหญ่ มาบิน มันเลยช้ากว่า คนเยอะกว่ามันก็มีความคล่องตัวน้อยกว่าเป็นธรรมดา แต่สายการบินนี้ ก็มีเรื่องประทับใจให้เราเยอะพอสมควรนะ ครั้งนึงเราไปทำงานไกลบ้าน เกือบครึ่งเดือน พอขากลับเดินขึ้นเครื่อง ก้าวผ่านเข้าประตูเครื่องบิน เราก็ได้ยินประโยคที่สุดแสนจะมีพลัง มันกังวานขึ้นมาว่า ประโยคง่ายๆ 7 พยางค์ “ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ” น้ำตาจะไหล แต่นั่นบินต่างประเทศนะ ถ้าบินในประเทศ เราแนะนำว่าไปเครื่องเล็กดีกว่า
หลังจากลงเครื่องมาก็ไปเช่า มอเตอร์ไซค์ ที่ร้านเดิม จนเขาจำหน้า จำชื่อได้ และ ก็ลดราคาค่าเช่าให้อีกด้วย เราขี่รถไปที่พักที่ Phuket Marine Poshtel ที่เดิม และ พนักงานก็จำเราได้อีกเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้ลดราคา หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อย เราก็เดินทางไปยัง Phuket Yachts Club ที่จอดเรือดิงกี้ของเรา และ พายไปยังท้องฟ้า




Scene : 26
Location : เรือท้องฟ้า
Date : 19 สิงหาคม 2017
Time : 10:00 น. (โดยประมาณ)
Weather : อากาศดี ท้องฟ้าสดใส

เรามาถึงเรือ และ พลังแขนก็หมดเช่นเคย ก็นอนพักแบบเดิม แต่ใช้เวลาพักน้อยลง เพราะกล้ามเนื้อคงเริ่มจะชินต่อการใช้งานขึ้นมาบ้างแล้ว เราสำรวจภายในเรือ มีปริมาณน้ำเพิ่มเข้ามานิดหน่อย ตอนนี้ท้องฟ้ามีแผงโซลาเซลล์ แบตเตอรี่ และ เครื่องปั๊มน้ำอัตโนมัติ ที่พ่อมาติดให้เมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ด้วยเครื่องปั๊มมันมีขนาดใหญ่ จึงต้องอาศัยแรงดันที่เยอะ นำ้ต้องท่วมสูงถึงระดับนึง เครื่องถึงจะทำงาน พอเห็นเครื่องปั๊ม และ น้ำที่ยังคงท่วมอยู่แล้วมันขัดใจ มากูช่วยมึงเอง เราพูดกับเครื่องปั๊มน้ำ พร้อมวิดน้ำออก วิดๆ ไปก็เหนื่อย เลยลองไปคุ้ยๆ ห้องเก็บอุปกรณ์เรือ เจอ ขวดน้ำ 6 ลิตร หลายขวด ซึ่งมีขวดเปล่า อยู่ 3 ขวด และที่สูบน้ำบีบมือ (ตอนเด็กๆเกลียดมันมาก เพราะเรามีหน้าที่กรอกน้ำเข้าตู้เย็น คือต้องดูดน้ำจากถังน้ำ ลงขวดน้ำ ทุกวัน) เราจัดแจง พลิกแพลงนิดหน่อย คือดูดน้ำจากท้องเรือ ใส่ในขวด 6 ลิตร แล้วค่อยเอาออกไปทิ้งทีเดียว รอบละ 3 ขวด นั่งดูด นอนดูด พอนอนดูดนี้ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนกำลังบริจาคโลหิตอยู่ ดูดไปเรื่อยๆ จำได้ว่า ดูดน้ำออกไปหลายรอบมาก ประมาณ 20 รอบได้ 20 X 3 = 60 ขวด ขวดละ 6 ลิตร เท่ากับ 360 ลิตร น้ำหนักของน้ำ 1 ลิตร คือ 0.78 กิโลกรัม เราเอาน้ำหนักออกจากท้องฟ้า 280.8 กิโลกรัม.....ดูดจนน้ำเหลือน้อย น้อยจนไม่สามารถดูดได้ เราจึงหยิบฟองน้ำที่ซื้อมาจากร้าน TOP MARINE STORES PHUKET ซึ่งเกือบจะไม่ได้ซื้อมา เพราะมันแพงกว่าฟองน้ำทั่วไปที่เรารู้จักเยอะมาก ฟองน้ำแบบตัว spongebob ที่มีหลุมๆ และก็แข็งๆ แต่โชคดีมากที่ตัดสินใจซื้อมา เพราะพลังดูดซับน้ำมหาศาล ประหยัดพลังงานให้เราได้เยอะมาก จึงทำให้งานวิดน้ำ ซับน้ำ เสร็จได้ในเวลาอันสั้น
หลังจากนั้นเราก็พักเที่ยง กินขนมปัง 1 แผ่น เปลี่ยนชุด wetsuit ใส่ถุงมือ กระโดดน้ำ ขูดเพรียง วันนี้เราทำได้ดีกว่าวันก่อนเยอะ เพราะเราเริ่มคุ้นเคยกับงานนี้แล้ว เราดำน้ำ ลอดใต้ท้องเรือขูดเพรียงข้ามไปมาอย่างสนุกสนาน การมองท้องฟ้าจากใต้น้ำ ทำให้เรารู้ถึงขนาดความกว้างของเรือ เรานอนราบไปกับท้องเรือ มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน เหมือนเรากำลังกอดเธออยู่จากใต้น้ำ อดทนหน่อยนะท้องฟ้า เราพูดกับเธอ
เรากลับขึ้นมาบนเรือที่แห้งสนิท และ เงียบสงบ เงียบจนได้ยินเสียง เปรี๊ยะๆ เราตกใจมาก ไม่เคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน เหมือนท้องฟ้ากำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เราตกใจ ทำอะไรไม่ถูก รีบหยิบโทรศัพท์ โทรหาจ่าหิน เพื่อขอคำปรึกษา จ่าหินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย....เสียงเพรียง และนี่แหละ คือที่มาของชื่อตอน “เพรียงกระซิบบอก”
เพรียงกระซิบ เล่นเอาเราตกใจเลย ก่อนเรากลับ เราเลยร้องเพลงให้ท้องฟ้าฟัง เหนื่อยหน่อยนะ อยู่กับฉันเมื่อสิ่งที่ฝันนั้นมันไม่ง่ายเลย แหละวันนี้ฉันรู้ ต้องเหนื่อยหนักกว่าที่เคย แต่เธอก็ยังยิ้มได้ เสร็จงานในวันนี้เรียบร้อย บางคนเห็นสภาพเรือเราแล้วก็ส่ายหัว บางคนก็ถามว่า ซื้อขยะมาทำไม บางคนก็บอกเหมือนซื้อซากมาเลย งานยากเลย อย่าไปฟังเสียงเหล่านั้นนะท้องฟ้า สำหรับเรา เธอคือพระราชวัง และ เราคือราชาแห่งท้องทะเล พื้นที่น้อยกว่า 15 ตารางเมตรใครๆอาจจะบอกว่าเธอตัวเล็กแต่สำหรับเราเธอกว้างใหญ่เท่าจักรวาล อย่าน้อยใจไปเลยถ้าเราจะดูแลเธอได้ไม่ดี มีให้เธอได้ไม่เยอะ แต่ที่เราให้เธอไป ทั้งหมดนั้นคือทุกอย่างที่เรามีแล้ว.....
SHARE
Written in this book
BoatPacker ให้สายลมพาเดินทาง
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วยเรือยอร์ช อาศัยสายลมขับเคลื่อนการเดินทาง ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือจากประสบการณ์ตรง เรียงร้อยถ้อยวลีเป็นเรื่องราวจากเรื่องจริง  
Writer
Win7Seas
Writer
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วย ลม ใบเรือ และท้องทะเล

Comments