ตอน : หัวใจบ้าบิ่น 3
Scene : 10
Location : ดิ ออเรนจ์ เพียร์ เกสท์เฮาส์ (ท่าเรืออ่าวฉลอง)
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 19:30 น. (โดยประมาณ)
weather : หัวค่ำ ลมเอื่อยๆเย็นๆ

เราตื่นขึ้นมาในห้องขนาดประมาณ 40 ตรม. บนเตียงขนาดคิงไซส์ มองออกไปนอกหน้าต่างตอนนี้มีแต่แสงไฟสีส้มจากเสา...ทำไมไฟเสาไฟต้องเป็นสีส้มด้วยว่ะ? สงสัยมานานละ เราหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดหาคำตอบจาก google ไม่กี่อึดใจ เราก็ได้รู้ถึงเหตุผลที่ว่าทำไมไฟทางไฟถนนถึงต้องเป็นสีส้มหรือสีเหลือง
เรารู้สึกปวดหัวนิดๆ คงเป็นเพราะความเหนื่อยล้าจากการลงไปว่ายน้ำ และอาหารที่วันนี้ยังไม่ได้กิน เฮ้ย!!! พอนึกถึงอาหาร เรานัดพี่ยอดไว้ที่บาร์บลูชิพนี่หว่า นี่ที่นอนคิงไซส์สามารถดึงดูดความทรงจำชั่วขณะได้หรือนี่ เรารีบอาบน้ำแต่งตัว เพื่อไปตามนัดของพี่ยอด ซึ่งที่หมายก็ไม่ได้ไกลจากที่พักของเรา เรียกได้ว่าตดยังไม่ทันหายเหม็นก็เดินถึงแล้ว


Scene : 11
Location : The Bullship Bar
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 19:30 น. (โดยประมาณ)
weather : หัวค่ำ ลมเอื่อยๆเย็นๆ
ไม่นานนักเราก็เดินมาถึง the bullship bar พี่ยอด กับ นายหัววิคเตอร์ กำลังนั่งดวดเบียร์ และมีเพื่อนร่วมโต๊ะอีกคนนามว่า มิสเตอร์โจ พี่ยอดร้องเรียกเรา “มาๆ วิน กินอะไรมารึยัง สั่งได้เลย” พร้อมเรียกเด็กเสิร์ฟ ให้หยิบเมนูอาหารเครื่องดื่มมาให้เราเลือก ระหว่างที่เรากำลังสั่งเมนู พี่ยอดก็เล่าวีรกรรมของเราให้ มิสเตอร์โจ เพื่อนของนายหัววิคเตอร์ฟัง พอฟังจบมิสเตอร์โจก็หันมาคุยกับเรา มิสเตอร์โจเป็นชาวออสซี่ เหมือนนายหัววิคเตอร์ เขาพูดไทยได้นิดหน่อย เขาถามเราว่า “วิน วันนี้ วันที่เท่าไหร่ เดือนอะไร” เราก้มลงมองนาฬิกาแล้วตอบออกไป “วันที่ 29 เดือน 7” วินต้องจดจำวันนี้ไว้ให้ดีนะ วันนี้เป็นวัน lucky day ของวิน วันนี้วินได้เจอกับ กัปตันยอด รู้ไหมพวกเราเรียกเขาว่า สุดยอด วันนี้วินโชคดี อย่าลืมเอาเลขวันนี้ไปซื้อหวยนะ
!!!เดี๋ยวนะ ฝรั่งกำลังบอกให้เราซื้อหวยหรอ? ทำไมน่ารักจัง
หลังจากนั้น เราก็นั่งเล่าความฝันของเราให้ทุกคนฟัง นายหัววิกเตอร์ฟังจบ ก็บอกกับเราว่า “วิน เอ็งต้องทำความฝันของเอ็งให้เป็นจริง เอ็งต้องลงมือทำ เอ็งทำได้ แต่วันนี้เอ็งทำผิด เรียนรู้มัน เอ็งมากับความมุ่งมั่น และโชคก็เข้าข้างเอ็ง จงลงมือทำ” คำพูดนายหัว มันดังกึกก้องในหัวเรากลบเสียงดนตรีในบาร์จนหมดสิ้น จริงอย่างเขาว่า วันนี้เรามากับโชคจริงๆ
หลังจากนั่งคุยกันสักพัก เราก็ขอตัวลา เพราะวันนี้มันช่างเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ก่อนเราจะแยกออกมา ก็ย้ำเวลากับพี่ยอด ถึงภารกิจดูดน้ำออกจากเรือในวันรุ่งขึ้น





Scene : 12
Location : คานเรือ Chalong Boatyard
Date : 30 กรกฏาคม 2017
Time : 9:30 น. (โดยประมาณ)
weather : ฝน8แดด4

เรามาขี่มอเตอร์ไซค์จากบาร์ ตามพี่ยอด มาถึงคานเรือ Chalong Boatyard พียอดเล่าว่า เมื่อวาน เขานำเรือของนายหัววิกเตอร์ ออกมาทดสอบเครื่องยนต์ จากคานเรือที่นี่แหละ แล้วเขาเห็นคนกำลังว่ายน้ำอยู่ลิบๆ(เราเอง) ก็เลยลองขับเรือเข้าไปดู
พี่ยอดแนะนำให้เรารู้จักกับโกลพ เจ้าของคานเรือแห่งนี้ พร้อมเล่าวีรกรรมเมื่อวานให้โกลพฟัง และเราก็ได้รับเสียงตอบรับเช่นเดิม ว่ามันอันตราย แต่เรามีโชค หลังจากพูดคุยสัพเพเหระ พี่ยอดก็เล่าแผนการของวันนี้ให้ฟัง การใช้ชีวิตหรือทำ กิจกรรม อะไรที่เกี่ยวกับธรรมชาติมากๆ เราจำเป็นต้องเข้าใจเขาเสียก่อน อย่างเช่น ตอนนี้ เราต้องรอระดับน้ำขึ้น เพื่อให้เรือยางสามารถวิ่งออกไปยังเรือของเราได้ น้ำขึ้นน้ำลง กระแสนน้ำ กระแสลม ความลึก เป็นสิ่งที่เรา ต้องรู้และเข้าใจ ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเกินความพยายาม พี่ยอดสอนเราดู ตารางน้ำขึ้นน้ำลง ว่าน้ำขึ้นสูงสุดกี่โมง เวลาที่ดีที่สุดในการไปยังเรือของเรา ควรจะเป็นกี่โมง รายละเอียดต่างๆ ถูกเล่าผ่าน คนที่เพิ่งเจอกันยังไม่ถึง 24 ชั่วโมง อย่างจริงใจ และตรงไปตรงมา
เมื่อทุกอย่างพร้อม โกลพ ก็ให้เรายืมเรือยางลำใหญ่ ปั๊มดูดน้ำ แบตเตอรี่สำหรับปั๊ม พี่ยอด และ เอ็นจิเนีย 1 คน มาช่วยเราดูดน้ำออกจากเรือของเรา (ต่อจากนี้ เราขอเรียกเรือเราตามช่ือของเขาละกันว่า “ท้องฟ้า”)
เราช่วยกันเอาเรือยางลงน้ำ และขับไปหาท้องฟ้า พอออกมาจากฝั่งได้ไม่นาน เครื่องยนต์ก็ดับ พี่ยอดและพี่เอ็นจิเนีย ช่วยกันแก้ไข ไล่เรียงลำดับ และลองสตาร์ทใหม่ ไม่ช้าก็เจอกับสาเหตุ ถุงปุ๋ยเข้าไปติดใบจักร พี่เอ็นจิเนียยก เครื่องขึ้นมา และพี่ยอด ก็ค่อยๆแกะ ปัญหานั้นออกไป และเก็บ มันขึ้นมาไว้บนเรือ นี่คือความรับผิดชอบต่อ สิ่งแวดล้อมขั้นพื้นฐาน ถามว่าเขาจะทิ้งมันกลับไปที่เดิม เพราะมันอยู่ตรงนั้นอยู่แล้วก็คงไม่แปลกอะไร แต่เขากลับ เก็บถุงปุ๋ยที่เต็มไปด้วยโคลนเลอะๆ ขึ้นมา และเดินทางต่อ

Scene : 13
Location : ท้องฟ้า
Date : 30 กรกฏาคม 2017
Time : 10:30 น. (โดยประมาณ)
weather : ฝน8แดด4

และแล้ว พวกเราก็มาถึง พี่เอ็นจิเนีย เปิดเข้าไปใน saloon และตกใจ กับปริมาณน้ำที่เยอะเหลือเกิน พร้อมกับเริ่มเช็คทุกอย่างที่เสียหายหรือยังใช้งานได้ “น้ำท่วมเครื่องไปแล้วลูกพี่ พี่ต้องซื้อใหม่แล้วหละ ผมไม่แนะนำให้ซ่อม(เครื่องราคา 2-3 แสนบาท) และอย่าซื้อเครื่อง volvo อะไหล่หายาก เฟอนิเจอร์ไม้เสียหาย ฝ้าผุ สลิงหย่อน ไฟเบอร์แตก” เรานี่แทบจะเอาส้นตีนก่ายหน้าผาก กับความเสียหายทั้งมวล แต่มันก็ยังมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นบ้าง นั่นก็คือทั้งพี่ยอดและพี่เอ็นจิเนีย ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ท้องฟ้ามีโครงสร้างที่แข็งแรงมาก งานไฟเบอร์โดยรวมยังทนทาน
คือเรือลำนี้ถูกต่อขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในชาตินักล่าอาณานิคมที่ยิ่งใหญ่ของโลกประเทศหนึ่ง นั่นหมายความว่า เทคโนโลยีการต่อและออกแบบเรือของเขา มีมาตรฐาน มีความทนทานต่อสภาพคลื่นลมได้ดี ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะยังทรุดโทรมอยู่ก็ตาม แต่โครงสร้างของมัน หัวใจสำคัญที่จะทำให้เรารอดชีวิต จากการเดินทางรอบโลก ก็คือความแข็งแกร่งของโครงสร้างนี่แหละ สบายใจขึ้นมาหน่อยนึงละ
หลังจากประเมินทุกอย่างเรียบร้อย ก็ได้เวลาทำงาน พี่ยอดเรียกเรา “เจ้าของเรือ จั๊มแบตเป็นรึยัง” “ไม่เป็นครับ” พี่ยอดให้เราลองทำเอง เขาคอยดูและสอนอยู่ห่างๆ เราช่วยกันดูดน้ำออกจากท้องฟ้า จนไม่สามารถดูดได้ เพราะเครื่องปั๊มใหญ่เกินกว่าจะเข้าถึงซอกเล็กๆในตัวเรือได้ เลยต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการวิดแทน งานละเอียดมันต้องใช้มือโว้ย เราคิดพร้อมกับเอาขวดพลาสติกเล็กๆ วิดน้ำออกทุกซอกทุกมุม จนน้ำเหลือนิดเดียว จริงๆเราอยากวิดให้แห้งเลย แต่ก็เกรงใจ ว่าจะรบกวนเวลาของพี่ยอด มากเกินไป “สบายใจรึยังเจ้าของเรือ” พี่ยอดถามเราก่อนจะกลับขึ้นฝั่ง จริงๆเราก็ยังไม่สบายใจหรอก แต่ก็สบายใจขึ้นแหละ
“ ซื้อมาปล่อยเช่าหรอ” พี่เอ็นจิเนียถามเรา เราตอบกลับไปว่า ซื้อมาไว้เดินทางรอบโลกครับ เขาทำหน้าตกใจนิดหน่อย แล้วถามต่อว่า “มีกัปตันรึยัง” ยังครับ แต่ผมจะเป็นกัปตันเอง ค่อยๆเรียนรู้ไปครับพี่ ผมจะไปคนเดียว พี่เอ็นจิเนียเงียบและยิ้มให้เรา

Scene : 14
Location : คานเรือ Chalong Boatyard
Date : 30 กรกฏาคม 2017
Time : 12:30 น. (โดยประมาณ)
weather : ฝน8แดด4

เรากลับมายังคานเรือ ช่วยกันเอาเรือยางขึ้นมา ลืมบอกไปว่า ขากลับเราลากเรือยางของเรากลับมาด้วย และเอามันมาจอดไว้โคนต้นสน มัดมันไว้กับโขดหินใกล้ๆ หลังจากนั้น ก็ไปช่วยพี่ยอด กับ พี่เอ็นจิเนีย ล้างทำความสะอาดเรือยาง และ ร่ำลา พร้อมตอบแทนน้ำใจของทุกคนด้วยสุรา 2 กลม ตามแบบฉบับชาวเรือ เรารีบขี่รถกลับที่พัก อาบน้ำแต่งตัว ไปสนานบิน และกลับ กทม
ระหว่างทางกลับบ้านเรานั่งทบทวนทุกสิ่งเกิดขึ้นกับเรา ในระยะเวลา 2 วันที่ผ่านมา เสียทั้งเหงือ และน้ำตา น้ำตาจากความน้อยเนื้อต่ำใจ กับทุกๆสิ่งรอบตัว ทำไมเรามีได้เท่านี้ ทำไมเราทำได้แค่นี้ ทำไมเรามีเงินเท่านี้ คำถามที่ผุดเข้ามา มันมีแต่ทำไม ทำไม ทำไม และก็ ทำไม คำถามที่ไม่สร้างสรรค์ และบันทอนกำลังใจ ความคิดลบๆ จะโผล่มาทดสอบจิตใจ ตอนเราอ่อนแรงเสมอ
เราทบทวนทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามา หรือจริงๆ แล้ว เราไม่มีปัญญาจะทำความฝันให้เป็นจริง ความฝันที่ต้องแลกด้วยราคามหาโหด ซึ่งเราไม่มี เรามีเพียงแค่ ความเด็ดเดี่ยว และ มุ่งมั่น
จริงๆแล้วเราถามคำถามผิดกับชีวิตเว้ย คำถามที่ถูกคือ อย่างไร เราจะหาเงินมาซ่อมเรือได้อย่างไร เราจะไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร ต่างหากคือคำถามที่เราควรถาม
เรือเราไม่ได้สมบูรณ์พร้อม เพราะปัญญาของเรามันหาได้เท่านี้ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเว้ย ประเด็นคือ ตั้งแต่เราได้เป็นเจ้าของเรือท้องฟ้า เธอก็นำพาสิ่งดีๆมาให้เรา แนะนำให้เรารู้จักกับ กัปตันยอด นายหัววิกเตอร์เจ้าของเรือเจ้าของบาร์ มิสเตอร์โจ ชาวออสซี่ผู้มาพร้อมกับเลขเด็ดใบ้หวย (ถึงแม้มันจะไม่ถูกก็ตาม) โกลพ ผู้เปี่ยมน้ำใจ ที่ช่วยเหลือเรา พี่เอ็นจิเนีย ที่มาช่วยเราดูดน้ำและประเมินความเสียหาย หากย้อนกลับไปเมื่อวาน เรามาภูเก็ต ตัวคนเดียว โดยที่ไม่รู้จักใครเลย มันมีแต่เรากับเป้าหมายเท่านั้น เราทำทุกวีถีทางเพื่อไปยังเป้าหมายของเรา เรามีอยู่สองอย่างก็คือ เด็ดเดี่ยว และ มุ่งมั่น ซึ่งแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว
ถ้าคุณผู้อ่าน อ่านมาถึงตรงนี้ เราอยากจะบอกว่า ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ไม่มีอะไรยากเกินความพยายาม เราเหนื่อย เราเหนื่อยมาก เราร้องไห้ แต่เราไม่เคยหยุด เราไม่เคยยอมแพ้ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเป็นผู้ชนะ แต่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา คือการเอาชนะใจตัวเอง แค่นั้น แค่เอาชนะความคิดลบๆที่ถาโถมเข้ามาตอนเราอ่อนแรง เอาชนะความขี้เกียจทั้งรั้งให้เราไม่ลงมือทำ เอาชนะทุกข้อแม้ที่จิตใต้สำนึกของเราสร้างขึ้นมา และ แปลเปลี่ยนทุกๆปัญหาเป็นพลังในการก้าวต่อไปบนเส้นทางของความฝัน
ถ้าคุณกำลังท้อ ขออย่ายอมแพ้ อย่าอ่อนแอ แม้จะร้องไห้ จงลุกขึ้นสู้ไป จุดหมายไม่ไกลเกินจริง

และแล้วก็จบตอนแรกของ งานเขียนเล่าเรื่องราวระหว่างเรากับความฝัน ในชุดหัวใจบ้าบิ่น ซึ่งมีทั้งหมด 3 ตอน
และโปรดติดตามตามตอนต่อไป ในตอน “เพรียงกระซิบบอก” ตอนต่อจากนี้ เราจะได้พบกับบุคคลที่น่าทึ่ง ราชาโจรสลัดรุ่นเก๋าวงการใบเรือ นายหัวผู้ใจกว้างและมันกว้างมากพอที่จะเปลี่ยนความคิดเรา นายทหารเรือผู้เจนสมุทร รุ่นพี่สมอเหลืองสิงห์สมุทร โรงเรียนมัธยมที่เราเคยเรียน เจ้าของร้านขายอุปกรณ์เรือสุดแนว และความช่วยเหลืออีกมากมาย ที่เราได้รับ ติดตามให้ได้นะครับ 
SHARE
Written in this book
BoatPacker ให้สายลมพาเดินทาง
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วยเรือยอร์ช อาศัยสายลมขับเคลื่อนการเดินทาง ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือจากประสบการณ์ตรง เรียงร้อยถ้อยวลีเป็นเรื่องราวจากเรื่องจริง  
Writer
Win7Seas
Writer
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วย ลม ใบเรือ และท้องทะเล

Comments