บางส่วนจาก “1984” + บทกวี
“เพื่ออนาคต หรือเพื่ออดีต เพื่อกาลที่ความคิดเป็นอิสระ เมื่อมนุษย์คนหนึ่งแตกต่างจากอีกคน และไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว เพื่อกาลเวลาที่สัจจะดำรงอยู่ และสิ่งที่ทำแล้วย่อมไม่ถูกลบล้าง
จากยุคสมัยของความเป็นหนึ่งเดียวเหมือนกันหมด จากยุคสมัยการอยู่โดดเดี่ยว จากยุคสมัยพี่เบิ้ม จากยุคสมัยการคิดสองชั้น สวัสดี!”
...
สงครามคือสันติภาพ
เสรีภาพคือความเป็นทาส
อวิชชาคือกำลัง

คำจาก : (วินสตัน)...ออร์เวล


(เขา)คิดว่า”ทุกวันนี้ คุณไม่อาจมีความรักหรือความใคร่ได้โดยบริสุทธิ์ ไม่มีอารมณ์ใดบริสุทธิ์ เพราะทุกสิ่งถูกผสมด้วยความหวาดกลัวและความเกลียดชัง การสวมกอดของพวกเขาเป็นสงคราม และจุดสุดยอดคือชัยชนะ มันเป็นการต่อสู้ฟาดฟันต่อพรรค มันล้วนเป็นการกระทำทางการเมืองทั้งสิ้น”

คำจาก : (วินสตัน)...ออร์เวล



“...โอไบรอันไม่จำเป็นต้องทำให้วินสตันเชื่อในสิ่งที่วินสตันคงไม่ยอมเชื่อ เขาเพียงแต่ทำให้วินสตันยอมขายคนที่เขารัก ขายความรักอันเกิดจากปัจเจกภาพของเขาและจูเลีย ซึ่งเพียงแค่นี้โอไบรอันก็สามารถปล่อยตัววินสตันกลับไปได้”

คำจาก : ธงชัย วินิจจะกูล (วินสตัน...ออร์เวลล์)

บทกวีจาก Nap Pakanat
บนท้องถนนแห่งความจำเจ
เธอเดินมาด้วยผ้าปิดปากสีเดียวกับเสื้อบริษัท
เช้าเย็นที่เธอเดินผ่านมาและผ่านไป
กริยาซ้ำซากเป็นประจำวัน
กับพื้นถนนที่เธอทั้งหลายเป็นผู้ฝังบรรพบุรุษนับพันไว้เบื้องล่าง โดยไร้ซึ่งการกลับไปเหลียวมอง
...
ไม่มีสิ่งใดใหม่ในกลียุค
การฆ่าเพื่อเลี้ยงชีพถือเป็นเรื่องล้าสมัย
มีเพียงสิ่งที่ถูกเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่านั้นที่ร่วมสมัย
ตั้งแต่ยุคหินใหม่จนถึงยุคศตวรรษที่ 20
อำนาจของมนุษย์ยังคงอยู่บนหิ้งเหนือหัว
ใต้ชั้นวางรองเท้าบูทขัดเงาใหม่เอี่ยม
ไม่มีสิ่งใดใหม่ แม้กระทั่งการขาดแคลนรองเท้าของเด็กต่างจังหวัด
การอ่านและการไม่อ่านมีค่าเท่าเทียมกัน
เมื่อปากถูกเย็บติด
เมื่อนกหวีดถูกเป่าดังกว่าเสียงท้องร้อง
เมื่อไฟถูกจุดขึ้นกลางหมู่บ้านแห่งชนชั้น
เมื่อปีพ.ศ. 2561
หัวใจของมนุษย์เริ่มเลือนหายไปกับคำประกาศอิสรภาพของคณะปฏิวัติ

SHARE
Writer
MemoLife
I’m nothing
บันทึกลมหายใจ Nap

Comments