II
เป็นแฟนกันไหม ?   ประโยคสั้นๆที่ถูกกล่าวจากคนที่ตัวเราชอบมาร่วม3-4ปี  ความรู้สึกดีใจปะปนกับความสุขที่สมหวัง
แค่ได้เห็นประโยคนั้นผ่านข้อความที่เธอคนนั้นส่งมา ในหัวก็เริ่มทำงาน คาดหวังว่าความสัมพันธ์นี้จะเป็นไปได้ด้วยดี มองไปยังอนาคตที่เราสองคนได้ใช้ชีวิตร่วมกัน สร้างครอบครัวที่มีความสุข 
และอบอุ่นเคียงข้างกัน แต่นั่นคือความคาดหวัง ซึ่งมันสามารถพังทลายได้ด้วยความเป็นจริง 
ด้วยนิสัยและทัศนคติในแง่ลบที่ค่อนข้างคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีบางส่วนที่เราไม่เข้าใจ ซึ่งส่วนที่เราไม่เข้าใจที่เขาได้แสดงออกมาคือความไม่ใส่ใจ คำสัญญาที่เจือจาง และความไม่ชัดเจนที่ค่อยๆกัดกร่อนจิตใจของตัวเราไปเรื่อยๆ ความรู้สึกเหมือนของเล่นไขลาน หรือสุนัขที่รอคอยเจ้าของ 
รู้สึกมีความสุขเมื่อเขาสนใจ และเศร้าซึมเมื่อเขาไม่สนใจ ครั้งแล้วครั้งเล่ากับการกระทำเหล่านั้น 
เขาอยากมีเราในชีวิตจริงๆรึเปล่า ?คำถามที่อยู่ๆก็โผล่ขึ้นมาข้างในหัว ถึงเธอคนนั้นจะบอกว่าอยาก แต่เรากลับไม่รู้สึก และยังคงไม่แน่ใจในคำตอบนั้น ถึงแม้ว่าเราจะให้เขาไปทั้งใจ ถึงแม้จะรู้สึกมากสักเพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะมีความรู้สึกแบบเดียวกับเรา 
อนาคตที่ได้วาดเอาไว้ ค่อยๆถูกกัดกร่อนด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่มั่นคง เปราะบาง และค่อยๆแตกหัก ตัวผมที่เรียกร้องความสนใจ ตัวผมที่ต้องการความรักจากเธอคนนั้น ค่อยๆทำในสิ่งที่โง่เขลา จากความสัมพันธ์ที่เปราะบาง ก็ค่อยๆแตกหักลงไป 
เลิกกันไหม ?เธอคนนั้นได้กล่าวเอาไว้ว่า เรารู้จักกันน้อยเกินไป เราคบกันเร็วเกินไป โดยตัวผมนั้นก็รู้สึกเห็นด้วย แต่ว่าการคุยกันแบบมาๆหายๆตลอด3-4ปี มันไม่ได้ทำให้เรารู้จักกันดีมากพอ หลังจากที่ได้คบกับเธอคนนั้น เราก็ได้แต่หวังว่าเราจะรู้จักกันมากขึ้น แต่มันก็ไม่อาจเป็นไปได้
ตลอดความสัมพันธ์ เราเจ็บ เรามีความสุข เราอดทน เราพยายาม เราเลือกที่จะเดินต่อ
แต่เธอไม่เธอเลือกที่จะจบความสัมพันธ์ที่มีระยะเวลาไม่ถึง1เดือน ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถกลับไปเป็นแบบเดิมกับช่วงก่อนที่จะคบกันได้ เธอเลือกที่จะทิ้งเราเอาไว้ตรงนี้ ตรงที่ที่มีเราอยู่คนเดียวกับใจที่ว่างเปล่า
เธอเลือกที่จะให้เราหายไปจากชีวิตของกันและกันซึ่งเราก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่นิดเดียว 
ใจของคุณ เราจะไปทำอะไรได้ เป็นคำที่เธอเคยกล่าวเอาไว้ และเป็นคำที่เราได้กล่าวไว้กับเธอ ก่อนที่เราจะวางสาย
ตลอดเวลาที่ได้เจอ ได้รู้จัก ได้พูดคุย ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงๆตลอด3-4ปี แต่มันก็ได้สอนอะไรบางอย่างให้กับเรา สอนให้เราได้รู้ว่าจริงๆแล้วตัวเรานั้น 
ไม่สมควรมีความรัก
ยิ่งรู้สึกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเจ็บมากเท่านั้น 
ใครซักคนเคยกล่าวเอาไว้ แต่น่าแปลก ที่เรากลับไม่รู้สึกอะไรเลย 
มันก็ไม่ได้มีอะไรใหม่นี่ ความชินชากับเรื่องที่เกิดขึ้น กับอารมณ์บางส่วนของเราที่หายไป ทำให้เราไม่รู้สึกกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้ว จุดจบของเรื่องราวนั้น เรารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามันจะจบลงแบบนี้ 
การคาดเดาของเราที่เราหวังว่ามันจะผิด หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น 
ไม่ใช่การคาดเดาส่งๆ แต่เป็นการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตมาทับซ้อน และคาดการณ์ 
ซึ่งมันก็น่าผิดหวัง ตรงที่คุณเป็นแบบที่ผมคาดเอาไว้ ช่างน่าผิดหวัง
แต่เรื่องราวที่พึ่งเกิดขึ้นมา จะเป็นบทเรียนให้กับเราว่าไม่ควรจะมีความหวัง ไม่ควรใช้ใจ 
แต่ควรใช้ความคิด
ความรู้สึกนั้นอาจจะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่าเราก็ควรที่จะเก็บมันเอาไว้ข้างใน 
ถ้าแสดงมันออกมาชัดเจนจนเกินไป คุณจะกลายเป็นของเล่นของคนที่คุณรู้สึกด้วยทันที 
มันอาจจะฟังดูโหดร้าย แต่มันก็อาจจะเป็นแบบนั้น ผมเชื่อว่าไม่ใช่ทุกคน แต่ที่คนผมเจอมานั้นมักจะมีแต่แบบนี้ และตัวผมก็เช่นกัน การเล่นกับความรู้สึกของคนนั้นมันรู้สึกดีนะ แค่ตัวอักษรไม่กี่ตัว ก็สามารถทำให้จิตใจของบุคคลที่เราเล่นด้วยสามารถแตกหักได้ 
จิตใจนั้นเปราะบางแต่ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเล่นกับมันได้ เพราะแบบนั้นไง การเป็นคนที่ทำให้มันแตกหักได้ การที่ได้ทำให้มันแตกหัก ถึงได้สนุก
เราค่อยๆขัดเกลาตนเองด้วยผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถึงจะเลวร้าย แต่เราก็ได้เรียนรู้มาจากคนอื่น
เราได้รับมา เราก็แค่ส่งต่อ เหตุผลที่ว่า เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปทำกับคนอื่น ในแบบที่คนอื่นทำกับเรานั้น 
ไม่มีอยู่ในหัวเลย เหตุผลแบบนั้น
เราอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวจนวันสุดท้ายของการมีชีวิต แต่ว่านะ มนุษย์น่ะ 
ตัวคนเดียว ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่
การที่มีคนอยู่ข้างกายนั้น ก็แค่การเติมเต็มความโดดเดี่ยวของตนเองเท่านั้น จะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากไปก่อนแน่ๆ แล้วสุดท้าย
ก็ตัวคนเดียว


 

SHARE
Written in this book
a nObodY 
ความคิดของสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่ไร้ความหมายใดๆบนดาวเคราะห์​สีน้ำเงินเน่าๆดวงใหญ่ดวงนึง

Comments