บันทึกเดินทาง ตอนที่ 24 Meet the ENIAC
เจอ ENIAC คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก

เรียนแต่ในตำราว่า คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกชื่อ อินิแอ็ก ENIAC ขนาดเท่าห้อง ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาสัมผัสของจริงที่นี่ Computer History Museum เมืองเมาเทนวิว ในซิลิคอนวัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

น่าจะเป็นจุดไฮไลท์สำคัญจุดหนึ่งสำหรับคนที่มาดูงานย่านซิลิคอนวัลเลย์ เพราะที่นี่รวบรวมประวัติและตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกยุคทุกสมัยไว้อย่างครบถ้วน เรียกได้ว่าใช้เวลาครึ่งวันสามารถเรียนรู้พัฒนาการของการคิดคำนวณตั้งแต่ลูกคิด (Abacus) ของจีน เครื่องคำนวณแบบโบราณของ Charles Babbage มาจนถึงคอมพิวเตอร์รุ่นที่หนึ่งที่ใช้หลอดสุญญากาศ ยุคสองที่ใช้ทรานซิสเตอร์ ยุคสามที่ใช้เซมิคอนดักเตอร์ ยุคสี่ที่ใช้ไมโครโปรเซสเซอร์ และจนถึงยุคที่ห้าที่เป็น AI Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์สมองกลอัจฉริยะในปัจจุบัน

จากใจกลางเมืองเมาเทนวิว มีรถเมล์ฟรีของชุมชน (Community shuttle) นั่งไปประมาณ 8 ป้ายก็จะเห็นพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ทางขวามือ ค่าเข้าชม 17 เหรียญ หรือประมาณ 550 บาทไทย แต่ถ้าใครอยากได้เสื้อยืดเป็นที่ระลึกอีกตัว พร้อมของที่ระลึกเป็นบัตรป้อนข้อมูลแบบโบราณ พร้อมส่วนลดซื้อสินค้า 25% ในร้านขายของที่ระลึก ก็กัดฟันจ่ายไป 30 เหรียญ

ต้องบอกว่าพิพิธภัณฑ์นี้ จัดเรื่องราวต่างๆทำได้น่าชมยิ่ง อะไรที่เขาให้สัมผัสได้ ให้ทดลองใช้ ก็สามารถลงมือทำด้วยตนเองได้ ได้เห็นถึงอัจฉริยะในการออกแบบการคิดคำนวณของคนในอดีตหลายร้อยปีที่ผ่านมาว่าคิดได้อย่างไร ผมลองเอากระดูกของนาเปียร์ (Napier’s bone) สิ่งประดิษฐ์รูปคล้ายไม้บรรทัดมาทดลองคูณเลข ได้ผลรวดเร็วถูกต้องแบบไม่น่าเชื่อโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องคิดเลข ส่วนของชิ้นใดที่จับต้องแล้วอาจจะเสียหายเขาก็ขอว่าอย่าได้แตะสัมผัส

เดินผ่านยุคการใช้เครื่องจักรกลเพื่อการคำนวณที่ส่วนใหญ่จะเป็นการประดิษฐ์กลไกแบบเฟืองทด ก็มาสู่ยุคแรกของการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการคำนวณที่รวดเร็วถูกต้องแม่นยำโดยใช้หลอดแก้วสุญญากาศ เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่กองทัพสหรัฐให้เงินสนับสนุนมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียวิจัยแบบลับๆเพื่อคำนวณวิถีการยิงขีปนาวุธ ที่ชื่อ ENIAC (Electronic Numerical Integrator And Computer) ก็ปรากฏต่อสายตา ชิ้นส่วนที่นำมาแสดงเป็นของจริงที่ในโลกนี้ถูกแบ่งออกไปแสดงเพียงแค่ 9 ที่ เช่นที่ ม.เพนซิลวาเนีย ที่ พิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ กรุงลอนดอน และที่อื่นๆ เป็นต้น และที่นี่ คือ 1 ใน 9 ที่ดังกล่าว

ENIAC ตัวเต็ม ประกอบด้วยหลอดสุญญากาศ 17,486 หลอด หนัก 27 ตัน สูง 2.4 เมตร กว้าง 0.9 เมตร ยาว 30 เมตร เวลาเอามาเรียงในรูปตัวยู ต้องใช้พื้นที่ในห้อง 167 ตารางเมตร หรือคอนโดขนาดใหญ่สองห้องต่อกัน เริ่มทำงานลับๆทางการทหารอย่างได้ผลในปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ.2488) ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่สอง สามารถคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับวิถีจรวดขีปนาวุธได้อย่างรวดเร็ว ว่ากันว่า ใช้เวลาเพียง 30 วินาที ก็เท่ากับการคำนวณที่ใช้คนคิดถึง 20 ชั่วโมง อ่านดูยังไม่รู้เกี่ยวหรือไม่กับการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา นางาซากิหรือไม่ แต่ ENIAC น่าจะเสร็จตอนสงครามใกล้จบ หากสงครามไม่จบเราอาจเห็นฝีมือของ ENIAC ในการทำสงครามอีกหลายเรื่อง

ในปี ค.ศ.1995 ห้าสิบปีหลังจากมีเครื่อง ENIAC ปรากฏบนโลก เจมส์ เทา และ ลิน ปิง อัง (James Tau & Lin Pin Ang) สองนักศึกษาปริญญาตรีแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียต้นกำเนิดแห่ง ENIAC ประดิษฐ์ไมโครโปรเซสเซอร์ตัวขนาดปลายนิ้วก้อยวางโชว์บนฝ่ามือ สมรรถนะเทียบเท่า ENIAC ทั้งห้อง !!!

“อะไรๆที่เคยใหญ่ในอดีต ผ่านไปก็ไม่เท่าไรหรอกครับ” สองนักศึกษาปริญญาตรีนั้นคงคิดในใจ
SHARE
Writer
SomchaiSri
Thinker
คิดเขียนไปเรื่อย หากยังไม่เหนื่อยที่จะคิด

Comments