ความในใจของหมูขุน

อู๊ดดดด...
เจ้าสัตว์สี่ขาตัวสีชมพูอ้วนตุ๊ต๊ะที่ยืนเรียงๆ กันแน่นขนัดบนรถบรรทุกคันใหญ่ที่มีกรงสองชั้นนี้ คือน้องๆ ผมเองครับ

ทั้งเหนื่อยทั้งร้อนกับการเดินทางอันยาวไกล พระอาทิตย์ที่เจอกันตั้งแต่เช้า กับอาการเมารถของน้อง จะนอนก็เบียดกัน เฮ่ออ ชีวิต

แล้วถ้าจะให้ท้าวความว่าเป็นไงมาไงถึงได้ลงเอยไปไหนไปกันแบบนี้ได้ ก็ขอเริ่มว่า

"อย่าแย่งกันลูก"
แม่หมูตัวใหญ่เท่ารีทรีฟเวอร์อ้วนพูดกับผมและน้องๆ นับสิบตัว แม่ผมนอนตะแคงข้างในกรงคับแคบเพื่อให้ลูกๆ ดื่มกินนมจากเต้าได้สบายๆ และด้วยความที่ผมเป็นพี่ใหญ่ จึงต้องเสียสละกินทีหลังครับ เพราะน้องๆ ป่ายปีนเต็มเต้าแม่หมดแล้ว

รอยขีดข่วนบนตัวแม่หมูเกิดจากกีบเท้าคมๆ ของพวกเราเอง ไม่มีใครมาขัดมาตัดมาฝนให้มันทื่อหรอกครับ แม้กระทั่งพวกเรายังสร้างรอยแผลให้เลือดตกยางออกกันเองเลยครับ

ผมกับน้องๆ ที่อายุเกินสองสัปดาห์เริ่มหย่านมและถูกย้ายไปคอกอนุบาล ตัวใหญ่ขึ้น คอกกว้างขึ้น มีน้ำมากขึ้น อาหารมากขึ้น แต่รู้อะไรมั้ยครับ พวกเราไม่มีโอกาสได้เจอแม่อีกแล้วนะ

ข้ามความทรงจำของแม่มาที่การชั่งน้ำหนักลูกหมูอย่างพวกผมกันครับ มนุษย์สามสี่คนยืนล้อมคอกด้วยใบหน้าโหดอำมหิต(ล้อเล่นครับ 5555) จริงๆ เหมือนเล่นไล่จับครับ ใครหนีได้นานสุดชนะนะ น้องๆ ผมโดนจับหิ้วขาหลังลงเครื่องชั่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ต่อจากนั้นก็ผม แต่เหนื่อยหน่อยนะ เอ้าหมูวิ่งงงงงงงงงงงง

หลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน พวกเราถูกย้ายไปคอกรวม ที่คอกนึงมีหมู 10-12 ตัว คอกนี้แหละครับ ที่สนุกสุดๆ

พวกเราตื่นเต้นในตอนแรกที่ได้นั่งรถเล่นแป้ปนึงก่อนจะมาถึงคอกในแห่งนี้ ในจริงๆ นะครับ คอกถูกล้อมด้วยไม้สูงใหญ่มากมาย และต้นโพธิ์ผูกผ้าสามสี ลมเย็นพัดเอื่อยผ่านคอกเรื่อยๆ โชยกลิ่นหอมของดอกหญ้ามาแตะจมูก แต่กลิ่นที่ชอบที่สุด ก็อาหารหมูสูตร 952 นี่แหละครับ

กลางคืนนอนหลับแนบชิดกันตามสบายครับ ใครจะเอาขาพาดใคร ตามสะดวกเลย ปกติแล้วหมูอย่างเรารักสะอาดนะครับ พวกเราแบ่งที่นอนที่ถ่ายไว้คนละส่วน แต่มนุษย์นั่นแหละครับ จัดแบ่งพื้นที่ให้เราไม่พอ ทำให้หมูบางส่วนต้องไปนอนคลุกอยู่ในที่ถ่าย

เสียงก๊อกแก๊กในยามเช้าตรู่ นภาสีฟ้าๆ มัวๆ บอกเวลาหกโมงเช้า ง่วงจัง น้องๆ ผมยังไม่ตื่นเลยครับ ผมลุกเดินงัวเงียไปมองมนุษย์ที่ถือสายยางเตรียมมาล้างคอก เริ่มแล้วครับ งานเช้าของพวกเรา งานป่วนมนุษย์ เอ้าเร็วพวกเรา ตื่นๆๆๆ

มนุษย์ดึงสายยางหนีพวกเราที่วิ่งเข้าไปยื้อแย่งสายยางเหมือนเล่นชักเย่อ มนุษย์รึจะสู้แรงหมู น้องผมบางตัวเดินส่ายไปชนมนุษย์จนตกใจ บ้างก็แง้บชายกางเกงของเขา 5555

หลังล้างคอกเสร็จ พวกเราก็ส่งเสียงครวญครางด้วยความหิว เสียงอู๊ดดังระงมพร้อมๆ กับดวงตาจ้อยร่อยของพวกเราที่ส่งไป ผมวิ่งตามถังใส่อาหารและกินมันอย่างตะกละพร้อมน้องๆ เมื่อตอนมนุษย์เท 925 ลงรางอาหาร

เห็นได้ชัดครับว่าหมูอย่างพวกเราโตเร็วมาก เพราะอาหารวันละ 36 กิโล หรือเกือบสองกระสอบของพวกเรา สีผิวชมพูระเรื่อ กล้ามเนื้อแน่นๆ และไขมันนิ่มน่ากิน ช่วยระวังน้ำลายหกตอนมาล้างคอกด้วยนะครับ เพราะพวกผมน่ากินมาก

ใช่แล้วครับ น่ากินมาก ตอนนี้เลยอยู่บนรถขนหมูเตรียมไปโรงเชือดกัน ตอนแรกก็นึกสนุก วิ่งเล่นกัน ส่งเสียงอู๊ดๆ หยอกเย้าน่าอิจฉา แต่ตอนนี้เมารถครับ จะไม่ไหวแล้ว ผมทำได้แค่ทำหน้าพะอืดพะอม และแลบลิ้นออกมาระบายความร้อน มองน้องๆ ชะตากรรมเดียวกัน

ก่อนตายขอเจอแม่ได้มั้ยครับ อยากลาท่านสักหน่อย อยากขอโทษที่เวลาเล่นสนุกหรือกินของอร่อยไม่ได้นึกถึงท่านเลย แต่จะว่าไป ไม่จำเป็นหรอกครับ แม่พันธุ์อย่างแม่ของผมจำลูกเป็นสิบๆ ตัวที่เกิดมาในแต่ละครั้งไม่ได้หรอก

เนื้อหมูขุนชั้นดีอย่างน้องๆ และผม หวังว่าจะเป็นอาหารคลายหิวแสนอร่อยให้ใครหลายๆ คนนะครับ ไม่ว่าจะลูกชิ้นหมู เบค่อน เนื้อหมูสามชั้น หมูชั้นในสไลด์ ขาหมูเจ้าดัง ซุปกระดูกหมู หรือหมูหันฮ่องกง(อยากแนบรูปจัง) กินให้อร่อยนะครับ :)

และเรื่องราวในโรงเชือดไม่พูดถึงดีกว่านะครับ 5555
ในคอกสงบเงียบยามค่ำคืนของหมูแม่พันธุ์ เหล่าแม่ๆ ปรุงแต่งนมชั้นเลิศใส่พรวิเศษลงไปว่า หากนี้คือโชคชะตาของหมูขุน ขอลูกของมันเติบโตอย่างสมบูรณ์พร้อม ไม่เจ็บไข้ไม่มีโรคร้าย และยอมรับสิ่งที่เป็นอย่าได้คิดน้อยเนื้อต่ำใจร้องไห้งอแงไปเลย น้ำตาแม่หมูไหลลงขณะมองดูลูกน้อยที่พึ่งให้กำเนิด และคงมีอนาคตเหมือนพี่ๆ ของมัน แม่คิดถึงเจ้าทุกตัวเหลือเกิน ลูกที่กลายเป็นอาหารไปแล้วของแม่

SHARE
Written in this book
ความในใจ...
คุณเคยรู้มั้ยคะ ว่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ เขานึกคิด หรือมีเรื่องราวในใจอะไรบ้าง ลองมาสัมผัสส่วนหนึ่งในใจของพวกเขาได้ในหนังสือเล่มนี้
Writer
elimmy
WOLF OF THIS WORLD
หมาป่าชอบกระต่ายนะ

Comments