หลงเลือนในเคลื่อนควันเขียว
เหมือนผมกำลังยืนเย้าหยอกกับความโหดร้ายที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า 
ราวกับมันเป็นดั่งเพื่อนเก่าเก็บที่ไม่ได้เจอมานานเพราะคิดว่าจะเก็บมันไว้จนเก่าและจนตาย 
แต่แล้ววันหนึ่งที่ผมลืมบังเอิญตื่นขึ้นมา สิ่งที่ผมพบเจอกลับไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นเย้ายวนชวนให้ผมหลงเดินเข้าไปเสียทุกครั้งทุกครา 
และไม่ว่าจะกี่คราครั้งที่คำเชิญชวนถูกเอ่ยออกจากปากมหาปีศาจ คำตอบรับจากทาสบาปได้ถูกเอื้อนเอ่ยออกไปจากริมฝีปากคู่เอิบอิ่มที่มีรอยช้ำสีดำเป็นแต้มเล็กน้อยเหมือนลายบนตัวของวัวที่ไม่อาจมองเห็นคราบเลือดบนหลังมันเองเสียทุกคราไป 
ม่านหมอกปกคลุมไปทั่วอณูตารางเมตรที่จะสามารถสอดใส่เข้าไปได้เปรียบเหมือนครั้งเมื่อสงครามกลางเมืองก่อเกิดท่ามกลางประเทศที่ยังขาดความชอบธรรมในการปกครอง กบฐร่างตัวเข้าไปในทุกซอกหลืบ เปลวเพลิงและควันไฟเผาทำลายทุกอย่างลง พร้อมกับที่เหลือคราบหลงเขม่าดำทิ้งไว้ท่ามกลางกรอบแก้ว ความสับสนมวลม่นเกิดขึ้นรอบกาย รอบใจ และรอบครอบทุกสิ่งอย่างที่ควันจะอาศัยได้ มันเริ่มกัดกินแผดเผาโครงสร้างที่เคยเป็นมา บางหลงลืม บ้างผุกร่อน อาจจะสูญสลายหายไปในบางกระบวนการ แน่นอนไม่เคยช่วยอะไรในผู้ซึ่งสาบสิ้นซึ่งระเบียบ 
หรือการไร้ความเด็ดขาดเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นเพื่อยุตติคำครหา 
หากปิดหู เขาบอก มันจะไร้ซึ่งเสียงนินทาว่ากล่าว
หากปิดตา เขาบอก มันจะไร้ซึ่งพรรณนาในภาพลักษณ์
หากปิดปาก เขาบอก มันจะไร้ซึ่งความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลง 
เขาและเขาและเขายังคงบอกประโยคเดิม พูดประโยคซ้ำ ท่ามกลางม่านหมอกที่ไม่มีทีท่าว่าจะหายไปในเร็วควัน ซึ่งเร็วควันคงไม่เร็วเท่าคำเชิญชวนต่อมาของปิศาจ ครานี้มิเหมือนจะลอกคราบมาจากครานั้น ความหุนหันพลันแล่นลดลงอย่างช้าเชื่อง ความโกลาหลเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า กลางประกายไฟที่ประถุออกจากประจุที่มันเคยอยู่ดั้งเดิม
ข้าไม่ผิดเปลวไฟเอ่ยสิ่งที่ขัดหูออกมาอย่างเย็นเยือกขัดกับตัวตนที่ยังเผาแผดชีวิตให้แคบลงอยู่อย่างนั้น
ไยจะต้องหาสิ่งผิดเมื่อเจ้าอยู่ต่อหน้ามหาปีศาจ 
‘ไม่มีสิ่งใดเลวร้ายไปกว่าตัวเจ้าแล้ว’
‘ตัวข้านี่ไง’
‘เจ้ามองขึ้นมาจากหลุมมืดบอดนั่น’
‘เธอไม่เข้าใจหรอกว่ามันเป็นอย่างไร’
‘โอ้ ไม่นะ ตัวข้าหรือเจ้ากันแน่’
บนสนทนามากมายถูกกล่าวขึ้นและเลือนลอยหายไป โดยไม่มีคำอธิบายชนิดไหนที่จะหาได้ในแอพพลิเคชั่น facebook line หรือ google ว่าสิ่งไหนเป็นสิ่งอ้าเอ่ยบทสนทนาคำใดออกมากันแน่
ผ้าสีขาวที่ถูกโบกสะบัดลอยกลับขึ้นมาหลังคำตอบรับได้หลุดล่องออกไปภายหลังลมโชยสนทนา และลมร้ายแรงรุมเร้าปราบเสียจนผ้าสีขาวปลิวล่องออกไป 
เสาที่คอยยึดเหนี่ยวผ้าลูกลมพันธสัญญาตีตระหนั่งประหนึ่งปลักอยู่ข้างยอดเขาเอเวอเรส 
หนาวเหน็บและรุ่มร้อนภายในเวลาเดียวกันอีกโลกถูกลบล้างจากที่เคยเป็น 
ความไร้ระเบียบที่มีชื่อเรียกคล้ายคลึงกับว่างเปล่าก้าวออกมา เพียงแต่มันไม่ก้าวปล่าวทุกย่างก้าวมีคราบข่าวที่ส่องให้เห็นถึงความฝัน ความหวัง ความเชื่อที่ถูกพังทลายลงครั้งแล้วครั้งเล่าท่ามข้างความไร้ระเบียบ เกาะแกะ เกาะกิน ติดหนึบ สับสน ผลกลับแปรเปลี่ยน หลีกหนีหลบออก ทาสหลอกตัวเองว่ามันได้ออกมากัดชมโลกสวยสดงดงามเพียงอุทัยร่วงเลยได้สิบสามครา ปีศาจร้ายถวินหวลคืนหาเหล่าทาสพร้อมกับสาสน์เชื้อเชิญครั้งสุดท้าย กอปรกับความอันตรายโหดร้ายที่ยิ่งเหลือบเข้าไปมากเท่าไรยิ่งรู้สึกขำครืนในใจทุกครั้ง
และเหมือนเช่นเคยว่าไม่เหมือนที่ผ่านมา
จบสนทนากำลังจะเริ่มหรือจบลงทุกสามครา
SHARE
Written in this book
ตัดสนอลอวน
เรื่องราวสนสนวุ่นวาย ที่เกิดขึ้นภายในกาย และภายนอกใจ

Comments