ฆาตกรรมความฝันของเราซะ!
การมีฝันในวัย 17 อาจจะดูเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น เเต่ความฝันในวัย 27 ดูเป็นเรื่องตลก
ประโยคเปิดหัว คงสวนทางกับวลีเด็ดปลุกใจ ที่ท้าทายให้เราลาออก หรือลุกขึ้นมาทำตามเสียงของหัวใจ  ทั่วไปในโลกของ Gen Y Gen ที่ดูจะมีปัญหาที่สุด
เหมือนหลับตาอยู่ในความฝัน ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ในความจริง
Yes, I'm dreamer  that  always  nightmare.
การเติบโตขึ้นเราไม่ได้ละทิ้งความฝันหรอกเเต่เราเเค่ต้องการความมั่นคงที่มากขึ้นต่างหาก
ฉันบอกตัวเองอย่างนั้น...
ในโลกที่มีhow toความสำเร็จ เต็มร้านหนังสือ  ร่องรอยความสำเร็จที่ทุกคนพร่ำบอกว่า
ต้องมีมันให้ได้ก่อน 30 นะ  เหมือนบีบคั้นหัวใจให้เราลอยเคว้งในสูญญากาศ เเละถามตัวเองว่า 

ถ้าวันนึงสิ่งที่รักกับสิ่งที่ต้องทำมันไปด้วยกันไม่ได้ เรายังจะยืนข้างเดียวกับมันอยู่ไหม
โลกความจริงความชอบกับความรับผิดชอบมันคนละเรื่องกัน  เรายังจะกอดมันไว้ข้างใจเเต่ท้องไม่อิ่มอย่างนี้อยู่ไหม
เอาจริงๆ ศิลปะในตัวของเรามันไม่เคยขอข้าวขอการเลี้ยงดูอะไรจากเราเลยนะ เรานั้นเเหละที่คาดคั้นว่า จงเป็นอาชีพให้ฉันสิ  ฉันอยากจะตื่นมาทำงานเหมือนไม่ได้ทำงานเเบบ หนังสือHowto หลายๆเล่มบอกไว้ไง

"ทำสิ่งที่คุณรัก เเล้ว คุณจะไม่ต้องทำงานอีกต่อไปเลย"

เเต่นี่มัน  6 ปีเเล้วนะโว้ยยยยยยย 6 ปีตั้งเเต่เรียนจบ  ไอสไตน์เคยบอกไว้ว่าถ้าทำอะไรเหมือนเดิมเเต่หวังผลลัพท์ที่เเตกต่าง เเสดงว่า วิกลจริต  เออ อาจจะวิกลจริตจริงๆอะ  น้ำตาหมื่นกว่าลิตรที่เสียไปเพื่อความฝันมันไม่มีใครจำได้หรอกจนกว่าเราจะประสบความสำเร็จไง เเล้วต้องรอถึงเมื่อไร? ถ้าหากการทำตามความฝันเเล้วมันต้องเจ็บปวด  ลองให้โอกาสตัวเองที่จะมีความฝันอย่างอื่นบ้างได้ไหม  ลองมองตัวเองอย่างให้อภัยตัวเองพอที่จะไม่เสียใจกับมันเเล้วได้หรือเปล่า?

หากการละทิ้งฝันดูเป็นคนพ่ายเเพ้ เเต่ความจริงก็เป็นความกล้าหาญในการเริ่มต้นใหม่เช่นกัน  

การมีความฝันเป็นสิ่งที่ดีเพราะมันเป็นเหมือนน้ำมันขับเคลื่อนชีวิตให้เราได้รู้ว่าเราอยู่เพื่ออะไร  เเต่การหลับหูหลับตาฝันโดยไม่ตื่นมาดูความจริงว่า  ชีวิตในด้านอื่นๆยังไม่เรียบร้อย ไม่สามารถรับผิดชอบปัจจัยในชีวิตได้ ก็คงได้เวลาตื่นจากฝันเสียที  จัดระเบียบความสำคัญในชีวิตอีกครั้งโดยใช้สมองมากกว่าใจบ้าง การเติบโตคงเป็นเรื่องของการบาลานซ์สิ่งที่ชอบทำกับสิ่งที่ต้องทำให้ได้อาจจะไม่ต้องรุนเเรงถึงขั้นล้มเลิกจนดูเป็นคนห่วย อย่างที่สังคมบอกว่าเลิกก่อนคือเหยาะเเหยะ ไม่เอาไหน  เเต่เป็นการลุกเข้ามาจัดการชีวิตด้วยความจริงใจโดยไม่ให้ด้านอื่นในชีวิตไม่ล่องลอยเหมือนความฝันนั้นเอง   

การจัดการความฝันไม่ให้กระทบกับความจริงเป็นความฉลาดอย่างนึง 



SHARE

Comments