(จนป่านนี้แล้ว)ฉันก็ได้ดูเมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อเป็นครั้งแรก
ตอนเพื่อนมาค้างที่หอ(ประมาณช่วงเดือนที่แล้ว) 
 นี่ดู notification เตือนนัก รักซะเลย เป็็นครั้งแรก
ก็คิดในใจว่า 

นี่มันยุคฟื้นฟูอารยธรรมญี่ปุ่นอ่อวะ หลังจากที่สยามประเทศถูกยึดครองด้วยอำนาจของเซาธึโคะเรียะมาเป็นเวลาชั่วระยะนึง 
ก็น่าสนใจดีนะ แปลกๆดี เหมือนพวกวัฒนธรรม BNK และโอตะของเขา 

นางเอกเป็นโอตาคุ มีกลุ่มเพื่อนเป็นคุๆด้วยกันนี่แหละสามคน แล้วก็แอบชอบหนุ่มฮอทในมหาลัย แล้วก็มีโนติแจ้งเตือนจากไอโฟนลึกลับ ว่าในอนาคต 1 ปีข้างหน้า จะได้รักกันด้วยแหละ 
อะไรประมาณนี้ 

โดยส่วนตัว คนที่่อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านอย่างเราดูก็เฉยๆนะ แต่ไม่ดูต่อแน่ๆล่ะ เพราะขี้เกียจ (ฺBTW อยากดู 13RSWhy มากกว่า) วันนี้ไม่มีอะไรดู ก็เลยไปดูเมย์ไหน ไฟแรงเฟร่อ หนังสมัยที่อยู่ ม.5-6 มั้ง 

ปรากฏว่าเรื่องมันคล้ายๆกันเลย 
นางเอกเป็น nobody ในเรื่อง แล้วต้องมาเลือกยากระหว่าง หนุ่มฮอต กับเพื่อนชายคนสนิท 

คนเขียนบทคนเดียวอ้ะป่าว
แล้วมันยังมีคล้ายๆกัน กับที่ ตัวเองในทั้งสองเรื่องชอบวาดตัวเองกับคนที่ชอบไปมโน 

แล้วอีกฝ่ายมาเจอเข้า 
ก็เกิดเรื่องมากมายกันไปล่ะนะ 

ละพระเอกเรื่องเมย์ไหนนี่ก็น่ารักดีนะ คิดระบบชนชั้นในโรงเรียนขึ้นมาได้ ตลกดี 5555 น่าจะเขียนนิยายเก่ง - - พวกดิสโทเปีย ต้องการคนแบบนี้

มีหลายฉากที่ดูแล้วคิดถึงสมัยเรียนเหมือนกัน 
ถ้าถามว่าสมัยเรียนเราเป็นชนชั้นไหน ก็คงเป็นชนชั้นพระเอกแหละ พวกไร้ตัวตน จะทำอะไรก็ไม่มีใครรู้ แต่แปลกมะ ตอนนั้นไม่เคยคิดว่าที่เป็นอยู่มัันแย่มันไม่ดีอะไร 

ก็มีความสุขดีนะ 
คำว่า ตัวตนของป๋องกับของเรามันต่างกันนี่นา 
ถ้าป๋องกำหนดชนชั้นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารเป็นพี่ประธานสี ป๋องก็ไร้ตัวตน เราก็ไร้ตัวตนเหมือนกัน 

เราตอนมอปลาย กำหนดจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร คือ high-functional sociopath, high functional otaku คือ คนที่สามารถทำสิ่งที่ชอบได้อย่างสุดยอด ไปพร้อมกับการทำสิ่งที่ต้องทำ 

หัวกะทิที่เป็นโอตาคุแบบถึงเครื่องต่างหาก คือ จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารของเรา 55555

คนที่สุดยอดของเราไม่จำเป็นต้องมีสาวกรี๊ด ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่คนส่วนใหญ่พูดถึง แต่เป็นคนที่--เออ มีสองด้าน เป็นนักกีฬา แต่มีเบื้องหลังเป็นนักคอสเพลย์ งี้ , เป็นนักวิชาการ แต่เป็นสาววายสายผลิตทำหนังสือเป็นของตัวเองงี้ 

คือ มันก็สุดยอดแล้วอ่ะ สำหรับเรา 
เราที่พยายามทำในสิ่งที่ชอบ พัฒนาหลายอย่างเพื่อไล่ตามคนที่สุดยอดพวกนั้น เราเลยไม่รู้สึกว่าไร้ตัวตนเลยอ่ะ ตรงกันข้าม ในช่วงที่หลายคนคิดว่าเราไร้ตัวตน 

กลับเป็นช่วงที่เราเริ่มประกอบตัวตนของเราขึ้นมา

ไม่รู้ดิ เราไม่เด่นวิชาการ ไม่เด่นกีฬา ศิลปะก็ไม่เด่นในช่วงนั้น แต่ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองไร้ตัวตนแบบที่ป๋องคิดเลยอ่ะ ก็คิดๆอยู่นะว่าไม่เหมือนคนอื่น เป็น weirdo  ไม่รู้นิยามตัวเองเป็นอะไร  แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองแย่หรือตกต่ำอะไร 

สมัยนั้นก็จะเอาแต่คิดว่า... คนรอบข้างอ่ะสิไม่เข้าใจ แกมันพวกมักเกิ้้ล 

//เลยกลายเป็นจูนิเบียว (เราชอบเอามาพูดปกติ เป็นภาษาญี่ปุ่น เบียวนี่เหมือนแปลว่า โรค --อาการป่วย ..โดยรวมมันแปลว่า --พวกเด็กเกรียน--อารมณ์พวกเด็กติ่งขี้อวดเห่อมอย) ที่นึกถึงเมื่อไหร่ก็ทำให้อายจนถึงทุกวันนี้ 

เวนเอ๊ย ช่วงนั้นเนี่ยไร้ยางอายที่สุุด ...

แต่ก็รู้สึกดีนะ บ้าดี 5555 ถ้าไม่ทำตอนนั้นแล้วก็ไม่รู้จะทำตอนไหน 

ตัดภาพกลับมาที่ป๋องผู้น่าสงสาร เราคิดว่าการที่ป๋องคิดเรื่องชนชั้นมันไม่ดีกับป๋องไงก็ไม่รู้อ่ะ

มัันจะดีกว่าไหม ถ้าเราไม่พยายามตีกรอบให้ตัวเองว่าเราเป็นคนประเภทไหน แล้วก็ keep คาร์แรกเตอร์แบบนั้น

ฮ๊อยยย แกรรร เราควรจะเป็นอะไรก็ได้ที่เราอยากเป็นดิ เป็นอะไรก็ได้ 

แล้วที่บอกว่า โครงเรื่องเมย์ไหน เหมือน notification นี่ยังรวมไปถึงแนวคิดแบบนี้ด้วย 

ที่เพื่อนนางเอกพูดว่า "โอตาคุอย่างเรา...", ท่าทางที่แสดงออกเหมือนว่า คนที่เป็นโอตาคุไม่มีสิทธิ์คู่กับเดือนหรอก 

บ้าบอ 
ตีกรอบให้ตัวเองอีกละ ทั้งชีมิ้นท์จากโนติ และอีป๋องจากเมย์ไหน เลย ตัวเอกจากทั้งสองเรื่องเนี่ย 
มันเริ่มจากความคิดตัวเองแท้ๆอ่ะ ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นโอตาคุ เป็นชนชั้นไม่มีตัวตน มันก็จะเป็นได้แค่นั้นจริงๆนะ แล้วก็จะโดนสังคมปฏิบัติแบบนั้นนั่นแหละ 

ถ้ามีความสุข ก็keep คาร์แรกเตอร์ ต่อไปแบบนั้นนะลูก สู้ๆ
 
ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากบอกพวกเขาเหล่านั้นว่า อย่าหาคำนิยามมาบรรยายตัวเองเลยว่าเป็นนั่นเป็นนี่ แกก็คือแกนั่นแหละ แล้วแกจะเป็นอะไรก็ได้ 

สมมติ บ้าวาดรูป ..เป็นโอตาคุแล้วอยู่ชนชั้นหน้าตาดีได้ไหม ได้ หน้าตาดีแล้วยังเล่นกีฬาเก่งได้ไหม ได้ ... เป็นโอตาคุ ..เล่นกีฬาเก่ง หน้าตาดี เป็นอันฑพาล ไม่เอากิจกรรมอีกล่ะ.. เอาล่ะ  น่าสนุก  ป๋องจะจัดสิ่งมีชีวิตแบบนี้ไว้ในชนชั้นใด? 5555

มันมีนะ คนที่จัดประเภทไม่ได้แต่ก็แบบแข็งแกร่งเหลือเกินอ่ะ บางทีเราอาจจะยังไม่โตพอที่จะรู้จักคนพวกนั้น ถ้ารู้จักแล้ว จะอยากฉีกระบบชนชั้นทิ้งไปเลย 

แต่เดี๋ยวป๋องก็ต้องฉีก 

มันเป็นช่วงเวลาธรรมชาติ วัยรุ่นชอบคิดว่าตัวเองต้องเป็นนู่นเป็นนี่ ฉันเป็นฮิปสะเตอ ฉันจะต้องคุมโทนชีวิิตไปในทางเดียวกันหมด 
เราว่าพอโตขึ้นไปอีกหน่อยเราจะรู้ว่ามันไม่ใช่

เราจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น 
พอรู้อย่างนั้นแล้วชีวิตดูจะสนุกขึ้นเยอะเลย 

จริงๆนะ สนุกขึ้นมาก ตั้งแต่รู้ความจริงข้อนี้ 


เสริม. 

จริงๆ โนติ ทำกลุ่มเพื่อนโอตาคุออกมาแล้วไม่ค่อยอินเลยง่ะ อย่างกลุ่มพวกเรานะส่วนใหญ่จะคุยกันด้วยน้ำเสียงโมโนโทน แล้วก็พูดเร็วมากๆๆๆๆๆ จนตามไม่ทันเลยล่ะ ไม่ค่อยมีการขึ้นลงของน้ำเสียงอะไรเท่าไหร่ 

ไม่รู้ดิ กลุ่มโอตาคุอนิเมของเราค่อนข้างสุภาพอ่ะ เรียกกันแบบ ผม-คุณ ,ข้า-เอ็ง,ผม --ซัง, เรียกกันด้วย user name ในเว็บ tirkx (ดักแก่สัส) แล้วตามด้วย คุง 5555 อย่างเราเป็น ผญ จะถูกเรียกว่า เจ๊, เจ๊ฟุโจฉิคนนั้นน่ะ, สาวฟุ

ถ้าอยากแสดงกลุ่มโอตาคุให้เรียลมากขึ้น น่าจะทำอายุช่วง ม.ปลาย-ม.ต้น ช่วงนั้นกำลังเบียวเลย แต่ในช่วงอายุ ปี4 คือแต่ละคนจะออกสู่โลกความจริงมากขึ้น มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จนดูไม่ออกเลยว่าเคยบ้าการ์ตูนหัวบวมมาก่อน บางคนสวยหล่อขึ้นอย่างน่าตกใจ บางคนกลายเป้นหมอ บางคน เอิ่ม ไม่พูดดีกว่า เรียกได้ว่าเปลี่ยนจากหนอนไปเป็นผีเสื้อเลยล่ะ 















SHARE

Comments