1. หายไข้วันแรก
คือ ใครบอกว่ากลับบ้านแล้วจะตายไม่ได้ 
ตายได้เว้ย ตายง่ายด้วย 

ตายเพราะไข้หวัด 

ไม่เคยป่วยหนักขนาดนี้มาตั้งแต่ขึ้นปี 1 ส่วนใหญ่เรื่องหวัดนี่ก็็ แบบ ธรรมดาม๊ากก 
การขึ้นคลินิกทำให้เราป่วยบ่อย แต่อยู่ในระดับที่พอทนได้อ่ะนะ กินยากินอะไรไป ก็พออยู่ 
แต่นี่กลับมาบ้านปุ๊บ ก็แบบไม่ไหวอ่ะ ล้ม 5555

ล้ม ลุกไม่ขึ้น พูดไม่ได้ เสมหะมันขึ้นมาเต็มคอไปหมด 
แต่ก็หายแล้ว ด้วยฤทธานุภาพแห่งการนอน 
นอนแม่งไปเลย 24hrs. นอน นอนเหมือนซ้อมตาย ไม่ต้องออกไปไหน ประมาณ 3 วันแล้วมันดีขึ้นจริงๆที่รัก 
โชคดีอยู่ 1 อย่าง คือการมาป่วยที่บ้าน ไม่อยากจินตนาการว่าถ้าป่วยแบบนี้ที่พะเยา ไม่น่าจะเอาตัวเองรอดนะ จินตนาการ ขับรถออกไปหาอะไรกินทั้งๆที่ตาพร่าแบบนี้สิ 



ช่วงนี้มีงานที่ต้องทำอยู่ 
เป็นงานที่ทำกับอาจารย์ผู้ใหญ่ที่เคารพมาก แต่ก็แบบว่า---รู้สึกเหมือนโดนลอยแพเลยว่ะ ทั้งๆที่วันนี้พี่เจ้าหน้าที่ต่างๆก็โทรมา วางแผนการเดินทางให้เรียบร้อย ไม่เห็นจะพร้อมนำเสนองานตรงไหนเลย บอกเลยว่าหน้ากระดาษ Blank มาก ทั้งยังจะมีจ่ายเงินค่าสมัครงานอีก 

-ปิดเทอม ควรได้เที่ยวสิวะ อยากไป...ไปไหนอ่ะ อีดอก คิดไม่ออก อยากไป...อยาก..คิดไม่ออกจริงๆนะเนี่ย สิ้นหวังแล้ว 555 รู้แต่ว่าอยากไปดู Love, Simon 

นี่จะไม่มีดวงกับหนัง Romantic ที่อยากดูเลยจริงๆป่ะว้า ตอน CMBYN ก็ไม่ได้ไปดู พอไซมอนขยายโรงฉายมาที่เชียงใหม่ นี่ก็กลับมาอยู่กาฬสินธุ์ เอ้อ ดีๆ 

ไม่เคยมีดวงกับหนังรักซะเลย 




เนี่ย เริ่มละ คิดอะไรในแง่ลบ กูนี่มันพลังงานลบๆจริงๆเล๊ย  
ฮ๊อย แกร ก้้ต้องคิดในแง่บวกป่าววะ 

คิดบวก บวกกก บวกกกกก บวกกกกก 

ปล.ยิ่งพล่ามเรื่องคิดบวก และกดดันให้ตัวเองคิดบวกทีไร คิดถึงไอ้บ้าไบโพล่าร์ใน the silver lining playbook ที่เอาแต่พล่ามข้อความในหนังสือพัฒนาชีวิต แต่ชีวิตจริงกลับเจริญฮวบๆ

พยายามคิดบวกแต่ไม่โอบกอดและยอมรับปัญหาของตัวเอง ก็ไม่ต่างอะไรกับพายเรือวนในอ่างรึเปล่า 




-วันพรุ่งนี้จะไปที่ห้องสมุดโรงพยาบาล หาหนังสือเรื่องงานวิจัยเชิงคุณภาพ กลับมาอ่าน เพื่อหาทาง analyze ข้อมูลง่องแง่ง 

-มีอะไรทำได้ก็ทำเถอะ อย่าเรื่องมาก 55555555555555555555555 

-ไม่มีอะไรพร้อมทั้งนั้น ถ้ารอให้ทุกอย่างพร้อมแม่งก็จะไม่ได้ทำ 

-ได้ทำก็พอมั้ง ออกมายังไงก็ช่างแม่ง 

-เหี้ยๆไปเถอะ เดี๋ยวก็ตาย 



เออ ได้ข่าวกันแมะ เรื่อง TCAS ...จากข่าวที่กำลังอ่าน และสิ่งที่กำลังเผชิญ แม่งกลั่นกรองออกมาได้ว่า

ผู้ใหญ่เห็นเรื่องของเด็กๆ เป็นแค่จุดเล็กๆกระจิ้ดเดียวที่เดี๋ยวก็ผ่านไป 
จะทำอะไรก็ได้แหละ กับพวกเด็กๆ 

ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นี้เอง 

ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่สอบไม่ติดคณะที่อยากได้เอง ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นำเสนอแค่นี้เอง 
กังวลเรื่องสังคมเหรอ เดี๋ยวๆสังคมก็ลืมแล้ว เครียดเหรอ โกรธเหรอ เดี๋ยวก็ผ่านไปแล้ว ฉันก็ผ่านมาเหมือนกัน เธอยังผ่านไปได้เลย เดี๋ยวเธอก็ผ่านไปได้เหมือนกััน 
โลกนี้ห่วยแตกเหรอ ทนสิ ฉันยังทนได้เลย เธอก็ต้องทนได้ โลกมันห่วยได้มากกว่าที่เธอคิดอีกนะ 

บ้าเอ๊ยยย 
แล้วก็ชอบอ้างว่า ฉันเคยเป็นเด็กมาก่อน ฉันเข้าใจเธอน่า 

ตอแหล 

เพราะเคยเป็น และผ่านมาแล้วนั่นแหละ ปัญหาคือ ความรู้สึก 

จำได้ว่าผ่านมา
แต่ส่วนใหญ่ เสือกจำไม่ได้ว่า....ผ่านมา ด้วยความรู้สึกแบบไหน 

ความรู้สึกโกรธ หงุดหงิด คับแค้นใจน่ะ สุดท้าย ก็มักจะลืมไป ทดแทนด้วยความรู้สึกอื่นๆ เพราะกูผ่านมาได้แล้วไง 

เย้ อีดอก กูผ่านมาแล้้ว ตลอดเวลาในขุมนรกไร้ก้นที่เรียกว่าวัยเด็กและวัยรุ่นนั้นฉันลืมไปหมดแล้ว ตัวฉันในตอนนี้ สามารถยิ้มได้แม้ในตอนที่แมลงวันบินผ่านหน้า 

เพราะฉันผ่านมาแล้ว 
พวกเธอก็จะผ่านเหมือนฉันนี่แหละ 
แต่ผ่านด้วยความรู้สึกไหน 

ก็ไม่รู้สินะ

 (แนบมีมพี่โอเปอเรเตอร์สายการบินแอร์เอเชียแพพ ใครจำไม่ได้ก็ไปดู cover) 

ฉันลืมมันไปหมดแร้ว เพราะฉันมีความสุขละเกิน 
รับผิดชอบกันเอาเองละกัน 

อ่อนแอก็แพ้ไป พวกเด็กกะโปก 

อะไรแบบเนี้ยอ่ะแก 
เออ เส้าเนอะ 55555 

นี่โตเป็นควาย ก็ยังต้องพยายาม อธิบายสิ่งที่คับข้องใจให้ผู้ใหญ่เข้าใจ แต่แบบ เขาก็ยังจะชอบทดลองยัดเยียดอะไรๆใส่เราอยู่เรื่อย ฮ๊อยย แกร ชริงดิ่ ไม่เป็นไรหรอกแกร ทำๆไปเถอะ 

ไม่เป็นไรหรอก 

วัยรุ่นนี่อะไรๆก็ไม่เป็นไรสินะ 



คนที่พูดว่าชีวิตวัยรุ่นมัันดีน่ะ ก็คือคนที่ผ่านมันมาแล้วทั้งนั้นแหละ 
แต่คนที่อยูู่ในช่วงชีวิตแบบนี้น่ะ แม่ง ..กูพูดไม่ได้เต็มปากเล๊ยว่าชอบ 555 ไอ้ซั้สสส เกลียด!!! 


เกลียดชีวิตช่วงนี้จังเล้ย T.T ฮือ 

 


 





SHARE

Comments