แสงอัสดงของโรงหนังลิโด้

1
ผมมาถึงย่านสยามสแควร์เมื่อเวลาสิบเอ็ดโมง
ออกเดินทางจากหน้ารามคำแหง ด้วยรถเมล์่ร้อนสาย 40
รถติดบทถนนสุขุมวิททำให้ฟังเพลย์ลิสต์ของกรีซซี่ คาเฟ่ จบไปหลายเพลง
ท้องฟ้าจำลอง,สวนสนุกไดโนเสาร์ที่เพิ่งไฟไหม้,สถานทูตฟิลิปปินส์,สวนชูวิทย์ที่ปิดปรับปรุง,สวนเบญจสิริ ผ่านคลองสายตาผมไป
เมื่อรถแล่นมาถึงโรงพยาบาลตำรวจ เป็นสัญลักษณ์ว่าป้ายหน้าต้องเตรียมตัวลง
รวมๆแล้วผมใช้เวลาอยู่บนรถเมล์ร่วมๆสองชั่วโมง

2
ผมมาถึงเมื่อสิบเอ็ดโมง โรงหนังเพิ่งจะลืมตาตื่น
วันธรรมดาหนังรอบแรกมักเริ่มเที่ยงตรง ไม่มีรอบเช้าเหมือนวันเสาร์-อาทิตย์
แผงขายม้วนหนังด้านล่างเปิดอยู่ก่อนแล้ว ช่วงนี้มีเทศกาลขายม้วนหนังบลู-เรย์
ทั้งๆที่โรงหนังกำลังจะปิดตัวลง แต่กลับมีตู้ขายหนังสืออัตโนมัติมาวางไว้ตรงบันไดทางขึ้น-ลง
ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดี อยากให้มีตู้แบบนี้ละแวกที่พักเสียจริงๆ

3
สภาพโรงหนังก็ยังเหมือนเดิม
กลิ่นป๊อปคอร์นคั่วใหม่หอมฟุ้งในอากาศ
หลอดไฟสีชมพู สีแดง สีเหลือง ขับเน้นบรรยากาศโรงหนังให้โรแมนติก
เสากลมของโรงหนังมีหลอดไฟเส้นเล็กๆ และเถาดอกไม้พลาสติกสีชมพูคล้ายดอกซากุระพันไว้ตามเสา
พนักงานเดินตั๋วในชุดสูทสีเหลือง ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของที่นี่
กำลังเตรียมตัวให้บริการแก่ลูกค้าที่มาดูหนัง
ยังไม่รู้เหมือนกันว่าโรงหนังปิดตัวลง พวกเขาจะไปทำงานอะไรกันต่อ
บรรยากาศโรงหนังยังคงเดิม เหมือนที่เคยเป็นมา
หากแต่เพียงมีบางสิ่่งเปลี่ยนไป

4
วันแรกที่ผมสมัครเรียนรามฯ เป็นวันแรกที่ผมได้มาโรงหนังลิโด้
ผมนั่งรถเมล์สายเดียวกับที่นั่งมาวันนี้ มาทั้งๆที่ยังใส่ชุดนักเรียนนั่นแหละ
เมื่อมาถึงผมกลับทึ่งกับสิ่งที่เห็น
โรงหนังขนาดกะทัดรัด สองฟากฝั่งมีร้านค้าเดินกันได้ทั่วถึง
โทนสีแรกที่เห็นคือสีเหลือง
พนักงานเดินตั๋วในชุดสูทสีเหลือง ยืนประจำการอยู่หน้าโรงหนังแต่ละโรง ฉีกตั๋วและรอยยิ้มให้กับลูกค้า
ผมซื้อตั๋วหนึ่งร้อยบาท จำไม่ได้แล้วว่าดูหนังเรื่องอะไร
แต่วันนั้นดูหนังไปถึงสามเรื่อง ดูจบข้ามสะพานลอยไปขึ้นรถเมล์กลับหน้ารามฯ
หลังจากวันนั้น โรงหนังลิโด้ คือหมุดหมายที่ผมมักจะไปเยือนเมื่ิอมีเวลาว่าง

5
เมื่อโรงหนังลิโด้ประกาศว่าจะปิดตัวลงสิ้นเดือนนี้
บรรยากาศรอบตัวจึงเจือด้วยความห่วงหาอาลัย
บอร์ดแผ่นใหญ่ถูกตั้งไว้ตรงข้ามกับช่องซื้อตั๋ว
มีโพสต์-อิทหลากสีแปะติดไว้เต็มบอร์ด
ส่วนใหญ่เป็นข้อความแสดงความเสียใจ บอกลา บอกความประทับใจ รวมถึงเขียนด่าทอเจ้าของพื้นที่ใช้เช่า
อีกทั้งยังมีภาพวาดสีน้ำรูปพนักงานเดินตั๋วในชุดสูทสีเหลือง
หลายคนหยุดยืนอ่านข้อความที่บอร์ด
ผู้สูงอายุหลายท่านที่ผูกพันกับโรงหนังแห่งนี้
พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเสียดายที่โรงหนังต้องปิดตัวลง

6
การบอกลาโรงหนังในครั้งนี้ ผมดูหนังไปสี่เรื่อง
เรื่องแรกเริ่มเที่ยงตรง ดูที่โรง Lido 1 เรื่อง Tully
เป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่ที่เพิ่งคลอดลูกคนที่สาม และต้องเลี้ยงดูลูกสายวัยกำลังโต และลูกชายที่มีอาการคล้ายออทิสติก
จนเมื่อมาเจอกับพี่เลี้ยงเด็ก ก็มาช่วยเติมเต็มและแก้ปัญหาเรื่องราวที่แม่ลูกอ่อนต้องเผชิญ

เรื่องสองเริ่มตอนบ่ายสองสิบห้า ดูที่โรง Lido 3 เรื่อง Book Club
เรื่องนี้ฮามากๆ เป็นเรื่อวราวของกลุ่มหญิงวัยกลางคน ที่มักรวมกลุ่มกันทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เพื่ออ่านหนังสือ
จบเมื่อพวกเขาได้อ่านเล่ม Fifty shades of grey
ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไป เรื่องนี้ฮาจริงๆแนะนำให้ไปดู

เรื่องสามเริ่มห้าโมงครึ่ง ฝ่าสายฝนมาดูที่สกาลา
เรื่อง Solo : A Star wars story
ผมไม่ค่อยดูหนังแนวแฟนตาซีหรือจักรวาลเท่าไหร่
เอาเป็นว่าภาพสวยดี นางเอกก็น่ารักใช้ได้
เป็นเรื่องราวของ ฮาน โซโล นั่นแหละ
ถ้าอยากรู้จักมากกว่านี้ก็ซื้อตั๋วเข้าไปดูเอง

เรื่องสุดท้ายรอบสองทุ่ม ดูที่โรง Lido 2
เรื่อง The Devious Path เป็นหนังขาวดำจากเยอรมัน
จัดฉายในเทศกาลหนังเงียบ ซึ่งจัดที่โรงหนังลิโด้ทุกปี
ปีนี้เป็นครั้งที่ห้า และเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ฉายที่นี่
เป็นหนังเกี่ยวกับครอบครัว ฝ่ายชายเป็นทนายความหนุ่มที่ทำแต่งาน
จนไม่มีเวลาให้กับภรรยา ทำให้ภรรยามีชู้
และเกิดการฟ้องหย่า เรื่องราววุ่นๆก็เลยตามมา
สิ่งที่ชอบสำหรับเทศกาลหนังเงียบ คือจะได้ดูนักเปียโนบรรเลงสดๆ บรรเลงประกอบภาพยนตร์เงียบจนจบเรื่อง
จริงอยู่ว่าดูหนังเงียบ แต่แอบก็ได้ยินเสียงพูดคุยคนข้างๆอยู่ดี ฮ่าๆ

7
หนังจบสี่ทุ่ม และผมนั่งรถสายเดิมกลับรามคำแหง
เป็นการดูหนังที่กระหายและอิ่มไปในครั้งเดียวกัน
เมื่อม่านโรงหนังปิดลง แสงไฟถูกเปิดขึ้น
ผู้คนก็แยกย้ายกันเดินทางกลับ บ้้างอยู่ต่อเพื่อถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก
สูดกลิ่นลมหายใจเฮือกสุดท้ายของโรงหนัง
โชคยังดีอยู่บ้าง ที่ร้านขายม้วนหนังด้านล่างไม่ปิดไปด้ใน
แต่จะย้ายไปขายด้านหน้าอาคารแทน

8
เมื่อรถเมล์แล่นออกไป
ห้วงคำนึงถึงโรงหนังยังไม่จางไป
เราบอกลากันอย่างเงียบๆ
รวมๆแล้วผมดูหนังที่นี่เกือบร้อยเรื่อง
คงได้แต่หวังว่าโรงหนังกระแสหลักที่มีอยู่ตามห้างสรรพสินค้า
จะฉายหนังนอกกระแสหรือหนังต่างประเทศบ้าง
ไม่ใช่เหมาโรงฉายแต่หนังที่กำลังอยู่ในกระแส
เหมือนที่ครั้งหนึ่ง โรงหนังลิิโด้เคยฉายหนังถึง 9 เรื่องในวันเดียวกัน.



SHARE
Writer
Pratchawitdax
Reader&Writer
Writing Express

Comments