พ่อครับ โตขึ้นผมอยากเป็นคนขับรถ

“โตขึ้นผมอยากเป็นคนขับรถ” มุสตาฟา เด็กชายวัยรุ่นตอนต้น สัญชาติตุรกีบอกกับผม ขณะที่ผมกำลังนั่งอยู่บนรถของเมห์เหม็ด พ่อของมุสตาฟา

ผมพบกับเมห์เหม็ดครั้งแรกที่เมือง Silifke (อ่านว่า ซิลิฟเกีย) ประเทศตุรกี เมืองเล็กๆติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนี้ การเดินทางไม่ได้สะดวกสบายมากนัก เพราะไม่มีระบบขนส่งสาธาณะที่ทั่วถึงเหมือนในเมืองใหญ่

การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้เป็นการมาเที่ยว แต่เราถูกเชิญมาเพื่อร่วมเทศกาลดนตรีของที่นี่ และไม่ได้มีแค่ผมเพียงคนเดียว แต่เราพากันมาถึงเกือบ 30 คน ทำให้การเดินทางทุลักทุเลมากยิ่งขึ้นไปอีก

รถตู้ 2 คันถูกเตรียมไว้หน้าที่พักของเราเรียบร้อยแล้ว เพื่อแก้ปัญหานี้ และเมห์เหม็ดคือคนขับรถตู้คันที่ผมนั่ง

เมห์เหม็ดเป็นคุณลุงหน้าตาใจดี (นิสัยก็ใจดีนะ) แต่ตีนผีราวกับว่าแกเคยไปเรียนขับรถมาจากแถวแฮปปี้แลนด์ จนผมต้องออกมาเดินดูรอบคันรถว่ามีเลข 8 ติดอยู่หรือเปล่า

แม้ว่าผมต้องทำหน้าที่เป็นผู้โดยสารแล้ว ผมยังต้องคอยช่วยดูทางอีกด้วย - เปล่าครับ ผมไม่ได้ช่วยดูทางให้คนขับ แต่ต้องคอยมองทางด้านหน้า และตะโกนข้ามไปด้านหลัง

“ข้างหน้าทางโค้ง !!!”
“เตรียมเลี้ยวซ้าย!!!”
“โค้งขวาใหญ่มาก!!!”

เพื่อให้ทุกคนหาที่เกาะได้ทันท่วงที ใครที่เติมแป้ง กรีดตา ทาปากอยู่ ต้องหยุดทันทีถ้าไม่อยากให้หางคิ้วกับริมฝีปากลากมาชนกัน

อย่างไรก็ตามผมยังคงปลอดภัยดี และกลับถึงที่พักโดยสวัสดิภาพในคืนนั้น

เช้าวันรุ่งขึ้น เมห์เหม็ดมายืนสูบบุหรี่รอเราอยู่หน้าที่พักแล้ว แต่รอบตัวแกไม่มีรถจอดอยู่

รถตู้สีขาวคันเดิมค่อยๆเคลื่อนตัวมาจอดรับเราที่หน้าบ้านพัก เมื่อเราทุกคนส่งสัญญาณว่าพร้อมเดินทางแล้ว แต่ที่ต่างออกไปคือ คนขับของผมยังคงยืนสูบบุหรี่อย่างสบายใจ

ผมมองผ่านกระจกหน้ารถเข้าไป และภาพที่ผมเห็นคือ เด็กชายวัยรุ่นตอนต้นกำลังบังคับพวงมาลัยอยู่ในรถตู้คันใหญ่เพื่อมารับพวกเรา และนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบ มุสตาฟา

เราทักทายกันด้วยประโยคพื้นฐานเพียงไม่กี่คำ เพราะมุสตาฟาไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้มากนัก และภาษาไทยไม่ได้เลย เรื่องเดียวที่เราคุยกันและผมพอจับใจความได้คือ มุสตาฟาอยากเป็นคนขับรถเหมือนพ่อ

มนุษย์ที่โตมาในสิ่งแวดล้อมแบบแพทยนิยมแบบผม แทบจะไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เด็กคนนึงอยากโตเป็นคนขับรถ แม้ว่าผมจะเคยอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์เพราะอยากเล่นกระบอกตั๋วก็ตามที แต่ที่นี่ไม่มีกระบอกตั๋วให้เล่นนี่นา

ชอบเดินทาง และอยากพบปะผู้คนที่หลากหลาย น่าจะเป็น 2 เหตุผลเท่าที่ผมคิดออกในตอนนั้น แต่ก็เป็น 2 เหตุผลที่เพียงพอที่เราจะสามารถเคารพ และไม่ดูถูกความฝันของเด็กคนนี้

ผมเดินขึ้นรถพร้อมกับความไม่มั่นใจว่าจะฝากชีวิตไว้กับเด็ก ม.ต้นนี่ดีหรือเปล่า โชคยังเข้าข้างผมที่กฎหมายของที่นี่ศักดิ์สิทธิ์พอที่จะไม่ให้เด็กที่ยังอายุไม่ถึงได้ขับรถออกถนน

เมห์เหม็ดสวมวิญญาณ โกสต์ (ฟุต) ไรเดอร์ เหยียบมิดไมล์ ซิ่งนรกแตกเหมือนเดิม

“ผมอยากเป็นคนขับรถเหมือนพ่อ” เสียงของเด็กชายผุดขึ้นมาในหัวผม มุสตาฟาเอ้ยยย เอ็งจะเป็นคนขับรถก็ได้ แต่อย่าเป็นแบบพ่อเอ็งเลยยย

อันที่จริงผมก็อาจจะบ่นเกินไป ก็ถนนมันโล่งแถมเป็นทางตรงพี่แกก็เลยเหยียบแบบไม่ต้องเกรงใจใคร แต่ที่ต่างไปคือวันนี้แกชลอก่อนจะเลี้ยวทุกโค้ง ผมไม่ต้องตะโกนให้คนข้างหลังหาที่เกาะอีกแล้ว

รถตู้ทั้งสองคันจอดลงที่จุดหมาย ผมได้ยินจังหวะสามช่าที่คุ้นเคยดังมาจากรถอีกคันหนึ่ง ผู้คนบนรถสนุกครื้นเครงกับเพลงที่คนขับรถเตรียมมาเปิดให้เมื่อรู้ว่าต้องรับส่งคนไทย

ขากลับ เมห์เหม็ดบอกกับผมว่า ถ้าอยากเปิดเพลงไทย เอามือถือมาเสียบที่หน้ารถได้นะ

เช้าวันถัดมา มุสตาฟาขับรถมาจอดหน้าที่พักของผมเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีเสียงเพลงจากค่ายคามิกาเซ่ ดังลอดมาจากประตูที่เปิดออก เมห์เหม็ดแอบไปโหลดเพลงไทยมาจากเว็บเถื่อนเมื่อคืนนี้เอง

จนถึงตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจเหตุผลที่มุสตาฟาอยากเป็นคนขับรถเหมือนพ่อได้แล้ว ผมคงติดกับภาพคนขับรถที่ ขับรถปาดไปมา รถเมล์ไม่จอดป้าย แท็กซี่ไปเติมแก๊ส พี่วินที่ปีนฟุตบาท แถมโก่งราคาเกินจริง ทำให้เกียรติ และความภาคภูมิใจในอาชีพคนขับรถถูกบดบังไว้

สำหรับเมห์เหม็ด การขับรถไม่ใช่การพาคน สัตว์ หรือสิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ทุกคน และทุกสิ่งที่อยู่บนรถของเขาจะต้องได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

เมห์เหม็ดลดความเร็วก่อนจะเลี้ยวเพราะรู้ว่าการเลี้ยวแรงนั้นพวกเราไม่ชอบ แม้จะเป็นเรื่องปกติของคนที่นี่

เมห์เหม็ดเห็นคนขับรถคนอื่นเปิดเพลงไทยทำให้คนไทยสนุก เขาก็ไปสรรหาเพลงไทยมาเปิดบ้างจนได้ แม้ว่าตัวเองจะฟังไม่ออกก็ตาม

การแข่งขันกันบริการให้ลูกค้าประทับใจถือว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับผม เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเมห์เหม็ด และเป็นความฝันสำหรับมุสตาฟา

มุสตาฟาเอ้ย ถ้าอยากเป็นคนขับรถ ก็จงเป็นคนขับรถแบบพ่อเอ็งนะ
SHARE

Comments

Psychol
2 years ago
พี่เขียนได้โครตเฟี้ยว fc ครับ
Reply