สุขสันต์วันเกิดนะ
"เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเพียงเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่หนึ่งในคืนที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง"



วันนั้นเป็นวันพุธ วันที่ทั้งสองถูกทิ้งให้อยู่กันเพียงลำพัง หลังจากที่ถูกใช้งานเสร็จ คนนึงถือกล้อง คนนึงเล่นการแสดง อาตมันและพรายกำลังคิดว่าจะหาอะไรลงท้องเพื่อระงับความหิว ที่ทางเท้าฝั่งตรงข้ามมีร้านอาหารเป็นรถเข็นเรียงกันอยู่สามสี่เจ้า พรายเตือนอาตมันถึงสัญญาณไฟข้ามถนน เขาเหม่อไป เหม่อไปถึงความฝันที่ปลายขอบฟ้า
"ข้ามๆ" พรายบอกเหมือนบอกกับน้องชายข้างบ้าน
"ข้ามๆ" อาตมันเลียนเสียงเล่น
เมื่อเท้าก้าวขึ้นทางเท้าฝั่งตรงข้ามอาตมันก็เลี้ยวซ้ายไปหาร้านข้าวมันไก่ ส่วนพรายนั้นมุ่งหน้าไปยังร้านราดหน้า ทั้งสองกลับมาเจอกันตรงกลางซึ่งเป็นร้านน้ำ เบื้องหลังมีโต๊ะเหล็กแบบพับได้เรียงกันอยู่ราวยี่สิบตัว
"รอหน่อยนะหนู คิวยาวมากเลย"
"ได้ครับป้า ผมรอเก่งอยู่แล้ว" อาตมันบอกป้าร้านน้ำ
"ป้าคะ ของหนูน้ำมะนาวโซดาผสมน้ำผึ้งนะคะ คิดรวมกับพี่คนนี้เลย" พรายพูดมาจากข้างหลัง
"อ้าว เฉยเลย" อาตมันว่า
พรายยักคิ้วอันเป็นท่าประจำตัวให้
"พี่กินอะไร"
"ข้าวมันไก่"
"เราไปดูที่นั่งกันมั้ยพี่"
"อืมๆ ไปๆ"
ทั้งสองเดินผ่านร้านขายน้ำไป เลือกนั่งที่โต๊ะท้ายๆ เสียงช้อนซ้อมกระทบกับเสียงพูดคุย เสียงรถยนต์กับเสียงนกร้อง ทั้งสองนั่งลงไม่พูดไม่จา อาตมันมองท้องฟ้า พรายเลื่อนหน้าจอมือถือ เขาไม่เห็นดวงดาวเลยสักดวงเพราะแสงไฟจากถนน น้ำมาถึงก่อนอาหาร ข้าวมันไก่กับผัดซีอิ๊วมาพร้อมๆกัน
"นี่เราหิวหรือว่ามันอร่อย" อาตมันถาม
"น่าจะสองอย่างนะพี่ ถ้ามีเบียร์คงดี"
"มีสิ ลองเปิดหาร้านนั่งในโทรศัพท์ก็ได้นี่ แต่ของพี่โดนตัดนะ"
"หึ ของพรายแบตเพิ่งหมดไปเอง"
"จริงป่ะเนี่ย"
พรายพยักหน้าแทนคำตอบ
"เวรกรรม... งั้นเดี๋ยวค่อยไปถามคนเอาละกัน"
พรายพยักหน้า ขณะที่ลุกขึ้นอาตมันถามขึ้น
"กระเป๋าใหญ่ใส่บ้านได้เลยนะ"
"อือ กลัวบ้านหายเลยเอามาด้วย"
อาตมันถามกับป้าร้านขายน้ำว่าแถวนี้มีบาร์บ้างไหม
"หนูลองเดินไปทางนุ้นนะ" ป้าแกชี้มือไปทางซ้ายมือของร้าน "มันจะมีซอยอยู่ แถวนั้นมีทั้งบาร์ทั้งแกลเลอรี่
"ครับป้า โชคดีนะครับ"
อาตมันเดินไปสมทบกับพรายที่รออยู่หัวมุมถนน เขาบอกอย่างที่ป้าร้านน้ำบอก เมื่อรถว่างแล้วทั้งสองก็พากันข้ามถนนไป
ในซอยที่ป้าแกบอกเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดสามชั้นเรียงต่อกันเป็นพรืด ท้ายสุดเป็นถนนใหญ่ แสงไฟเรียกให้คนไปมุงเหมือนแมงเม่า มันมีทั้งบาร์และแกลเลอรี่ ทั้งสองเข้าไปในอาคารพาณิชย์ทางซ้ายมือที่อยู่ใกล้สุด ในนั้นมีถาพดอกไม้หลายขนาดหลายสิบภาพจนเกือบถึงร้อย ในนั้นมีกลิ่นหอมพร้อมผีเสื้อบินร่อน ผนังแกลเลอรี่สีขาวเหลือที่ว่างเพียงน้อยนิดกับเสียงป่าเขาที่แผ่วเบา
อาตมันเห็นโต๊ะตั้งพร้อมกับขวดไวน์และเบียร์ เขาเดินไปหาพรายและสะกิดเรียกให้มองไป ไม่ต้องมีคำพูดใดๆเกิดขึ้น พรายและอาตมันแทบจะก้าวออกไปพร้อมกัน
ทั้งคู่เดินชมภาพไปพร้อมกัน ในมือมีแก้วไวน์ สายตามองดอกไม้และผีเสื้อ ยังไม่มีคำใดออกมาจากปากของทั้งสองท่ามกลางเสียงพูดคุยของนานาชาติพันธุ์
พอไวน์ในแก้วหมดมันก็ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะ คนที่ดื่มเดินออกไป
"ใช้ได้เลยนะ"
"อืม เข้าไปแล้วเหมือนเปลี่ยนโลกไปเลย"
ทั้งสองอยู่ในบาร์ที่อยู่เยื้องกับแกลเลอรี่แห่งนั้น
"ลองของพรายดูดิ" เธอยื่ขวดเบียร์ที่จิบไปนิดเดียวให้อาตมัน "หอมดี"
อาตมันหน้าย่นเมื่อมันไหลไปสัมผัสลิ้น
"บาดคอขาดเลย"
ถึงตอนนั้นขวดเบียร์ของเขาก็ถูกยึดไปแล้ว ในบาร์ตกแต่งผนังด้วยปูนดิบและไม้ขัดเงา แสงสีส้มจากไฟหลอดสะท้อนกับขวดเหล้าชนิดต่างๆบนชั้น
"พี่ว่าเราตายแล้วจะไปไหน"
"ไม่รู้สิ" เขาจิบเบียร์ที่ถูกบังคับแลก "เราอาจจะแค่หายไปเฉยๆก็ได้นะ"
"แล้วพี่จะทำไรหลังจากนี้"
"คงไปเกาะเต่าแหละ ไปดูที่ๆนั่นหน่อย ไม่ได้ไปนาน"
"เหรอ ไว้พรายแวะไปเยี่ยม"
"ไปสิๆ พี่มีเพื่อนเปิโฮสเทลที่นั้น"
"อืม… นี่เพลงของนอร่าห์ โจนส์" เธอบอกกับอาตมันหลังจากที่เพลงเปลี่ยนไปได้ไม่กี่วินาที "คัม อะเวย์ วิธ มี อิน เดอะ ไนท์" เธอร้องคลอไปกับเพลง
"ฟังบ่อยล่ะสิ"
"อืม ทุกเช้าเลย มันดีมากเลยนะถ้ามีกาแฟหอมๆ"
"เหรอ เอาไว้จะลองมั่งนะ"
"ถ้าอเมริกาโน่จะดีเยี่ยมเลย"
อาตมันพยักหน้ายกขวดเบียร์ขึ้นส่องกับแสงไฟ เหลือก้นขวดที่ขังกันอยู่ในแอ่ง
"เอาเพิ่มบ่"
พรายยักคิ้ว
"ไม่เอาอันนั้นแล้วนะ คอจะขาดตาย"
"อื้อ ไปสั่งเถอะไป"
อาตมันเดินไปที่บาร์ เขาถามบาร์เทนเดอน์ถึงเบียร์ชนิดต่างๆ เขาเลือกเบียร์ผลไม้สองขวดตามคำแนะนำ
ขณะที่พรายตั้งกล้องออกไปข้างนอกหน้าต่างอาตมันเดินเข้ามาอย่างไม่เร่งรีบ ค่อยๆเรื่อยๆ
"เดี๋ยวเบียร์มันก็หายเย็นหรอก"
"ตลอดเลย บ่นตลอดเลย" อาตมันดัดเสียงตัวเองให้แหลม ทีแรกพรายกลั้นขำแต่สุดท้ายก็ไม่อยู่
"นี่อะไร ไม่บาดคอขาดใช่มั้ย"
"ไม่บาดหรอก บาร์เทนเดอร์บอกชุ่มคอเหมือนน้ำผึ้งมะนาวเลย"
"บ้า"
"เออสิ บ้า"
ทั้งสองประกับปากขวดกับปากตัวเองพร้อมกัน แล้วเปลี่ยนขวดให้อีกฝ่ายลองบ้าง
"ดีกว่าตะกี้เยอะ" อาตมันว่า
"อืม ก็จริงอ่ะ พรายเอาอะไรมาก็ไม่รู้" เธอหัวเราะตัวเองจนเห็นฟันขาวเรียงกัน ดวงตาที่เคยกลมหรี่เล็กลง
"นี่" อาตมันเรียกพรายที่กำลังจะล่องลอยหายไปในบรรยากาศ เขาทำมือยื่นให้พรายจับ "เชื่อเรื่องพลังจิตมั้ย ลองหลับตาแล้วคิดถึงเลขๆนึงจากหนึ่งถึงสิบ" เขารอให้พรายพยักหน้าแล้วพูดต่อ "จากนั้นนะนึกถึงเลขอีกจัว คราวนี้จากหนึ่งถึงยี่สิบ ถ้าได้แล้วก็ลืมตา"
เมื่อพรายลืมตาขึ้นอาตมันก็บอกว่า "เจ็ด กับสิบสาม"
"ไม่ได้ใกล้เลยพี่"
"เอ๊า เวรกรรม สงสัยพลังจิตจะไม่มีจริง"
"โธ่ หลอกจับมือกันเหรอ"
"ป่าวเลย ป่าวๆ" อาตมันทำตกใจและรีบปล่อยมือ "ไม่เคยคิดงั้นเลยจริงๆนะ" เขาเอามือที่จับกับมือของพรายมาอังที่จมูกแล้วทำหน้าตาเคลิ้บเคลิ้ม
"โคตรโรคจิตอ่ะพี่"
"หึๆๆ เพิ่งจะรู้เหรอ พี่น่ะอันตรายต่อเด็กและสตรี"
"ไอ้พี่ต๊องเอ้ย"
อาตมันหัวเราะร่า เสียงของเพลงในบาร์ดำเนินต่อเนื่องมาถึงตอนนี้ มีเศร้าบ้าง สุขใจบ้าง จังหวะช้าเร็วพาอารมณ์ความรู้สึกของทั้งสองให้ใกล้กันยิ่งขึ้น
"ชอบเต้นรึเปล่าพราย พี่ชักจะคันเท้าขึ้นมาแล้วสิ"
"ได้นะพี่ วันพุธสุดๆอยู่แลัว"
อาตมันลุกไหจ่ายเงินกับบาร์เทนเดอร์ พรายออกไปรอหน้าร้าน เธอเพิ่งสังเกตุเห็นว่าคนในรัานเพิ่มขึ้นมากจากตอนแรก ไม่นานอาตมันก็ออกมา เขาและเธอเดินไปที่ถนนใหญ่ มีรถจอดรออยู่แล้ว อาตมันเปิดประตูให้พรายขึ้นไป เขาขึ้นตามแล้วบอกจุดหมาย อากาศในรถเย็นฉ่ำหอมกลิ่นน้ำยาปรับอากาศ คนขับยังหนุ่มแน่นเคาะนิ้วกับพวงมาลัยตามเพลงฮิพ-ฮอพ
ตลอดทางอาตมันและพรายไม่ได้คุยอะไรกัน อาตมันมองออกไปยังถนนหนทาง ล่องลอยออกไปกับความคิด
"พี่คิดอะไรตอนอยู่ในรถ" พรายถามขณะที่เขากำลังเอาบัตรประชาชนออกจากกระเป๋าสตางค์
"ตัวจริงหล่อกว่าในรูปนะครับ" อาตมันบอกกับการ์ดที่ขอตรวจบัตร ชายร่างกายกำยำในชุดสีดำขำออกมา พรายตบหลังอาตมันอย่างแรง
"โอ๊ย เดี๋ยวก็โดนเจี๋ยนหรอก"
"กลัวตายสิ" เธอยื่นบัตรประชาชนให็กับการ์ เขาพยักหน้าให้และทั้งคู่ก็พากันเดินเข้าประตูไป เสียงเพลงที่รวดเร็วร้อนแรงเร่งเร้าปะทะกับหูทั้งสองข้าง ฝูงชนทำให้บรรยากาศสดชื่น มีพนักงานต้อนรับพาเดินผ่านแสงไฟไปยังโต๊ะว่าง ตรงกลางร้านเป็นพื้นยกระดับสำหรับฟลอเต้นรำ
"เอาค๊อกเทลมั้ยพราย"
"ไม่รู้สิ พรายไม่เคยลอง"
อาตมันพยักหน้าแล้วเดินไปยังบาร์
"หวัดดีครับ อะไรเป็นที่แนะนำครับ" เขาถามบาร์เทนดี้
เธอถามเขาว่าชอบรสชาติแบบไหน อาตมันบอกไปเธอก็ตอบห้าหกชื่อที่อยู่ในเมนู อาตมันเลือกเชอร์รี่มาตินี่ให้พรายและเลือกอันที่แปลกที่สุดให้ตัวเอง มันเป็นอะไรสักอย่างที่ผสมด้วยบรั่นดี
อาตมันเดินถือแก้วด้วยสองมือมายังโต๊ะ พยักหน้าให้กับชาวต่างชาติที่ยิ้มให้
"พี่ยังไม่ตอบพรายเลยนะ คิดไรอยู่ตอนอยู่ในรถ" พรายถามเมื่อเขาวางแก้วลงบนโต๊ะ อาตมันยังไม่ตอบในทันทีแต่ยกแก้วของตนขึ้นดมกลิ่นแล้วลิ้มรส หน้าตาเผยให้เห็นความพึงใจ
"ก็คิดไปเรื่อย ศิลปะ ชีวิต ตัวตน คือพี่น่ะกำลังสงสัยอยู่ คือว่าเรามองไม่เคยเห็นตัวเองเลยใช่มั้ยล่ะ ถ้าไม่ใช่กระจก แล้วทีเนี้ย ฉันเนี่ย เป็นใคร"
"เออ นั่นน่ะสิ่" ทั้งคู่ต้องพูดให้ดังกว่าเดิมเพื่อให้อีกฝ่ายได้ยิน "พอคิดๆดูนะ พรายก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นใคร แบบว่าในชีวิตน่ะเราก็ต้องเปลี่ยนบทบาทไปเรื่อยใช่มั้ยล่ะ แบบว่าเป็นลูกก็บทนึง เป็นเพื่อนก็อีกบท เป็นคนรักก็อีกบท"
"อือ มันเลยทำให้ไม่รู้ไงบทไหนคือบทจริงๆของเรา โดยแท้จริงแล้วเราเป็นใคร"
พอพูดจบอาตมันก็ยกแก้วตัวเองทำท่าเรียกพรายให้ชนแก้ว เสียงกริ๊งถูกกลับโดยเสียงเพลง
"เราจะดื่มโดยไม่ชนแก้วไม่ได้"
พรายพยักหน้า
"ขอให้อายุยืน" อาตมันบอกและยิ้ม
"สมพรปาก"
ถึงตอนนั้นขาทั้งสี่ของคนทั้งสองก็ขยับกันไปกับจังหวะของเพลง แก้วถูกวางไว้บนโต๊ะ พรายถูกจับมือและยกขึ้นเหนือหัว แขนของอาตมันหมุนควงไปทางซ้ายทำให้พรายต้องหมุนตาม อาตมันยิ้มและเธอก็หัวเรา เขาดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ของพรายหมดไปก่อนแล้ว
"ไปที่ฟลอก็ดีกว่า" อาตมันบอกและพรายก็พยักหน้าให้
มีคนมากมายกำลังขยับเขยื่อนเคลื่อนย้าร่างกาย อาตมันจับมือพรายพาเบียดเสียดตัวแทรกฝูงชนเข้าไปตรงกลาง ทั้งสองเต้นด้วยกันทีแรกแล้วเปลี่ยนไปเต้นกับคนอื่นบ้าง ไม่นานในบริเวรนั้นก็คุ้นหน้าตาพรายกับอาตมัน ทั้งคู่ดูร่าเริงมีรอยยิ้ม
"สนุกดีนะคืนนี้" อาตมันบอกกับพรายขณะที่กำลังเดินออกมาจากร้าน การ์ดยังอยู่ที่เดิม ท้องฟ้าไม่มีดาวเช่นเดิม
"อื้ม วันพุธสุดๆอยู่แล้ว"
"สุขสันต์วันเกิดนะ" อาตมันบอก
พรายไม่ตอบแต่ยักคิ้วและยิ้มด้วยสายตา จากนั้นเธอและเขาก็เดินไปริมถนนเพื่อเรียกรถ อาตมันเปิดประตูให้พรายขึ้นไปและยืนรอจนรถยนต์ได้หายลับไปจากสายตา

SHARE

Comments