นิทานมหัศจรรย์ ตั๊กแตนกับมดงาน
        
แม้เรื่องราวที่อาจดูธรรมดาเรียบง่าย ก็อาจจะเป็นเรื่องราวที่ประดับใจน่าจดจำที่สุดก็ได้
        ณ ที่โรงเรียนประธมแห่งหนึ่ง ครูสาววิชาภาษาอังกฤษประจำชั้นประธมหก จะสอนหนังสือให้เสร็จก่อนเวลาเลิกเรียนสิบนาทีทุกครั้ง เพราะนั่นเป็นเวลาที่เด็กนักเรียนทุกคนต่างตั้งตายิ้มรอคอย เมื่อครูสาวหยิบหนังสือนิทานขึ้นมาให้เห็นหน้าปกอยู่หน้าชั้น พร้อมรอยยิ้มกว้างเป็นมิตรที่กล่าวว่า “นักเรียนทุกคนเรียนเสร็จแล้ว อยากฟังนิทานสนุกๆไหมจ๊ะ” เมื่อนั่นเหล่านักเรียนเด็กก็พากันส่งเสียงตื่นเต้นไปทั่วห้องเรียน รบเร้าให้อ่านเรื่องที่สนุกๆบาง ชักถามว่าจะเล่าเรื่องอะไรบาง แล้วเสียงเซ็งแซ่ทั่วทั้งห้องก็เงียบลง เมื่อครูสาวเริ่มกางหนังสือให้เด็กๆเห็น และเล่านิทานด้วยน้ำเสียงสดใสกังวานและมีจังหวะจะโคนที่ไพเราะราวกับต้องมนต์ “นิทานที่ครูจะเล่าในวันนี้คือ “ตั๊กแตนกับมดงาน” นะจ้ะ ทุกคนรู้จักกันหรือเปล่า” นิทานเรื่องนี้ต้องเคยผ่านหูผ่านตาอยู่แล้ว เรื่องราวของมดงานที่ขยันหาอาหารตุนเสบียงในรัง ขณะตั๊กแตนขี้เกียจเอาแต่เล่นดนตรี พอฤดูหนาวเหน็บมาเยือน ตั๊กแตนจึงไม่มีอาหารกินจนอดตายในที่สุด ถึงกระนั้นแม้เรื่องราวที่อาจดูธรรมดาเรียบง่าย ก็อาจจะเป็นเรื่องราวที่ประดับใจน่าจดจำที่สุดก็ได้

         เด็กชาย A เบื่อกับการเรียนพิเศษมานานแล้ว ทุกครั้งที่โรงเรียนเลิกแทนที่จะได้กลับบ้านพักผ่อนเหมือนเพื่อนคนอื่น แต่ตัวเขาต้องมานั่งรอแม่ขับรถมาส่งที่เรียนกวดวิชาพิเศษ วันจันทร์นี้ก็เหมือนเคยที่เขากำลังนั่งรอบนม้านั่งหลังเลิกเรียน ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นตั๊กแตนตัวหนึ่งนั่งบนขอบที่นั่ง เล่นไวโอลีนพลางร้องเพลงสบายอารมณ์ A คิดว่าฝันไปแน่ที่เห็นตั๊กแตนมีหน้าตาและท่าทางเหมือนในนิทานเปี๊ยบ ขณะกำลังประหลาดใจนั้น A เหลือบมองพื้นเห็นมดขบวนหนึ่งเดินผ่านหน้าตั๊กแตน แต่ละตัวช่วยกันแบกเศษอาหารมุ่งหน้ากลับรังสักแห่งที่อยู่ไกลออกไป แล้วมดตัวหนึ่งก็เงยหน้าทักตั๊กแตนว่า “นี้เจ้าตั๊กแตน! เจ้ามัวทำอะไรอยู่” มดกล่าว “ได้ยินว่าฝนกำลังจะตกแล้ว ถ้าไม่รีบหาอาหารตอนนี้จะออกหากินตอนฝนตกไม่ได้นะ” “แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงล่ะ” ตั๊กแตนกล่าวน้ำเสียงร่าเริง “ถ้าหักโหมกับหน้าที่โดยไม่รู้ว่าจะเจออะไร สิ่งที่ทำไว้ก็ต้องสูญเปล่าหมด” แต่มดตอบอย่างจริงจังว่า “ทุกสิ่งในอนาคตไม่เคยแน่นอน การเตรียมความพร้อมคือสิ่งที่ต้องรับมือไว้ในภายภาคหน้า” ขณะมดกับตั๊กแตนกำลังเถียงอยู่นั้น เอได้ยินเสียงบีบแตรลั่นสองครั้ง รถแม่เขาจอดอยู่ข้างหน้าเขานี้เอง A รีบแบกกระเป๋าหนังสือรีบวิ่งเข้าไปในรถ ก่อนแม่จะขับห่างออกไปจากโรงเรียนไปส่งที่เรียนพิเศษ ขณะที่ A จ้องมองม้านั่งตัวเดิมผ่านหน้าต่างรถที่ค่อยๆดูหดเล็กลง พอดีที่สังเกตเห็นเม็ดฝนตกกระทบบนหน้าต่างรถ ทิ้งรอยวงกลมเล็กจิ๋วและหยดไหลลงเป็นทาง แล้วก็มีเม็ดฝนกระทบอีกหนึ่งเม็ด สองเม็ด และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่หยดน้ำมากมายพากันตกลงมาจากท้องฟ้าเป็นฝนตกปรอยปราย นาย A คุ้นเคยได้ว่านั่นเหมือนที่ใครสักคนเคยบอกเอาไว้เลย แต่นึกไม่ออกเลยว่าทำไม เขาจำไม่ได้เลยที่ตัวเองเห็นตั๊กแตนกับมดพูดคุยกันเหมือนในนิทานที่เคยได้ยิน แต่เขากลับรู้สึกว่าคำพูดบางอย่างที่ราวกับไร้เสียงและไร้ที่มาจะยังคงจดจำตราตรึงไม่ลืมเลือน 


  
SHARE
Writer
PennyTales
Writer
ความฝันคือชีวิตจริงที่เป็นอยู่ ยิ่งเป็นที่น่าจดจำเท่าไหร่ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

Comments