11.01.19 ‘Today Night’ In The End.


     
ทำไมไม่มีรถขับมาชนฉันให้มันตายๆ ไปเลยนะ

     ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในหัวฉันซ้ำๆ ขณะที่กำลังขับมอเตอร์ไซค์กลับมอด้วยความเร็ว 80 ทั้งๆ ที่ปกติฉันจะขับรถคันนี้แค่ 40-50 แต่เป็นเพราะใจหน่วงๆ กับความกระวนกระวายในอกที่ฉันไม่สามารถติดต่อ 'เขา' ได้ในตอนนี้

     เขาไม่อ่านข้อความที่ส่งไปในเมสเซ็นเจอร์ เขาไม่รับสายที่ฉันโทรไป แถมยังตัดสายใส่ด้วย ฉันกระหน่ำโทร.ซ้ำๆ จนเขารับในที่สุด

     ให้ตายสิ... ฉันจำคำพูดเขาในตอนนั้นไม่ได้ ฉันจำได้แค่หัวฉันขาวโพลนไปหมด ใจวูบจนจุกอยู่ในอก หลังจากนั้นเขาขอวางสาย ให้ฉันพิมพ์ข้อความคุยเอา เพราะเขาอยู่ที่... สถานบันเทิงใกล้ๆ มอฉัน และฉันที่กำลังขับมอเตอร์ไซค์ไปด้วยและคุยโทรศัพท์ไปด้วยจึงทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัดนัก ฉันจึงชิงตัดสายไปก่อน แล้วรีบขับรถกลับมออย่างไว พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มพรั่งพรูออกมาจากสองตา สุดท้ายฉันก็อดที่จะปล่อยโฮไม่ได้ ทั้งๆ ที่ยังขับรถอยู่

     ไม่นานฉันก็ถึงที่หมาย ฉันนำรถไปจอดไว้ที่ร้านหมูกระทะใกล้ๆ กับร้านที่เขาอยู่ ก่อนจะเดินตรงไปยังร้านด้วยใบหน้าเคร่งเครียด (ฉันรู้ตัวเองดี) พร้อมกับส่งข้อความไปหาเขาว่าให้ออกมาหาที่หน้าร้าน เพราะฉันต้องการจะคุยด้วย แต่เขากลับเลี่ยงที่จะออกมาเจอฉัน ฉันจึงเดินตรงเข้าไปในร้าน ฉันไม่รู้หรอกว่าเขานั่งโต๊ะไหน ฉันรู้แค่ว่าเพื่อนเขานั่งโต๊ะไหน ฉันน่าจะตามเขาได้จากเพื่อนเขานะ ฉันคิดแค่นั้น ก็ปรี่เข้าไปหา L ทันที และสะกิดถาม

     Me: L เห็น G มั้ย?
     L: G หรอ? นั่งตรงนู้นอ่ะพี่
     Me: ขอบคุณนะ

     บ้าจริง เขานั่งอยู่ตรงบาร์ใกล้ๆ กับทางที่ฉันเพิ่งเดินเข้ามานี่เอง

     ฉันเดินเข้าไปยืนข้างหลังเขาก่อนเขาจะรู้สึกตัว เขาหันมามองฉัน สายตาที่เหมือนว่าลำคานฉันเต็มทีทำให้ฉันใจวูบอีกแล้ว

     Me: ออกไปคุยกันข้างนอกนะ
     G: ...

     ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากเขา มีเพียงร่างสูงที่ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตามฉันมาห่างๆ ฉันเดินไปนั่งที่ม้าหินอ่อนที่ห่างจากร้านไม่มาก เขายืนสูบบุหรี่อยู่ห่างจากฉันพอควร

     Me: นั่งก่อน
     G: ...

     เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ฉัน พร้อมกับดูดบุหรี่ไปด้วย

     Me: เธอมีคนอื่นแล้วใช่มั้ย?
     G: ...

     มือขวาก็สัมผัสหน้าจอไปมา มือซ้ายก็คีบบุหรี่ขึ้นมาดูด ใช่ เขาเลือกที่จะเงียบ

     Me: เค้าถาม ว่าเธอมีคนอื่นแล้วใช่มั้ย?
     G: ไม่มี

     ไม่มี อืม... ไม่มีแม้แต่การเงยหน้าขึ้นมาคุยกับฉันดีดี เอาแต่มองหน้าจออยู่แบบนั้น

     Me: เก็บโทรศัพท์ก่อน
     G: ...

     เขายังคงสนใจแต่โทรศัพท์เหมือนเดิม

     อา... ฉันเริ่มจะคุยไม่รู้เรื่องแล้ว ใช่ ฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองคุยอะไรไปบ้าง เพราะสติมันไม่ได้อยู่กับตัวแล้ว

     ฉันเงียบ

     เขาเงียบ

     และฉันยังเงียบอยู่แบบนั้น ฉันสับสน ฉันไม่รู้ว่าฉันควรจะพูดอะไร หรือควรจะทำอะไรต่อ

     G: จะกลับตอนไหน?
     Me: ไม่รู้

     ...

     G: ไม่มีอะไรจะพูดแล้วใช่มั้ย?
     Me: ...
     G: งั้นเค้ากลับไปกินเหล้ากับพวกพี่ T ต่อนะ

     ยังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร เขาก็ลุกขึ้นหันหลังจะเดินกลับเข้าร้าน

     Me: G! เดี๋ยวก่อน!
     
     เขาหันกลับมา พร้อมกับสายตาเย็นชา ที่ทำฉันจุกในอกอีกครั้ง

     G: ถ้าเธอยังอยู่ต่อ เธอจะเห็นเค้าใจร้ายกว่านี้อีก

     พูดจบเขาก็เดินกลับเข้าไปหาพี่ๆ ในร้าน

     ฉันรีบควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าใบใหญ่โทร.หาเพื่อนให้มารับที่ร้าน เพราะฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ แต่ฉันกลับไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้ ฉันจึงติดต่อเพื่อนอีกคน โชคดีที่พวกมันอยู่ด้วยกัน แต่ดูจากที่เปิดกล้องวิดีโอคอลกันแล้วน่าจะเมากันแล้ว ฉันจึงตัดสายไป และส่งข้อความไปว่า ‘กูไม่ไหวแล้ว’ เพื่อนถามกลับมาว่า ‘อยู่ไหน?’ ฉันตอบกลับไปว่า ‘กำลังเดินไปพูนx’ 



     ใช่ ฉันกำลังเดินไปหาพวกมันที่ร้านนั่งชิลด์ที่พวกมันกำลังนั่งกินเบียร์กันอยู่ จริงๆ ร้านมันก็ไม่ไกลกันมากหรอก ฉันแค่ขี้เกียจขับรถ

     ตลอดทางที่ฉันเดินไปร้านพูนx ฉันร้องไห้ตลอด ทั้งๆ ที่ก็มีผู้คนที่เริ่มทยอยออกมาจากสถานบันเทิงแถวนี้ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจใครเลย กระทั่งเดินผ่านกลุ่มเด็กผมสั้นกลุ่มหนึ่ง

     เพื่อนเด็กผญ.หัวทอง: กับใครวะ
     เด็กผญ.หัวทอง: กับบัก G

     !!!! มันคงไม่ใช่แบบที่ฉันคิดหรอกใช่มั้ย อาจจะไม่ใช่ G เดียวกันก็ได้ แต่เด็กผญ.หัวทองคนนั้นคือคนเดียวกับผญ.หัวทองที่ไปเม้นเช็คอินเขาวันนี้เลยนะ ไม่... มันต้องไม่ใช่ หรือที่เขาบอกว่าใจร้ายกว่านี้ คือผญ.คนนี้หรอ...

     ฉันเดินน้ำตาไหลไปตามทาง จนถึงร้าน ฉันเดินเข้าไปหาเพื่อน ทันทีที่เจอหน้ามันก็รีบโผเข้ากอด เพื่อนก็ทั้งกอดทั้งปลอบทั้งด่าและบ่น 5555555 จนฉันหยุดร้องไห้ในที่สุด

     ไม่นานก็มีแจ้งเตือนเมสเซ็นเจอร์เข้ามา

     G: ขอโทษที่ใจร้ายด้วยนะ

     ฉันกดเข้าไปอ่านทันที แต่ไม่ได้ตอบกลับอะไร และตัดสินใจลบแชทของเขาทิ้ง ฉันปิดออน ฉันเลิกแชร์อะไรพร่ำเพรื่อบนหน้าเฟสบุ๊คเหมือนที่เคยทำบ่อยๆ (ฉันแชร์เก่งมาก ฮ่าๆ)



     เพื่อนคนหนึ่งกำลังจะออกไปดูดบุหรี่(มันเป็นผญ.) ฉันขอไปด้วย เราออกมายืนลานกว้างข้างร้านกันสองคน และพูดคุยกันเล็กน้อยเพราะไม่ได้เจอกันนาน(ฉันติดแฟน) ก่อนจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดไฟ มันส่งบุหรี่มาให้พร้อมกับไฟแช็ก ไม่นานผู้ชายมันก็เดินมาคุยด้วย ฉันจึงเดินออกห่างจากมัน ให้มีพื้นที่ส่วนตัวคุยกัน

     ฉันหยิบบุหรี่ขึ้นมาดูด ความขมของมันบาดคอสุดๆ เพราะทอมซิลที่กำลังเล่นงานฉันอยู่ในตอนนี้ด้วยแหละ แต่ปกติฉันไม่ดูดบุหรี่หรอกนะ นอกจากเวลาไปเที่ยว หรือมีอะไรให้คิดหนักๆ

     ฉันพ่นควันออกจากปากพอๆ กับการที่ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฉันมองไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย จู่ๆ สายตาก็เริ่มพร่ามัว อือ... ฉันกำลังจะร้องไห้อีกแล้ว... ฉันแหงนหน้าแสร้งว่ากำลังมองดาวบนฟ้า ทั้งที่จริงแล้วกำลังห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล...

     ต้องเจ็บอีกกี่ครั้ง... ต้องเจ็บกับอีกกี่คนถึงจะพอ... ฉันสงสารหัวใจตัวเองจริงๆ...
ขอโทษที่พาไปเจอแต่คนใจร้าย...
     ฉันกลับไปนั่งที่โต๊ะ พร้อมกับจิบเบียร์แก้วตัวเองที่เพื่อนรินไว้ให้ พลางพูดคุยกับพวกมันไปด้วย  พอเบียร์หมดแก้วนั้น ฉันขอกลับก่อน เพราะไม่มีอารมณ์จะอยู่ต่อแล้ว

     ทางกลับหอยังไงก็ต้องผ่านร้านที่เขาอยู่ ฉันพูดกับตัวเองในช่วงที่กำลังขับรถผ่านร้านนั้นซ้ำๆ ว่า ‘อย่าหันไปมองหาเขานะๆ’

     จนผ่านร้านไป...

     ฉันกลับถึงหอด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งอยู่ในอก ฉันเดินขึ้นหออย่างเหม่อลอย แม้กระทั่งทั่งตอนขึ้นลิฟต์... เข้าไปยืนในลิฟต์เสียนาน แต่ลืมกดชั้น เฮ้อ อาการหนักแล้ว...

     พอออกมาจากลิฟต์ ฉันยืนถ่ายรูปตัวเองหน้ากระจกแบบเต็มตัวไป 3 รูป และถ่ายแบบใกล้ๆ หน้าหรือเห็นหน้าตัวเองอีก 2 รูป จะถ่ายต่อก็ฝืนยิ้มต่อไม่ได้ ฉันกลับไปดู 2 รูปที่เห็นหน้าตัวเองยิ้ม ฉันลบทิ้งทันที เพราะมันเป็นยิ้มที่ดูฝืนที่สุดในชีวิตฉันแล้ว

     ข้างในมันเจ็บปวดมากเสียจนสามารถมองเห็นจากภายนอกได้...

     ฉันเดินไปยังห้องตัวเอง ถือกุญแจหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าห้องไปพักหนึ่ง ก่อนจะไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป กลิ่นห้องอันคุ้นเคย ทำให้ภาพเก่าๆ ที่เคยมี ‘เรา’ ประดังประเดเข้ามา

      ทุกๆ มุมห้องนี้... เคยมีเขาอยู่...

     ฉันหยุดยืนมองตะกร้าผ้าที่มีเสื้อผ้าหล่นลงมากองที่พื้น

     ‘เขาคงเอาเสื้อตัวนั้นกลับไปด้วยแล้วแหละ’

     ฉันเดินไปเก็บเสื้อเข้าตะกร้าเหมือนเดิม เสื้อยืดสีเทาคุ้นตาปรากฎอยู่ตรงหน้า สองมือรีบหยิบมากลับด้านดู อา... นี่มันเสื้อเขา... ตั้งใจทิ้งไว้ที่นี่จริงๆ สินะ ไหนจะไม้กลองที่ไม่ยอมเอากลับไป แล้วยังไม่ยอมให้ฉันทิ้งอีก

     ฉันทิ้งตัวนั่งลงบนที่นอน สายตาก็เหลือบไปเห็นหูฟังที่คิดว่าเขาน่าจะลืมไว้ หรือเขาอาจจะตั้งใจทิ้งไว้เหมือนเสื้อกันนะ

     ตุ๊กตาหมีขาวที่อยู่บนหัวนอนก็ทำให้ฉันอดที่จะคิดถึงเขาไม่ได้... เมื่อเช้าเขายังนอนกอดมันอยู่เลย

     และฉันตัดสินใจจบคืนนี้ด้วยการเขียนสตอรี่ล็อก และนอนดู Teen Wolfs เหมือนทุกคืนที่เคยนอนดูกับเขาก่อนนอน

     ฉันไม่ควรพาใครมาสร้างความทรงจำที่นี่เลยจริงๆ...


- ขอบคุณที่เข้ามาเป็นเรื่องดีดีในปีนี้นะ น่าเสียดายที่มันจบลงเร็วขนาดนี้ มันเร็วเกินไป
- ฮองเอียนปีนี้เค้าก็ยังจะไปอยู่นะ
- เธอเคยบอกว่าคืนไหนที่ไม่ได้กอดเค้า เธอจะนอนไม่หลับ ตอนนี้มันคงไม่เป็นแบบนั้นแล้ว..

🖤 MY BB.


     

      

     
     

     


SHARE
Writer
Sunfl0wer
Sunflower
THIS IS ME

Comments