I love him when he already left
เราเจอกันในวันงาน international street fair 
เธอไม่ได้โดดเด่นไปกว่าใคร
เพราะตอนนั้นฉันยังไม่ได้ชอบเธอเลย
ไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเธอน่ารักแค่ไหน :)
เธออยู่คนละโปรแกรมกับฉัน ฉันเลยคิดว่าคงรู้จักกันแค่ที่งานนี่แหละมั้ง คงไม่ได้เจอกันอีกบ่อยๆหรอก 

เป็นเรื่องปกติที่ฉันจะขอ contact ของเพื่อนใหม่ไว้ และก็ได้ FB ของเธอมา 
เป็นช่องทางให้เราได้ติดต่อกัน
จำได้ว่าครั้งแรกที่ฉันเมสเสจไปหาเธอ
เพราะว่าอยากชวนเธอมาเล่นปิงปองด้วย
กว่าเธอจะตอบก็อีกวันเลยทีเดียว

แล้วเราไปสนิทกันตอนไหนวะ 
หรือคงจะเป็นตอนที่แกมาถามเรื่องการบ้านแน่เลย การบ้านที่ฉันตอบว่า ฉันไม่เคยแตะพวกของมึนเมา ละก็จะไม่ตลอดไป 
ดูเป็นคนดีชะมัดเลย (ตอนนี้คงไม่แล้วล่ะ)
เธอนี่บ้าบอจริงๆ ชื่อไทยตัวเองเธอบอกไม่รู้เขียนไง สอนก็ไม่จำอีก เห้อออ 😒

แรกๆก็มองว่าเธอนี่ตลกดีนะ
ทำไมดู active ตลอดเวลา แบบแปปๆหัวเราะ ดี๊ด๊าอะไรก็ไม่รู้ตลอดเวลา
ไม่เห็นว่ามันจะตลกตรงไหนเลย 

เหตุผลที่ทำให้ฉันไม่เคยมองว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างความรู้สึกที่เรามีให้กัน มันมีทั้งเหตุผลที่มาจากตัวฉันเองและจากเธอ

ฉันแอบชอบผู้ชายคนหนึ่ง
ที่ร้านหนังสือที่ฉันไปอ่านอยู่บ่อยๆ 
ฉันเล่าเรื่องของฉันกับเขาให้เธอฟัง
ว่าเขาเป็น software engineer นะ 
ฉันได้ Line เขามา เขาไม่ยอมให้ FB เพราะเขาบอกว่าแอดไม่ได้ เขาตั้ง privacy settings ไว้
ประมาณว่าคนที่ไม่รู้จักและอยู่นอกประเทศเขาจะแอดไม่ได้ เขาน่ารักนะ แต่ดูมีความลับแปลกๆยังไงไม่รู้ 
  
เธอบอกว่า เธอช่วยได้นะ เพราะเรียน canmputer science เหมือนกัน 

"I'll be your win mate" 

นั่นแหละ เธอยอมช่วยฉันเรื่องผู้ชายอีกคน แล้วจะให้ฉันคิดว่าเธอชอบฉันมันคงเป็นไปไม่ได้ 

ฉันเดทกับเขาคนนั้น จนกระทั่งเลิกลา
เธอก็ยังคงรับรู้เรื่องราวของฉันโดยตลอด

พักหลัง
ฉันกับเธอไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น
จริงๆแล้วมันก็ฟังดูบังเอิญดีนะ
ว่าเวลาฉันอยากไปไหนแล้วชวนเพื่อนคนอื่นๆไปด้วยเนี่ย เขาไม่ว่างกันตลอดเลย
แต่เธอนี่ไปได้ตลอด ถามว่าฉันหวั่นไหวมั้ย
"ยัง"

เขาว่ากันว่า
ถ้ามองตาใครนานๆแล้วเขิน แสดงว่าชอบคนนั้นเราเคยไป Blues dance ด้วยกันครั้งนึงฉันได้เต้นคู่กับเธอ แน่นอนว่าฉันไม่พลาดที่จะเช็คตามคำกล่าวนั้น

ฉันมองเข้าไปในตาสีฟ้าแกมเขียวของเธอ
และแล้วที่ฉันรู้สึกก็คือ "ขำ"
มันไม่มีความเขินอายใดๆเจือปนทั้งสิ้น
ไม่เหมือนตอนนั้น ที่ฉันเต้นซัลซ่ากับคุณ software engineer 
ตาสีน้ำตาลอ่อนของเขามันทำให้ฉันเขินแทบละลายอยู่ตรงนั้น ทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้คลั่งไคล้ในตาสีน้ำตาลเท่าไหร่ แต่ตาสีฟ้าๆ แบบเธอ ที่ฉันหลงรัก ทำไมฉันไม่เคอะเขินอะไรเลย  

ฉันจึงคิดว่าฉันไม่ได้ชอบเธอไปมากกว่าเพื่อน

ปกติฉันจะไม่แสดงความติ๊งต๊องให้ใครเห็น
ถ้าไม่ได้รู้จักกันนานเป็นปี แต่กับเธอ ที่ฉันรู้จักแค่ไม่กี่เดือน ทำไมฉันต้องมาติ๊งต๊องกับแกด้วยวะ เพื่อนสนิทฉันบอก
เราสองคนเหมือนเด็กโข่งอยู่ด้วยกันก็ไม่เถียง เพราะมันจริง 😆

เพื่อนในโปรแกรมฉันเริ่มสงสัยว่า
ระหว่างเรา มันมีอะไรเกิดขึ้นอยู่รึเปล่า
ทั้งๆที่เธอมาจากต่างโปรแกรม ทำไมดูใกล้ชิดสนิทสนมกันจัง 

บางคนก็ถามอ้อมๆ ผ่านเพื่อนสนิทของฉัน
บางคนก็ถามจากฉันโดยตรง ว่า
กับเธอ เป็นยังไงบ้าง
ตอนที่เพื่อนถามนี่ฉันขำมากเลยนะ เพราะมันไม่มีอะไร แค่เพื่อนที่ทำตัวบ้าๆบ๊องๆไปด้วยกัน

ครั้งหนึ่ง ที่เพื่อนในโปรแกรมฉันกำลังจะกลับประเทศ เราไปแฮงก์เอ้าท์กันที่บาร์
เราก็ tipsy กันทั้งคู่เลย 
พอบาร์ปิดก็ต้องนั่ง grab กับหอ
พอถึงหอ ฉันเลยตัดสินใจบอกเธอว่า

"รูู้ป้ะ คนอื่นเค้าคิิดว่่่่่าเราคบกัน""จริงดิ น่ารักจังเลย"
"เพื่อนเรามาถามเราอ่ะ ว่ากับแกเป็นยังไงกันแล้ว"
"ละบอกว่าไง"
"ก็หัวเราะสิ มันเหมือนขนาดนั้นเลยหรอวะ"
"งั้นเอางี้มะ เราก็แกล้งบอกไปเลยว่าเราแอบคบกันมาทั้งเทอมละ เอาป่าว สัญญามั้ย"

แล้วเธอก็ยื่นนิ้วก้อยมาเพื่อขอ commit จากฉัน
พลางซบไหล่ฉันและกอดแขน 

วินาทีนั้นแหละที่ฉันเริ่มหวั่นไหวว่า
เธอก็ชอบฉันเหมือนกัน
แต่...
สมองกลับคิดว่า เธอคงเมามั้ง อาจจะแค่อารมตอนเมารึเปล่า ไม่มีอะไรหรอก
ฉันจึงตอบไปว่า

"ไม่เอาน่า แกไม่ได้คิดจริงๆซักหน่อย"

แล้วเพื่อนฉันก็มารับฉันกลับห้อง
บทสนทนาเรื่องระหว่างเราจึงจบลงแค่นั้น

หลายวันต่อมาที่ไปกินข้าวเลี้ยงส่งเพื่อนในโปรแกรมฉัน เราคุยกันเรื่องสเปค 
และเพื่อนตัวดีของฉันก็ล้อว่าสเปคฉันน่ะหรอ ก็ชอบผู้ชายหน้าเด็กไง อารมณ์ประมาณนักแสดงของ Disney Channel 
พอถึงตาเธอที่ต้องบอกสเปคว่าเป็นยังไง 
เธอบอกว่า ก็ crazy หน่อยๆ 
เพื่อนฉันนี่ก็รู้ทางหนีทีไล่เหลือเกิน

"ก็นี่ไง (ชื่อฉัน) crazy แบบสเปคแกเลย และเป็น Asian ด้วย"

ฉันอยากตะโกนบอกพวกนั้นจริงๆว่า ไอ่สัด อย่าแซว กูเขินนะเว้ย 

แต่ที่พูดไปจริงๆคือ 
"ไม่ใช่ซักหน่อย เราไม่ได้ crazy" แก้เขิน

ใกล้จะหมดเวลาแห่งความสุขเรื่อยๆ 

มีผู้หญิงมาชอบเธอด้วย และที่สำคัญ ยัยนั่นดู into เธอแบบสุดๆ สำหรับฉันแล้วบอกเลยว่า ฉันหมั่นไส้ยัยนั่นเหลือเกิน
ด้วยความที่เราใกล้ชิดกัน
ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ
ยัยนั่นถึงขั้นถามเพื่อนฉันว่า 
ฉันชอบเธอหรอ ?

คืออะไร 
อยากแข่งนักหรอ ได้! จัดให้!

ฉันยังสับสนว่า
ฉันชอบเธอจริงๆหรือแค่อยากชนะยัยนั่น
เพราะยังแอบหวงอยู่นิดๆ ว่าเธอจะไปไหนกับใครรึเปล่า

ฉันเองก็เริ่มสงสัยว่าเธอคิดยังไงกับยัยนั่น
เธอบอกว่าคิดแค่เพื่อน
ก็แล้วไป 
ฉันเริ่มมั่นใจว่าฉันจะชนะยัยนั่นแน่นอน
อยากแข่งดีนัก มาสิ ให้มันรู้ใครเป็นใคร

คืนก่อนสุดท้าย
เราไปบาร์กัน เพราะเพื่อนในโปรแกรมฉันจะไปเที่ยวกระบี่แล้วกลับบ้าน เธอก็ไปด้วย ยัยนั่นก็ไปด้วย ตามเฝ้าเสียจริงๆ ยังกะชาตินี้พึ่งเคยเจอผู้ชายยังไงยังงั้นแหละ

เธอเมสเสจหาฉัน ประมาณ 3 ทุ่มกว่า

"Hey  A bunch of people are going to the bar tonight, let's hang out!"

แต่ฉันไม่ได้เช็คเมสเซนเจอร์ เลยไม่รู้ว่าเธอส่งข้อความมา

ตอนไปถึงดูเธอดีใจมากเลยที่ฉันไปหา 
ฉันก็ดูไม่ออกเหมือนกัน ว่าท่าทีที่เธอแสดง มันเป็นปกติของเธออยู่แล้ว หรือว่าฉันพิเศษจริงๆ กันแน่ ทุกอย่างดูคลุมเครือ

ฉันนึกอยากแกล้งยัยนั่น
เลยควงเธอไปเดินผ่านนาง
สุดท้ายโดนฉก 5555555
ก็ฉันไปคนเดียวละนางมีแบ็คอ่ะนะ ฉันจะชนะได้อย่างไร บวกกับเธอเป็นคนที่ go with the flow ขนาดนั้น ฉันเกลียดเธอตรงนี้จริงๆ

คนบ้าอะไร ใครเขาชวนทำอะไรก็ไปหมด 
ปฏิเสธไม่เป็นรึไง

ช่างแม่งเถอะ ฉันรู้ดีว่ายังไงฉันก็เหนือกว่ายัยนั่นอยู่ละ จะแคร์อะไร พรุ่งนี้ก็คืนสุดท้าย ยังมีอีกคืน 
ฉันก็เลยกลับไปเต้นกับเพื่อนในโปรแกรม

จนกระทั่งบาร์ปิด 
แกโดนยัยนั่นฉุดลากฉุดดึงไปซื้อทาโค่
เราก็นึกหมั่นไส้เลยตามไปด้วย
ยัยนั่นถามเราว่า
"น้องคะ พี่ถามจริงๆนะ น้องชอบเค้าหรอ พี่จะได้เคลียร์ๆ หายระแคะระคาย"
What is the fucking point?
ก็ชอบแล้วจะทำไม ฉันต้องหลีกทางให้แกด้วยหรอ ได้ข่าวว่าแกสารภาพรักกับเค้า ละเค้าบอกคิดกับแกแค่เพื่อนไม่ใช่หรอ 

"เอิ่ม ก็ไม่รู้อ่ะค่ะ บอกไม่ได้"
"ถ้าไม่รู้ นี่แสดงว่าชอบน่ะสิ"
"ก็คงงั้นมั้งคะ ชอบนิดนึง"

แล้วยัยนั่นก็ไปกับเธอ ไปคุยอะไรกันก็ไม่รู้
แต่โชคก็เข้าข้างฉันอยู่ดี
เพื่อนยัยบ้านั่นเดินมาถามฉันว่า
"Do you like him? If you like him I can help. You have one more night to tell him,because tomorrow night is the last night"
"I know, I'll told him tomorrow night"
"she is my friend but she doesn't have chance. I ask him about her and he said she is annoying but  for you,  he like you" 
"He is stupid he doesn't even know that the girl like him" 
"He is a nice person so no wonder why girls like him and me too"

คิดว่าฉันเชื่อมั้ยล่ะ 
ไม่ค่ะ ถ้ายังไม่ได้ยินจากปากเธอก็จะไม่เชื่อ

คืนสุดท้าย 
จริงๆมันเป็นคืนของโปรแกรมเธอด้วยซ้ำ
แต่ฉันอยากมาใช้เวลาอยู่กับเธอ
ว้าวุ่นแทบตายกลัวเธอไม่มา เพราะรู้แน่ๆว่าเธอต้องเจอยัยบ้านั่นประกบ ละยิ่งปฏิเสธคนไม่เป็นแบบเธอน่ะหรอจะเหลือรอดจากยัยยักษ์นั่น

คืนนี้นางพยายามบล็อกฉันออกจากเธอแบบสุดฤทธิ์นะ แต่คิดว่าฉันจะยอมหรอ ไม่มีทาง คืนก่อนก็อยู่ด้วยกันนานพอละนี่ จะมาอะไรกับคืนนี้อีก อีป้านี่น่ารำคาญชะมัดเลย

ฉันทำเก่งไปงั้นแหละ 
ที่จริงวางแผนจะบอกเธอก่อนส่งเธอเข้าเกทวันพรุ่งนี้  

บาร์ปิด
ผู้คนเริ่มทยอยกลับ
เรากำลังจะไปต่อกันที่อีกบาร์หนึ่ง
ก่อนจะไปก็เลยมานัดกันดีๆก่อน เพราะเธอยังต้องไปกับเพื่อนโปรแกรมเธอ
แต่ก่อนจะไปต่อ

เธอบอกว่า
"I forgot my beer"7
"For real? I can go along with you to get it back"
"what if they throw it away?"
เธอเริ่มไม่พูดไม่ได้ใส่ใจจะตอบ
"I don't think it still there"
ละเธอก็หยุดเดิน
แล้วจับไหล่ฉัน
"hey, you're really cute"
ฉันไม่รู้มือเธอมันรั้งฉันตั้งแต่ตอนไหน
รู้แค่ว่าเธอจูบฉันไปแล้ว ท่ามกลางคนอื่นๆ
แล้วฉันก็ไม่ได้จะมองด้วยว่าใครบ้างที่อยู่รอบๆ
ก็อายเหมือนกันนะเว่ย 
"you too. You're really nice. I'm sorry that I didn't told you earlier until last night"
"That's alright"
"Thank you for being so nice to me"
"Yeah, you too. You're really nice"
ฉันรู้สึกว่าเวลามันถูกตรึงไว้ ดูเนิ่นนาน
รู้สึกดี ขอบคุณ และรู้สึกอบอุ่นมาก
รู้สึกเหมือนถูกเลือก
ถึงแม้จริงๆจะไม่ใช่
เพราะเธอก็ต้องบินวันพรุ่งนี้แล้ว

ฉันรู้สึกหวนเสียใจ
ทำไมฉันไม่รู้สึกตัวให้เร็วกว่านี้
ทั้งๆที่เราก็มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งเทอม
เธอเองก็มีส่วนทำให้ฉันเสียใจ
เพราะเธอไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกพิเศษแบบคนพิเศษเลย ฉันเลยคิดว่าไม่มีอะไร
เพราะทิฏิของฉันส่วนหนึ่ง

เพราะฉันเลือกเธอเป็นเพื่อนแต่แรก
เลยไม่กล้าคิดไปไกลกว่าเพื่อน
ทั้งๆที่หลายๆคนก็คิด 
แสดงว่ามันต้องมีอะไรพิเศษมากพอให้คนอื่นเห็นและสัมผัสได้
ยกเว้นฉัน
ถ้าหากฉันรู้ตัวเร็วกว่านี้ เราคงได้มีเวลาพิเศษๆร่วมกัน 
มันไม่ช่วยให้รู้สึกดีอะไรเลย
กับการมาสารภาพความรู้สึกในวันสุดท้าย 
วันที่เราจะต้องแยกทางกัน ไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเธอจะกลับมาที่นี่อีกหนือเปล่า หรือ ฉันจะมีโอกาสไปเจอที่นู่นหรือเปล่า
ก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าไม่อยากให้คืนนี้เป็นคืนสุดท้าย

I didn't want to kiss you goodbye. That was the trouble. I wanted to kiss you goodnight ***เรื่่่องราวยังไม่จบเพียงแค่นี้ มีต่อนะคะ***






 















SHARE
Written in this book
Love is complicated
Writer
UnoRagazza
keepslifelowkey
I'm strong on the surface,not all the way through. I've never been perfect but neither have you

Comments