บันนังสตา
เหมือนที่นี่ไม่เคยสงบเลย
เป็นดุจดั่งแดนสมรภูมิที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นคลุ้งของศัสตราวุธ




ครื้ดด ครื้ดดด

“มาต่อกันที่เหตุระเบิด ซึ่งอยู่ในภาคใต้นะคะ เหตุความไม่สงบซึ่งเกิดขึ้นอีกแล้วเป็นเหตุการคนร้ายปาระเบิดไปป์บอมบ์ 2 จุดที่อำเภอบันนังสตาค่ะ”

“สตอรี่วันนี้ตามต่อกันที่ความคืบหน้าเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามเข้ากราดยิงกลุ่มชาวบ้าน 5 คนที่ตั้งวงพูดคุยกันอยู่หลังบ้านนะครับ อยู่หลังบ้านที่อำเภอบันนังสตา เมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้”

" ’จะไม่ขอกลับไปอีกแล้ว เพราะรู้สึกหวาดกลัว และไม่อยากอยู่ในพื้นที่นี้ ผมสูญเสียทั้งพ่อตาและภรรยา...วัดไม่ใช่ที่อยู่ของคนตาย ขอเอาวัดเป็นที่พึ่ง’ ชาวบ้านรายหนึ่ง ในอ.บันนังสตา ซึ่งเพิ่งสูญเสียพ่อตาและภรรยา เนื่องจากถูกคนร้ายยิงและเผาบ้าน เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา”



ครื้ดดแครกกกครึงงงงงครั่งงงงงงภูเขาลูกโต
ครื้ดดดดดดดคร่างงงงงแครกกกครอกกกเหล่าไม้เขียวที่กำลังพลิ้วไหวครืดดดคราดดดแครกกกแครดดดดจุดชวดใกวิวกวกบยกกจบกสกนแบหลฐไชกตตตตตตตตตตต

(Monologue)

“ต้น”
“เรามาถึงเขื่อนกันแล้วนะ”
“ที่นี่สวยมากเลย”


“จำได้มั้ย เมื่อก่อนที่เธอชอบไปเล่นน้ำคลองบ่อยๆ”
“แล้วฉันก็คอยตวาดแกให้ขึ้นมาเพราะกลัวว่าแกจะจมน้ำ”
“ตลกสิ้นดีเลย”


“แม่ไม่อยู่แล้วนะต้น เธอจำแม่ได้มั้ย ที่แกคอยหามผลไม้ไปขายทุกๆ วันส่งพวกเราเรียนน่ะ ที่คอยพร่ำตีเธอตอนช่วงที่เธอชอบไปเถลไถล”
“แกรักพวกเรามากนะ”
“ส่วนพ่อน่ะ อย่าให้พี่พูดถึงเลยดีกว่า เดี๋ยวเธอจะของขึ้นเอาเปล่า ๆ”

“นี่ พ่อเคยเล่าให้ฟังมั้ย ว่าพอเขาน่ะเคยเป็นถึงผู้ช่วยผู้ว่าเชียวนะ สมัยที่ยังไม่มีเซเว่นนู้นแน่ะ แต่หลังจากนั้นก็ที่รู้ๆ กันแหละนะ”

“อื้ม นี่ พี่ได้งานที่กรุงเทพแล้วนะ กะจะย้ายไปเร็วๆ นี่แล้ว ก็ไม่รู้นะว่ามันจะเป็นไปในทิศทางไหน กะจะไปตายเอาดาบหน้า แต่ก็ยังมีบุญเหลือที่ป้าสุแกยังให้พี่ไปอยู่กับแกด้วย”
“จำป้าสุได้รึเปล่า ที่ผัวแกกรีดยางอยู่ใกล้ๆ บ้านเราน่ะ ตอนนี้แกไปทำงานมีกะตังค์อยู่ที่นั้นแล้วนะ ใส่ทองเส้นละบาทเชียวแน่ะ”


“เธอจำวันที่เธอจะขับรถออกไปได้มั้ย ก่อนที่เธอจะขับออกไปน่ะ พี่พูดใส่เธอว่า ไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกเลย “
“เธอจำได้บ้างรึเปล่า”
“ถ้าพี่ย้อนกลับไปได้พี่จะไม่พูดอย่างนั้น”

“แต่ชั่งเถอะ เพราะพูดไปเธอก็คงไม่ได้ยินสินะ”

(ผู้เป็นพี่พูดขณะนั่งบนม้านั่งพร้อมถืออัฐิของน้องชายที่จากไปจากเหตุความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดน)



ครื้ดด

ครื้ดดดครื้ดดดด

“ขอเชิญหมายเลข 27 รับยาที่ช่องหมายเลขสองค่ะ” พยาบาลนางหนึ่งกล่าวผ่านไมค์โครโฟน 

“หนู หนูพยาบาลจ้ะ หนู” คุณยายกวักมือและร้องเรียกนางพยาบาลที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์

“คะ คุณยาย มีอะไรรึเปล่าคะ”

“หนู....”

“มาฮาลาค่ะ”

“จ้า หนูมาจ้ะ หนูช่วยไปซื้อชานมใข่มุกที่หน้าโรงบาลให้ยายหน่อยจะได้มั้ย ยายนั่งรถเข็นจะไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยสะดวก”

“แต่น้ำตาลมันไม่ดีต่อสุขภาพนะคะคุณยาย”

“น่าานะ แค่เดือนละครั้งสองครั้งเองจะเป็นอะไรไป”

“แต่ว่า....”

“น่าา เห็นใจคนแก่อย่างยายบ้างเถอะหลาน”

“โอ..เคค่ะ” นางพยาบาลตอบอ้อมแอ้มก่อนที่จะเดินสับขาไปที่หน้าลิฟต์

คุณยายเอื้อมมือขวาไปหยิบหนังสือพิมพ์จากชั้นแขวนขึ้นมาหาข่าวอ่านอย่างดุ่มๆ อยู่สักประมาณนาทีครึ่ง หลังจากนั้นคุณยายก็พับหนังสือพิมพ์เก็บไว้กับที่พลางเลี้ยวสายตาเพ่งไปที่จอโทรทัศน์แขวนเพดานกลางห้องรอเรียกรับยา
คุณยายปรับสายตาขึ้นอีกหน่อย เพื่อรับกับภาพเคลื่อนไหวของละครช่วงบ่าย
คุณยายเอนตัวลง แขนทั้งสองลงน้ำหนักไว้ที่พักแขนควบคู่กับขมวดคิ้วมองตัวร้ายในละครที่ทาลิปสติกสีแดงทั่วทั้งริมฝีปาก




เชิดคลิน




SHARE
Written in this book
เรื่องสั้น
Writer
cherdklyn
นักเพ้อรำพัน
ผูกพันกับความหมองเศร้าและความเหงาหงอย ชอบสีเบจ มีสุทรียะต่อเพลงแจ๊ซยุค 40's IG: cherdklyn

Comments