[os] you got me smoking cigarettes {CK} (ไทณัฐ)
BGM : Taeyeon (태연) - Stress (스트레스 )


1



ดาดฟ้าตอนเที่ยงคืนเป็นฐานทัพลับของเธอเวลามีเรื่องไม่สบายใจ ไม่ใช่ห้องนอนเหมือนอย่างตอนเป็นวัยรุ่น เมื่อณัฐรุจารู้สึกว่าในห้องแคบๆนั้นเล็กเกินไปสำหรับการกระจายตัวของควันบุหรี่

มวนที่สอง, หรือสาม – ผ่านไปมวนแล้วมวนเล่า เนื้อตัวเธอถูกกลบไปด้วยกลิ่นมิ้นท์เย็นๆแทนที่จะเป็นกลิ่นเหงื่อกายในวันทำงานที่อากาศร้อนทะลุสามสิบองศา ณัฐถอนหายใจออกมาหลังจากขยี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยเสร็จ เธอกำลังเตรียมจะกลับห้อง ทว่าก่อนที่จะได้หันหลังกลับ

แมวตัวหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ หน้าตามันเรียบเฉยบอกอารมณ์ไม่ได้ หากกระป๋องเบียร์เย็นๆในมือข้างขวาคงบ่งบอกได้ว่าราตรีนี้ยังอีกยาวไกลนัก เพราะคนตรงหน้าเหมือนแมวเกินกว่าที่เธอจะนึกคำไหนออก ดวงตาที่ยกเฉียงขึ้นทำให้ไม่ว่าใครที่ได้มองก็คงจำผู้หญิงคนนี้ได้ แต่ก็ยังไม่ได้พิเศษมากพอสำหรับจะรั้งตัวเธอไว้ ณัฐไม่ได้พูดอะไร และตัดสินใจเดินออกไป



“คุณมาที่นี่บ่อยเหรอคะ”

แต่แล้วคนหน้าแมวก็เริ่มบทสนทนาขึ้นมาก่อน อืม, จะว่าไป ณัฐรุจาไม่สบายใจเลยหากดาดฟ้าตรงนี้จะกลายเป็นที่ประจำของใครอีกคน ไม่ใช่เพียงแค่เธอคนเดียวอีกต่อไป



“ใช่ค่ะ”

“เรามาแย่งที่คุณหรือเปล่า” ณัฐไม่ตอบ หากไหวไหล่ให้อย่างยียวน จนอีกฝ่ายถึงกับหรี่ตามอง “อยู่ห้องไหนคะ”

“801”

“เราเพิ่งย้ายมา อยู่ 502” เธอพยักหน้ารับรู้ “จะเป็นอะไรไหมถ้าเราจะมาที่นี่อีกบ่อยๆ”

“เราไม่ค่อยชอบอยู่กับคนอื่นเท่าไหร่”

“แต่หลังจากนี้คุณจะชอบอยู่กับเรา” หญิงสาวนิรนามยิ้มกว้างจนตาปิด ณัฐเกิดความต่อต้านในใจทันทีที่ได้ยินประโยคแสนมั่นใจนั้น “เราชื่อไทนะ คุณ?”

“ณัฐ”

ไทยิ้ม, อีกแล้ว “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณณัฐ”




 
2



ไทไม่ได้ทำให้ณัฐรู้สึกเกรงกลัวอะไร และประโยคที่แสนจะมั่นหน้านั้นก็ทำอะไรคนอย่างเธอไม่ได้

ณัฐยังคงไปหมกตัวอยู่ที่ดาดฟ้าตอนเที่ยงคืน เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน รมควันตัวเองด้วยบุหรี่รสมิ้นท์สุดโปรด ที่หลังๆเธอชักจะเสพติดมันเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเครียดหรือไม่ก็ตาม หากเวลานี้ดูเหมือนจะมีคนที่เครียดเสียยิ่งกว่า ไม่ใช่ว่าเธอมองไม่เห็นว่าไทนั่งอยู่ก่อนแล้ว และเค้าก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด จ้องเขม็งมาทางเธอพักใหญ่ๆ แต่ณัฐเลือกที่จะไม่สนใจเขาเหมือนอย่างเคย



“เลิกสูบได้ไหม บุหรี่น่ะ”



ณัฐเงยหน้ามอง ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เค้าแส่หาเรื่องขนาดนี้

“เรื่องของเรา คุณไม่ต้องยุ่งหรอก”



“แต่เรานั่งอยู่ด้วย เห็นมั้ย เราไม่ชอบ”

“อันนี้มันก็เรื่องของคุณ เราไม่ขอยุ่ง”



ไททำท่าเหมือนจะแพ้ เขาลุกขึ้นกอดอกมองหน้าเธออย่างเอาเรื่อง แต่แล้วยังไง ไม่เคยมีกฎของหอพักข้อไหนบัญญัติไว้ อีกอย่าง ดาดฟ้าเป็นพื้นที่สำหรับบุหรี่โดยแท้ ดูเอาจากที่เขี่ยบุหรี่ที่เขาเตรียมไว้ให้เถอะ



“มันไม่ดีต่อสุขภาพ”

ณัฐเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ก่อนหันไปจ้องกระป๋องเบียร์ในมืออีกคนแล้วหัวเราะลั่น “คุณไม่กลับไปดื่มนมอุ่นๆแล้วเข้านอนซะล่ะ นี่ก็เสียสุขภาพเหมือนกันนะ”

“ได้ งั้นเราจะเลิกดื่ม”

“เรื่องของคุณ”

“คุณก็ต้องเลิกสูบ”

“ไหงงั้นอ่ะ?”






3



วันนี้ณัฐไม่ได้ขึ้นไปบนดาดฟ้าเหมือนอย่างเคย ใครจะว่าเธอยอมแพ้หรือกระจอกอะไรก็ไม่สนหรอก ในเมื่อความสบายใจเล็กๆที่จะได้สูบบุหรี่อย่างไม่มีใครรบกวนก็สามารถเกิดขึ้นได้ที่ระเบียงห้องของเธอเหมือนกัน แน่ล่ะว่าเธอจะไม่ทิ้งก้นบุหรี่ลงไปข้างล่างจนโดนห้องอื่นด่าเข้าให้หรอก ณัฐแค่อยากอยู่กับกลิ้นมิ้นท์เย็นๆเท่านั้น



ก๊อก ก๊อก

หญิงสาวขมวดคิ้ว คนสติดีที่ไหนจะมาเคาะห้องเรียกเธอตอนเที่ยงคืนกัน



เธอลากสารร่างตัวเองในชุดนอนไปที่ประตู ส่องตาแมวดูก่อนเพื่อความปลอดภัย ทว่ากลับมองไม่เห็นอะไรนอกจากทางเดิน ณัฐตัดสินใจได้ว่าควรกลับไปที่ระเบียง แต่แล้วเสียงเคาะก็เกิดดังขึ้นมาอีกรอบ

คราวนี้เธอเปิดออกอย่างนึกรำคาญ แล้วเมื่อเห็นหน้าตัวการก็ยิ่งรำคาญเสียยิ่งกว่าเก่า

ไม่รู้ว่าไทจะเอาอะไรกับเธอนักหนา ขนาดไม่โผล่หน้าไปบนดาดฟ้าให้เห็นแล้วก็ยังจะมาตามจิกกันถึงห้อง



“อะไรอีก?” ณัฐเอ่ยเสียงแข็ง แขนข้างหนึ่งยันประตูไว้ เป็นการแสดงออกกรายๆว่ายังไงก็ไม่ยอมให้คนตรงหน้าได้เดินเข้ามาง่ายๆ “ในห้องฉันไม่มีเบียร์หรอกนะ”

“คุณยังไม่เลิกสูบบุหรี่อีก มันไม่ดีจริงๆนะ”

ณัฐรุจากรอกตา “คุณน่ะยิ่งทำให้ฉันเครียดจนต้องสูบอีกสักสิบมวนเลยล่ะ แย่จริงๆ”

“เราทำคุณไม่สบายใจหรอ”

ไทถามเสียงหลง หน้ากวนส้นของการ์ฟิลด์กลายเป็นแววตาหงอยๆของพุซอินบู๊ทส์ และโชคดีเหลือเกินที่ณัฐไม่ถูกกับสัตว์ทุกชนิด จึงรีบปิดประตูห้องใส่หน้าเขาดังปัง!



“เฮ้ ถ้าไม่เปิดมาคุยกันตอนนี้เราจะมาดักหน้าห้องคุณตอนเช้าพรุ่งนี้นะ”

ณัฐไม่ได้หัวเสียขนาดนี้มานานแล้ว ไทโคตรเก่งในความคิดของเธอเลยจริงๆ “จะไปไหนก็ไปไป๊!”

เธออารมณ์บูดเสียจนแผนการสูบบุหรี่อย่างเป็นส่วนตัวล่มไม่เป็นท่า




 
4



เวลาหกนาฬิกา เธอเปิดประตูห้องออกมา พบว่าไทยังยืนอยู่ที่เดิม จนณัฐเกิดคำถามขึ้นในใจว่านี่มันคนหรือผีกันแน่?



“ตื่นไวจัง ไปทำงานพร้อมกันไหม”

ณัฐส่ายหน้า วันนี้วันหยุดของเธอ และถึงจะต้องไปทำงาน ให้ตายยังไงก็ไม่ไปกับยัยนี่เป็นอันขาด



“ถามจริงเหอะ นี่คุณเป็นโรคจิตเหรอ”

“เราดูเหมือนแบบนั้นหรอ?”

เธอเค่นหัวเราะ “เหอะ เหมือนเวลาคนเมาแล้วชอบบอกว่าตัวเองไม่เมาสินะ”

“กินข้าวเช้ากันไหม” นอกจากไทจะไม่สนถ้อยคำที่เธอบอกไปแล้ว เขายังเปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย

“ถ้าไล่ให้ไปตายจะไปไหม?”

“ไป”

“ไอ้บ้า!”

“แต่ตอนนี้ไปกินข้าวกับเราก่อนนะคุณ เราหิวแล้ว”



ณัฐถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอไม่เคยรำคาญใครเท่านี้แล้วล่ะ จริงๆนะ

“ถ้าเลี้ยงก็ไป”



ไทยิ้ม เขาเปลี่ยนบุคลิคได้รวดเร็วจนน่ากลัว เมื่อกี้ยังบอกจะไปตายด้วยสีหน้าจริงจังอยู่แท้ๆ

“ชอบอยู่กับเราขึ้นบ้างรึยัง”



ยังต้องคาดหวังคำตอบอีกเหรอ ณัฐเดินนำหน้าเขาไปลิ่ว หากรอยยิ้มบนหน้าของไทก็ยังไม่ได้หายไปไหน กลับเดินตามคนหงุดหงิดต้อยๆอย่างเอาอกเอาใจ

คนขี้โมโหก็น่ารักดีออก




5



ณัฐไม่ได้ไปที่ดาดฟ้าอีกเลยหลังจากที่ไทมาคอยตามเร้าหรือเธออย่างน่ารำคาญ แลกกับการที่เขามาที่ห้องเธอบ่อยๆเพื่อโผล่หน้ามาให้ด่าจนเกือบจะลืมสูบบุหรี่ไปแล้วจริงๆ

จนกระทั่งหลังๆเธอชักไม่แน่ใจว่าที่เธอเลิกสูบบุหรี่ได้เป็นเพราะเลิกเครียด เพราะได้ด่าระบายอารมณ์ หรือเป็นเพราะไทกันแน่



“กินข้าวเย็นมาหรือยัง?”

แล้วเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอเริ่มถามสารทุกข์สุขดิบเขาอย่างที่เพื่อนร่วมโลกพึงกระทำ ณัฐยอมให้เขาเข้ามาเดินป้วนเปี้ยนสำรวจห้องแล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาอย่างเหนื่อยหน่าย แน่นอน เธอเคยถามไปแล้วว่าห้องตัวเองไม่มีให้อยู่หรือไง และไทตอบกลับได้หน้าตาเฉยว่า

‘ก็อยู่ที่นี่มันสบายใจกว่า’



“ยังเลย ห้องคุณมีอะไรกินมั้ย”

“มีมาม่าอยู่ในครัวอ่ะ แล้วก็โบโลน่าพริกในตู้เย็น”

“คุณกินด้วยเปล่า?”

“อือ”



แล้วเราก็เริ่มทำร้ายร่างกายอีกครั้งด้วยการกินของที่ไม่มีประโยชน์ ณัฐปลอบตัวเองว่าอย่างน้อยก็ยังดีกว่าดื่มเบียร์สูบบุหรี่ล่ะมั้งนะ เธอเองก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าการใช้ชีวิตแบบปุถุชนคนธรรมดาโดยมีไทอยู่ด้วยจนชินชาเมื่อไหร่กัน

เรื่องน่ากลัวคือเธอนึกไม่ออกแล้วว่าหลังจากนี้ถ้าไม่มีไทอยู่ด้วยแล้วมันจะเป็นยังไง



“เออคุณ เราจะย้ายออกเดือนหน้าแล้วนะ”

โทรศัพท์ที่เธอเลื่อนดูอยู่ตกลงมากระทบหน้าเต็มๆจนจมูกแดงเป็นปื้น ณัฐเผลอร้องโอดโอยออกมาจนไทรีบปรี่เข้ามาดูโดยไม่สนใจไมโครเวฟที่กำลังส่งเสียงบอกเวลา





“เฮ้ยคุณ เป็นอะไรมากรึเปล่า เจ็บมั้ย”

ณัฐส่ายหน้า “ละจะไปอะไรไวขนาดนั้นอ่ะ ทำไมเพิ่งมาบอก”

“ก็เพิ่งคิดได้ว่าน่าจะถึงเวลาแล้ว”

เธอขมวดคิ้ว “เวลาอะไร”

ไทอมยิ้ม “คุณชอบอยู่กับเราหรือยังอ่ะ”



ณัฐรุจายิ่งขมวดคิ้วหนัก คุณไทเขานึกครึ้มอกครึ้มใจอะไรถึงได้ถามขึ้นมาแบบนี้ แต่ยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้สึกเขินอายเกินกว่าจะตอบไปว่า ‘ชอบแล้ว’

“ถามทำไม?”

“ก็...เราจะมาขออยู่ด้วย”

“ห๊ะ”

“แชร์ห้องกันไง ประหยัดค่าใช้จ่ายนะคุณ”

ณัฐถึงกับอ้ำอึ้ง พูดอะไรต่อไม่ถูก “คุณบ้าเหรอไง”

“ว่าไง ตกลงชอบยัง?”

“อ...เออ”

“ไม่ได้หมายถึงชอบอยู่กับเรานะ หมายถึงชอบเราอ่ะ คุณชอบยัง?”

เธอหลบตาเขา แล้วก็รีบวิ่งหนีเข้ามาในครัวเสียเฉยๆ “มาม่าอืดหมดแล้ว”

ไทไม่ได้โง่จนแปลไม่ออก ว่ามาม่าอืด คือชอบ



“คุณ ถ้าอยู่กับเรานะ เมื่อไหร่ที่คุณเครียดก็บอกได้เลย เรามีวิธีคลายเครียด ลาขาดจากบุหรี่ได้เลย”

“ยังไง”

“เดี๋ยวส่งลิ้งค์ให้ดูนะ”



จูบ ให้อะไร มากกว่าที่คุณคิด - Women Mthai
 
ไอ้ไท ไอ้บ้า!





 วู่วามจริงๆเลย!!
SHARE
Written in this book
Kingdom Of Kaew
ของคุณแก้ว
Writer
Cherity
girl
you're my queen and i'm not a king - jack

Comments

sphch
1 year ago
ฟหหด่าสฝฟส่กห อ่านเฌอแก้วมาทุกเรื่อง เขินเรื่องนี้ที่สุดแล้วค่ะเนี่ย TTTTTvTTTTTT ทำไมนะ ทั้งที่ก็ไม่ได้หวานขนาดนั้น.. สงสัยหลงพี่ไทพี่ณัฐแล้วแหละค่ะ 555 ขอบคุณนะคะะ ตามฟิคคุณทุกเรื่องเลย opvด้วย ชอบมากๆฮือ
Reply
Hacarima
1 year ago
เราก็เป็นแบบนี้เช่นกัน