ซ้ายกรรไกรกระดาษ
ผมเป็นตัวแทนของประชาชนคนแรก และหวังว่าจะเป็นคนสุดท้าย

ยังไงก็ต้องเกริ่นก่อนสินะ

ประมาณสิบปีก่อน ทางการได้สั่งห้ามการละเล่นกับการกีฬาทุกประเภทเนื่องจากมันทำให้เกิดทัศนคติขบถ เป็นการสนับสนุนความก้าวร้าว ความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม มีกีฬาหนึ่งที่สามารถเล่นได้โดยที่ไม่ถูกจับกุม เพราะว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ ให้จับกุมได้ง่าย ๆ

นั่นก็คือการเป่ายิ้งฉุบ

เมื่อมันเป็นกีฬาประเภทเดียวที่สามารถเล่นได้ คนที่ไม่มีอันจะกินจึงจำต้องหาลำไพ่จากการแข่งเป่ายิ้งฉุบใต้ดินเพื่อเงินเดิมพัน

บางคนถึงกับเสียบ้าน เสียอวัยวะตัวเองเพื่อจ่ายเงินเดิมพันเพื่อแลกกับการรับเงินก้อนโตกลับไปเลี้ยงลูกเมียในแต่ละวัน

ผมเองก็แพ้มามาก เอาจริง ๆ ผมก็เสียแขนขวาไปเช่นกัน

ทีนี้ พอการแข่งขันเป่ายิ้งฉุบมันเกิดบูมขึ้นมา ทางการก็หัวใส หากินด้วยการเป่ายิ้งฉุบ จัดทำอีสปอร์ตเป่ายิ้งฉุบแลกกับเงินรางวัล คนที่เป็นนายกก็เป็นอดีตแชมป์การเป่ายิ้งฉุบ ปกครองประเทศนี้ด้วยความสุขสงบมาโดยตลอด

ทว่าไม่นานมานี้ นายกก็ออกกฏหมาย ห้ามไม่ให้ประชาชนออกค้อน เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของพวกหัวขบถ

นั่นหมายความว่าใครก็ตามที่ออกค้อนจะถูกจับกุมหรือถูกประหารชีวิต เพราะถือเป็นการต่อต้านธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม

มีเพียงนายกกับพรรคพวกที่มีสิทธิ์ออกค้อน

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ประชาชนออกมาต่อต้าน นายกจึงจัดการแข่งขันในสนามเป่ายิ้งฉุบ (ซึ่งปรับปรุงมาจากสนามมวยเก่าที่ไม่ได้ใช้มาสิบปี) ชิงตำแหน่งทุกสี่ปี โดยมีคนของรัฐบาลร่วมแข่งครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือมาจากภาคประชาชน

หากผมได้เป็นนายก ผมสามารถนำเงินภาษีของประชาชนมาช่วยรักษาแม่ผมได้ ผมก็รู้แหละว่ามันเป็นการโกงกิน แต่ผมโกงกินน้อยกว่าเขาแน่ ๆ

ใครต่อใครก็บอกว่าเขามีปราสาทหลังใหญ่ กินโต๊ะจีนได้ทุกมื้อ ส่วนงบการศึกษาภาคประชาชน งบประมาณต่าง ๆ หายไปหมด เขาบอกว่าเพราะประชาชนจ่ายภาษีไม่เพียงพอ

ด้วยกฏอันไม่เป็นธรรม ประชาชนจึงแพ้พ่ายไปจนหมด เหลือเพียงผม


ผมขออธิบายหลักการง่าย ๆ ก็แล้วกัน
หากการออกค้อนไม่ถูกแบน เราจะมีโอกาสที่จะออกค้อน กรรไกร กระดาษ
แต่จากการอ่านสีหน้าและการเดาใจฝั่งตรงข้าม มันจะทำให้โอกาสแพ้ชนะไม่ได้มีเพียง 50/50 จึงไม่ได้เป็นเกมเสี่ยงดวงอย่างที่คนอื่นเข้าใจ

ถ้าเรารู้ว่าฝั่งตรงข้ามจะออกกระดาษ เราจะออกกรรไกร
ถ้าฝั่งตรงข้ามรู้ว่าเราจะออกกรรไกร เขาจะออกค้อน
ถ้าเรารู้ว่าเขาจะออกค้อน เราจะออกกระดาษ
เป็นวงจรเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ

ทว่าเมื่อเราไม่สามารถออกค้อนได้ เราจะออกได้เพียงกรรไกรกับกระดาษ นั่นหมายความว่าฝ่ายตรงข้ามมีโอกาสชนะได้ด้วยการออกกรรไกร เพราะมีแค่ชนะ (กรรไกร vs กระดาษ) กับเสมอ (กรรไกร vs กรรไกร)

แต่ถ้าเราออกกรรไกร เกมก็จะเสมอไปเรื่อย ๆ จนกว่าฝั่งตรงข้ามจะยอมเปลี่ยน ซึ่งโดยตรรกะแล้ว เราไม่สามารถออกค้อนได้ ฉะนั้นจึงไม่มีโอกาสที่เขาจะออกกระดาษ (เพราะออกกระดาษไปก็แพ้กรรไกร) เขาจึงต้องออกค้อน

การเปลี่ยนมือฉุบนั้นจะต้องวัดใจว่าอีกฝั่งจะออกอะไร หากเราสามารถรู้ได้ว่าเขาจะออกค้อนในตาถัดไป เราก็จะชนะเมื่อเราออกกระดาษ

แต่ถ้าเรากะจังหวะไม่ดี เราก็จะแพ้เมื่อเขายังออกกรรไกร

การแบนไม่ให้ฝั่งประชาชนใช้ค้อนจึงทำให้ฝั่งรัฐบาลออกได้แค่ค้อนกับกรรไกร เพราะการออกกระดาษไม่ช่วยให้ชนะ จึงทำให้ประชาชนมีโอกาสชนะได้เช่นเดียวกัน

ด้วยหลักการนี้ ผมจึงเอาชนะฝั่งทางการมาได้โดยตลอด

ผมก็ได้พบกับนายกคนปัจจุบัน
เขาจ้องผมด้วยสีหน้าแน่นิ่ง
ประชาชนส่งเสียงเชียร์ผม
ทางการส่งเสียงเชียร์นายก

ผมออกกรรไกร เขาออกกรรไกร
กรรไกร กรรไกร
กรรไกร กรรไกร

เดี๋ยวเขาก็ต้องเปลี่ยนแล้ว หากไม่เปลี่ยนเราก็จะเป่ายิ้งฉุบไปจนวันรุ่งขึ้น

กรรไกร กรรไกร
กรรไกร กรรไกร

ยังอีกเหรอ

กรรไกร กรรไกร
กรรไกร กรรไกร

ผมมองหน้าเขา เขาเริ่มเหงื่อตก สายตายังคงมุ่งมั่น

กรรไกร กรรไกร
กรรไกร กรรไกร

เขาเริ่มแสยะยิ้ม

กรรไกร กรรไกร
กรรไกร กรรไกร

ตาถัดไปนี้แหละ
กรรไกร กรรไกร

ผมออกกระดาษ
เขาออก...

กระดาษ

เขายิ้มเต็มปาก

กระดาษ กระดาษ
กระดาษ กระดาษ

เขาจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร

กระดาษ กระดาษ
กระดาษ กระดาษ

ในเมื่อผมไม่มีทางออกค้อน

กระดาษ กระดาษ
กระดาษ กระดาษ

ผมเริ่มเดินเข้าไปใกล้เขา

กระดาษ กระดาษ
กระดาษ กระดาษ

หรือเขาจะหลอกให้ผมออกกรรไกรแล้วตลบหลังด้วยการออกค้อนทีหลัง

กระดาษ กระดาษ
กระดาษ กระดาษ

จังหวะนี้แหละ

ผมออกกรรไกร
เขาออก... กรรไกร

กรรไกร กรรไกร
กรรไกร กรรไกร

เขาเริ่มหอบแล้ว ผมเองก็เช่นกัน

กรรไกร กรรไกร

เราโยกแขนกันมาไม่รู้กี่รอบ

กรรไกร กรรไกร

หรือเป็นแผนของเขาที่จะทำให้ผมไม่สามารถเล่นเป่ายิ้งฉุบได้

กรรไกร กรรไกร

เขามีแขนสองข้าง แขนขวาของเขาล้า ก็ยังมีแขนซ้าย

กรรไกร กรรไกร

นี่เป็นการเล่นงานด้วยความอดทนชัด ๆ

กรรไกร กรรไกร

เขาเริ่มยิ้มอีกครั้ง

กรรไกร กรรไกร

ได้จังหวะของผมแล้ว

กรรไกร กรรไกร

ตอนนี้แหละ
ผมออกกระดาษ

เขาออกค้อน

เขามีสีหน้าเหวอไปสักพัก กรรมการเดินไปหาเขา เขากระซิบข้างหูกรรมการ

"คราวนี้เป็นการแข่งขันรอบพิเศษ ในเมื่อเป็นรอบสุดท้าย เราจึงขอแข่งแบบชนะสองในสามครั้งครับ"

ผมเดินเข้าไปใกล้เขาจนถึงตัว
เขากำลังจะขยับมือเพื่อเป่ายิ้งฉุบ

เขาทดสอบความอดทนของผม
บัดนี้ความอดทนของผมสิ้นสุดลง

ผมออกค้อน
ใส่หน้าเขา

ก่อนที่จะกระทืบจนเขาสลบไป

ทางการปรี่เข้ามาจับตัวผม ประชาชนบุกขึ้นมาช่วยผม
ต่างคนต่างออกค้อนใส่กันอย่างไม่ลังเล
SHARE
Writer
Coury
Breather
สร้างฝัน สร้างสาร สร้างสรรค์ สร้างเรื่องด้วย

Comments

tidachan
2 months ago
เขียนดีมากค่ะ อ่านแล้วลุ้นตาม
Reply
XNINEONE
2 months ago
ดีมากเลยค่ะ ลุ้นมากว่าเมื่อไรจะชนะ
Reply
Coury
2 months ago
ขอบคุณงับ
Reply
Deux
2 months ago
ดีอ่ะ
Reply