หวยของข้า
รถเมล์ปรับอากาศคันเหลืองเข้าจอดเทียบทางเท้า ผู้คนนับสิบที่กำลังนั่งอัดกันอยู่ในป้าย รีบลุกเดินไปขึ้นรถคันนั้นอย่างรวดเร็ว ผมมองดูพวกเขาก้าวขึ้นบันไดด้วยความอิจฉา คนขับรถกวาดสายตามองดูผู้โดยสารที่ตกค้าง ก่อนจะแล่นรถออกไปจากป้าย เหลือผมกับพวกคนแก่อีกสามสี่คน นั่งรอรถคันต่อไป

นาฬิกาที่ข้อมือ บอกเวลา 14:48 น ผมหาวออกมาเป็นรอบที่สิบ รถเมล์ที่ผมรอคือสาย 134 แทบทุกคันจะเป็นสีน้ำเงิน แต่วันนี้ดูเหมือนจะมาช้าผิดปกติ ตามจริงเวลานี้ผมควรจะนอนดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน ไม่ใช่มานั่งเอาใบหน้าตากแดดที่ส่องทะลุหลังคามาแบบนี้ เฮ้อ...ชีวิตคนกรุง

อาการร้อนทำคอผมแห้งเหือด ร้านสะดวกซื้ออยู่ถัดจากป้ายไปสามร้อยเมตร ผมเคยมีประสบการณ์เดินไปซื้อน้ำ แล้วกลับมาไม่ทันรถเมล์ ต้องรอคันถัดไปอีกครึ่งชั่วโมง ผมจะไม่มีวันให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด ซึ่งมันคงจะดีไม่น้อยหากมีรถขายน้ำผ่านมาแถวนี้

แล้วเหมือนฟ้าจะมีตา! จู่ ๆ ก็มีเด็กสาวอายุไม่น่าเกินสิบสองขวบ เดินเข็นรถมาบนทางเท้า บนรถเข็นบรรทุกกล่องโฟมใส่น้ำแข็ง แม่ค้าตัวน้อยตะโกนเสียงแหลม “น้ำไหมจ๊ะ...น้ำเย็น ๆ ...เป็ปซี่ แฟนต้า โคล่า อาซี”

ผมมองดูสาวน้อยอย่างเอ็นดู เด็กสมัยนี้รู้จักช่วยพ่อแม่ทำมาหากินแต่เล็ก หากนึกย้อนไปสมัยผมอายุเท่าเธอ คงจะกำลังเล่นดีดลูกแก้วอยู่กับเพื่อน

ผมกวักมือเรียกแม่ค้าตัวน้อย “น้อง ๆ เอาโค๊กขวดนึง”

แม่ค้าส่งยิ้มหวาน “ได้จ้ะ” เธอเปิดกล่องโฟม แล้วหยิบขวดน้ำอัดลมส่งมาให้ผม

ผมรับน้ำขวดมาเปิดดื่มด้วยความกระหาย อ้า...ความซ่ามันบาดคอแสบได้ใจ 

“สิบห้าบาทค่ะ”

เออ! ลืมไปว่ายังไม่ได้จ่ายตัง ผมล้วงกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเพื่อจะจ่ายเงิน แต่ก็ต้องผงะ! เมื่อผมเปิดกระเป๋า ดันเจอแต่แบงค์ร้อยอยู่ในกระเป๋า ผมลองเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง เจอเพียงเศษเหรียญมูลค่าแปดบาท ที่จะใช้เป็นค่ารถเมล์

ตายห่า! ไม่มีแบงค์ย่อย

ผมยืนมองแบงค์ร้อยในกระเป๋าอยู่พักหนึ่ง มีรู้สึกว่าใบหน้ายิ้มแย้มของแม่ค้าตัวน้อยเริ่มเปลี่ยนไป ผู้คนในป้ายรถเมล์เริ่มจับจ้องมาที่ผม

ด้วยแรงกดดันอันมหาศาลทำให้ผมต้องจำใจ หยิบแบงค์ร้อยยื่นให้เธอ “น้อง พี่มีแต่แบงค์ร้อยน่ะ” ผมแสร้งยิ้มแก้เขิน

ตามคาด! ผู้คนในป้ายรถเมล์หันมองผมด้วยท่าทีแปลก ๆ ส่วนแม่ค้าตัวน้อยก็ทำหน้าเหมือนจะไม่พอใจ เธอก้มหยิบกระปุกเหล็กเล็ก ๆ ขึ้นมาเปิดดู

เธอเงยหน้าจ้องมาทางผม “ไม่มีแบงค์ย่อยเลยหรอคะ”

“ม...ไม่มีเลย”

“หนูไม่มีเงินทอนน่ะคะ”

คำพูดนั้นทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายเข้าไปอีก ผมกำลังกำแบงค์ร้อยในมือข้างขวา กับขวดน้ำที่เปิดแล้วในมือข้างซ้าย ภาพตรงหน้ามีเด็กน้อยกำลังทำหน้าบึ้ง พร้อมเหล่าผู้คนในป้ายรถเมล์ที่กำลังแผ่รังสีอมหิตมาจากด้านหลัง

โอ๊ย!...ใครก็ได้ช่วยกูที

แล้วเหมือนกับโชคชะตาเล่นตลก ไอ้รถเมล์คันน้ำเงินสาย 134 ก็แล่นตรงเข้ามาตามถนน เมื่อมันจอดเทียบทางเท้า ผู้คนในป้ายก็ต่างลุกเดินไปที่รถ บางคนยังยืนรอดูเหตุการณ์ผมกับแม่ค้าต่ออย่างใจจดใจจ่อ

ผมหันรีหันขวางระหว่างรถเมล์กับแม่ค้าน้ำขวด ให้ตายเถอะทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย

แล้วทันใดนั้น! เธอก็ได้ยื่นทางออกสุดท้ายให้ผม “พี่เอาหวยไปแทนตังทอนได้ไหม”

หวย! ผมหันสบตาเธอ “ว่าไงนะ”

“หนูมีหวยเหลือใบนึง วันนี้วันหวยออก พรุ่งพี่อาจเป็นกลายเป็นเศรษฐีก็ได้นะคะ”

โอ้! ขายทั้งน้ำขายทั้งหวย ผมอยู่มาบนโลกใบนี้มาตั้งยี่สิบเจ็ดปี ไม่เคยคิดฝันว่าตัวเองต้องมาซื้อสิ่งที่เรียกว่า “หวย” แต่ผมไม่มีเวลาลังเล รถเมล์กำลังจะออกแล้ว ผมไม่มีทางเลือก ต้องส่งธนบัตรมูลค่าร้อยบาท ที่หามาอย่างลำบาก แลกกับเศษกระดาษไร้ค่า

อีเด็กขายน้ำส่งหวยมาให้ใบหนึ่ง พร้อมกับรอยยิ้มแสนหวาน “ขอให้โชคดีนะคะ”

ผมรับมาแล้วรีบวิ่งตรงไปที่รถเมล์ที่กำลังจะออกจากป้าย “เฮ้ย! เดี๋ยว!”

ยังโชคดีที่คนขับเปิดประตูให้ เมื่อขึ้นไปบนรถ ผมหันมองอีเด็กขายน้ำด้วยความแค้นใจ เธอยังหันมาส่งรอยยิ้มให้ผมไม่ขาด

อีเด็กนี่มันร้ายจริง ๆ

หลังจากยืนแย่งอากาศหายใจกับคนบนรถมาเกือบครึ่งชั่วโมง รถเมล์ก็จอดส่งลงหน้าปากซอย เมื่อลงมาจากรถผมเขวี้ยงขวดน้ำอัดลมเปล่าไปที่ถังขยะใกล้ ๆ ฟิ้ว...สงสัยแรงไปหน่อย ขวดลอยข้ามปากถังไปนิด ปกติผมจะเดินไปเก็บลงถัง แต่สำหรับขวดใบนี้ ชั่งหัวมัน!

ผมเดินเรียบมาเข้ามาในซอย สิ่งที่ต้องทำก่อนจะถึงบ้าน คือต้องแวะเข้าร้านก๋วยเตี๋ยวป้าไก่ เพื่อซื้อบะหมี่ลูกชิ้นไปเป็นอาหารเย็น เมื่อเดินมาถึงร้านก๋วยเตี๋ยว ผมตรงเข้าไปหาป้าไก่เจ้าของร้าน “เหมือนเดิมป้า”

หญิงแก่พยักหน้า ผมไปนั่งรอที่โต๊ะหินอ่อนตัวริมสุดของร้าน วันนี้ลูกค้าเยอะคงจะนานหน่อย ผมมองซ้ายขวาพยายามหาอะไรแก้เบื่อ ก็ได้ไปเจอเข้ากับจอโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสด “การประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล”

ผมหันมองดูด้วยความสนใจ แม้โอกาสในการซื้อหวยใบแรกในชีวิตแล้วจะถูกรางวัลที่หนึ่ง จะมีค่าเท่ากับการส่งมนุษย์ไปเดินสำรวจดวงอาทิตย์ แต่ไหนก็เสียเงินซื้อมาแล้ว ขอลุ้นหน่อยละกัน

รางวัลที่หนึ่งกำลังจะประกาศ ผมนำหวยขึ้นมามองดู “843 013” ทำไมเลขมันดูอัปมงคลจังวะ ผมแทบจะขย้ำมันทิ้งลงถังขยะ

ผู้คนในร้านต่างหันมามองมาที่หน้าจอโทรทัศน์เป็นสายตาเดียวกัน เช่นเดียวกับป้าไก่เจ้าของร้าน ที่ละจากหม้อก๋วยเตี๋ยวมายืนประจำอยู่หน้าจอโทรทัศน์ พร้อมกับกระดานดำไว้สำหรับรอจดเลขหวย เพื่อจะไว้ติดประกาศหน้าร้าน ตามประสาเจ้ามือหวยประจำหมู่บ้าน

ผมมองดูพวกบ้าหวยแล้วนึกสมเพช มนุษย์หนอมนุษย์ มาหวังอะไรกับอีแค่กระดาษใบเล็ก ๆ

“เลขที่ออก 8...4...3...0...1...3” เสียงผู้ประกาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงโห่ของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านตัวเลขในร้าน คงโดนกินกันสิท่า เจ้ามือก็คงรับเต็ม ๆ เหมือนเคย เฮ้อ...คนจะรวยน่ะ มันไม่มีทางลัดหรอก

ผมหันกลับมามองดูหวยในมืออีกครั่ง “843 013”

เฮ้ย! ร่างกายผมหยุดชะงัก สายตาจ้องมองที่ตัวเลขบนใบหวยไม่กระพริบ ผมทวนตัวเลขพวกนั่นอยู่ในใจสิบกว่ารอบได้ 843 013...843 013...843 013.... ถ้าเมื่อตะกี้ได้ยินไม่ผิดล่ะก็...

เมื่อเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ร้าน สถานการณ์ยังปกติ ผมพยายามตั้งสติให้มั่นแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้หินอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวไปที่กระดานประกาศหวยหน้าร้าน

“อ้าว เอ็งก็เล่นกับเขาด้วยหรอ” ป้าแขกหันมาถามอย่างแปลกใจ คงจะไม่เคยเห็นผมสนใจเรื่องพวกนี้

ผมหยุดชะงัก แล้วตั้งสติก่อนจะตอบ “เปล่าหรอกป้า เพื่อนผมมันฝากมาดูน่ะ”

“อ๋อ ข้าก็ว่าอยู่” ว่าแล้วแกก็หันกลับไปลวกเส้นอย่างเดิม

ผมหันกลับไปมองที่กระดานดำอีกครั้ง “843 013” โอ้ให้ตายเถอะ! สติผมหลุดไปแล้ว “843 013” ไม่ว่าผมจะมองยังไงก็ “843 013” ผมเอามือขึ้นมาอุดไว้ที่ปาก กลัวจะเผลอตะโกนออกมา

กูถูกหวยรางวัลที่หนึ่งโว๊ย!

ผมประคับประคองตัวเองกลับไปนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง จำไม่ได้แล้วว่ารางวัลที่หนึ่งเขาได้เงินกันกี่ล้าน แต่ที่รู้ ๆ ผมต้องรีบเอามันไปที่โรงพักโดยด่วน แล้วถ้าได้เงินล้านมาเมื่อไหร่ จะเอาไปบริจาคให้ครอบครัวของน้องแม่ค้าตัวน้อยซักสามสี่พัน ไม่สิ! ถ้าไม่มีน้องเขาผมคงไม่มีวันนี้ คงต้องซักหมื่นนึง

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ผมจึงลุกจากเก้าอี้ ไม่กงไม่กินมันแล้วก๋วยเตี๋ยวถูก ๆ เศรษฐีอย่างเราต้องอาหารเหลา ภัตตาคาร ผมกำลังจะก้าวออกจากร้าน ป้าไก่ก็เดินมายื่นถุงก๋วยเตี๋ยวมาให้ผม “ได้แล้ว”

ให้มันได้อย่างนี้สิ ผมล้วงกระเป๋าสตางค์หยิบแบงค์ร้อยส่งให้ป้าแก แล้วยืนรอเงินทอน

ขณะที่ป้าไก่กำลังหยิบเงินทอน ก็ได้มีชายวัยกลางคน หัวโล้นไร้เส้นผม ขับรถมอไซค์ท่อเสียงดัง เข้ามาจอดหน้าร้าน

“ป้า! วันนี้หวยออกไร” เขาว่า

ป้าไก่เงยหน้ามอง “เอ็งก็ดูเอาสิวะ ข้าเขียนไว้ให้ตัวเบ้อเร่อ”

ชายหัวโล้นลงจากรถเข้ามาในร้าน ผมที่กำลังยืนบังกระดานดำอยู่รีบหลบให้ เขาจ้องมองกระดานไปซักพัก ก็ได้แสดงอาการแปลก ๆ

ป้าไก่กับคนทั้งร้านรวมถึงผมเริ่มแสดงอาการอย่างรู้อยากเห็น “ถูกหรอวะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น

ชายหัวโล้นหันมา “ส...สง...สัย...จะโดนว่ะ” เขาตอบเสียงสั่น

ผมยิ้มมุมปาก คงจะถูกแค่เลขท้ายรางวัลไม่กี่พัน ทำเป็นตื่นเต้น เอาเถอะ! ได้แค่นี้ก็บุญแล้ว

“ร...รางวัลที่หนึ่ง....แน่เลยว่ะ ข...ข้าจำได้ มีเลข....ส....สี่สามกับหนึ่งสาม”

จะบ้าหรอ! รางวัลที่หนึ่งกูเอาไปแล้วเว้ย...จำผิดล่ะสิท่า

“จริงหรอว่ะ ข้าขอดูสลากหน่อย” ป้าไก่พูดอย่างตื่นเต้น

“แปบ หวยอยู่ใต้เบาะ” ไอ้โล้นวิ่งออกไปหน้าร้าน แล้วเปิดเบาะรถมอไซค์อย่างตะกุกตะกัก พวกคนในร้านต่างแห่ไปมุงดูอย่างตื่นเต้น

ไอ้โล้นหยิบกระเป๋าหนังออกมา แล้วเปิดหาอย่างลุกลี้ลุกลน “อ้าวเฮ้ย! ไปไหนวะ”

“ใจเย็น ๆ สิวะเอ็งลืมไว้ไหนหรือเปล่า”

ไอ้โล้นหยุดนิ่งไป ใบหน้าซีดเป็นไก่ต้ม “ตายห่า! ตอนเที่ยงผมไปซื้อของในเมือง คงหล่นไปตอนเปิดกระเป๋าหยิบตังแน่เลย”

ผู้คนในร้านต่างพากันฮือฮา ผิดกับผมที่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน หวยที่ได้มาจากเด็กขายน้ำ คงจะไม่ได้เป็นใบเดียวกับที่ไอ้โล้นทำหายไปหรอกนะ…แย่ละ! ถ้าเป็นใบเดียวกับจริง ๆ แล้วมันรู้ว่าหวยใบนั้นถูกรางวัลที่หนึ่งผมซวยแน่ ไม่รู้ซะด้วยว่าอีเด็กขายน้ำมันไปเอาหวยมาจากไหน

ผมไม่รอช้ารีบเดินออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยว ต้องไปแจ้งความกับตำรวจไว้ก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ผมก้าวเท้าเดินเกือบจะวิ่ง

“อ้าว! เดี๋ยวก่อน” มีเสียงป้าไก่ตะโตนไล่หลังมา คงจะเป็นเรื่องเงินทอน ชั่งหัวมันแค่เศษเงิน

ผมรีบวิ่งออกมาที่ป้ายรถเมล์ คิดหารถไปสถานีตำรวจ เห็นแท็กซี่เปิดไฟว่างมาแต่ไกล จึงรีบโบก เมื่อแท็กซี่เข้าเทียบทางเท้า ผมรีบเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน แล้วปิดประตู

“ไปสถานีตำรวจ” ผมสั่งด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เอ่อ...”

ให้ตายเถอะ เจอพวกทำลีลาอีกละ เพราะแบบนี้ไงผมถึงชอบขึ้นรถเมล์มากกว่าแท็กซี่ “รีบไปเถอะ ผมมีเรื่องด่วน” ผมพูดให้ดูจริงจังกว่าเดิม

“เอ่อ...”

คงจะเป็นพวกชอบปฏิเสธผู้โดยสารสินะ “ไม่ต้องมาอ้างเรื่องแก๊สหมดเลยนะ เพื่อนผมเป็นตำรวจ” เจอไอ้พวกนี้ต้องใช้ไม้แข็ง

“เปล่าครับ แต่ช่วยกรุณาปิดประตูใหม่ด้วยครับ มันปิดไม่แน่น”

ผมหันมองคนขับ “อ่า...ครับ”

ช่วงเย็นรถติดมาก กว่าผมจะฝ่ามาถึงสน.เสียเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง รู้งี้เรียกใช้วินมอไซค์คงจะถึงเร็วกว่า แต่ไม่เป็นไรยังไงผมก็มาถึงแล้ว เงินล้านอยู่แค่เอื้อม ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าคนที่ใช้เงินไม่เกินวันล่ะร้อยแบบผม จะใช้มันยังไงให้หมด

ผมเร่งก้าวขึ้นสน. พบผู้คนเดินวุ่นวายเต็มไปหมด ผมไม่เคยมาแจ้งความเสียด้วยสิไม่รู้จะทำยังไง แล้วขณะที่ยืนเก่ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าทางเข้า ก็ได้ไปเห็นลุงคนหนึ่งกำลังก้ม ๆ เงย ๆ เซ็นชื่อบนสำเนาบัตรประชาชน

จริงด้วย! ต้องทำหลักฐานไว้บนหวย แค่นี้ก็ไม่มีใครสามารถเอาของเราไปได้แล้ว โอ้โห! เรานี้มันฉลาดจริง ๆ

เมื่อคิดได้เช่นนั่นผมไม่รอช้า รอต่อคิวใช้ปากกาจากตาลุง

เวลาผ่านไปเกือบห้านาที ตาลุงถึงจะเซ็นเอกสารเสร็จ ผมรีบคว้าปากกาอย่างรวดเร็ว แล้วบรรจงเขียนชื่อพร้อมที่อยู่ ตัวโต ๆ “นาย ปรีดา ไรรวน บ้านเลขที่....”

เมื่อเสร็จแล้วก็ถึงเวลาที่จะแน่ใจเสียทีว่าหวยใบนี้ ได้เป็นของเราแล้ว...เอ๊ะ! ว่าแต่ต้องไปไหนต่อหว่า เกิดมายังไม่เคยขึ้นโรงพัก เคยได้ยินมาว่าต้องไปหาร้อยเวร แล้วมันอยู่ไหนกัน

ขณะที่เดินวนไปมา พยายามถามคนโน้นคนนี้ ในที่สุดก็ได้มาเจอกับร้อยเวรเสียที ผมกำลังจะเข้าไปแจ้งความ พบชายหญิงสองคนนั่งอยู่ก่อน ทั้งคู่กำลังให้ปากคำร้อยเวรอยู่ แต่เอ๊ะ!...ผมรู้สึกว่าไอ้ผู้ชายมันคุ้น ๆ

นั่นมันไอ้โล้นนี่หว่า!

ผมชะงักไปทันที ไอ้โล้นกำลังแจ้งความอยู่ ต้องเป็นเรื่องหวยแน่ ๆ แล้วยังมีผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้นั่งอยู่ข้าง ๆ มันอีกด้วย

จะทำยังไงดีหว่า ผมคิดแล้วคิดอีก อีเด็กขายน้ำมันเอาหวยมาจากไหน ถ้ามันไปเจอหวยของไอ้โล้นแล้วเอามาให้เราล่ะ แบบนี้นอกจากไม่ได้เงินแล้วยังโดนขอหารับซื้อของโจรอีกแน่เลย

แต่ผมไม่ยอมแพ้หรอก! เรื่องนี้เสียไปเยอะแล้ว ทั้งค่าหวย ค่าแท็กซี่ ไหนจะเงินทอนค่าก๋วยเตี๋ยวอีก แบบนี้คงถอยไม่ได้ เอาวะเป็นไงเป็นกัน…เงินล้านรอเราอยู่ตรงหน้า

ผมไปนั่งต่อแถวรอแจ้งความ พยายามนั่งก้มกลัวมันจำผมได้ ตอนนี้มันน่าจะยังไม่มีหลักฐาน แค่คำให้การลม ๆ แล้ง ๆ คงจะแย่งเงินล้านของผมไม่ได้

ระหว่างรอผมพยายามเขยิบเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อฟังคำให้การของไอ้โล้น

“ผมจำได้ว่าซื้อเลขนั้นจริง ๆ นะครับคุณตำรวจ” ไอ้โล้นว่า

“แล้วผมจะเชื่อคุณได้ยังไงครับ พวกแอบอ้างมีเยอะแยะ” ร้อยเวรไม่เชื่อง่าย ๆ สมเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎ์

“ผมไม่ได้แอบอ้างแน่นอนครับ” ไอ้โล้นหันไปทางผู้หญิงที่มาด้วย “นี่ แม่ค้าที่ขายหวยให้ผมไงครับ ผมไปซื้อหวยตอนสิบโมง ผมจำได้ว่าแถวนั่นมีกล้องวงจรปิดด้วย ไม่เชื่อคุณตำรวจไปเปิดดูได้เลย”

“ใช่ค่ะคุณตำรวจ ฉันขายหวยให้เขาเอง จำได้ว่าเป็นเลขนั้นจริง ๆ”

ตายล่ะ! มันพาแม่ค้าหวยมาด้วย แบบนี้ก็แย่ล่ะสิ

“ถึงวันนี้คุณจะซื้อหวย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะซื้อเลขนั้นจริง ๆ นะครับ”

“โถ...คุณตำรวจ ผมน่ะจำได้แม่น เมื่อคืนผมฝันว่าเจอผี คำว่า ’ผี’ พอมองด้านข้างก็จะเห็นเป็นเลขสิบสาม วันนี้ผมไปเจอเลข ศูนย์หนึ่งสาม ก็เลขซื้อมา ไม่ผิดแน่คุณตำรวจ” ไอ้โล้นพล่ามยาว “คุณตำรวจลองไปเช็ดดูกล้องวงจรปิด หรือไปไล่ถามคนแถวนั้นดูสิ อาจมีคนเห็นใครเก็บหวยผมไปก็ได้”

ร้อยเวรส่ายหน้า เหมือนจะไม่เชื่อคำให้การของไอ้โล้น แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ความกระวนกระวายใจยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ พอมาคิดดูดี ๆ ถึงหวยจะอยู่กับผม แต่ถ้าบอกว่าซื้อมาจากเด็กอายุสิบสองขวบ ตำรวจคงจะสงสัยผมแน่

ขณะที่กำลังนั่งอย่างหมดหวัง จู่ ๆ ก็ได้มีเสียงโทรศัพท์ของไอ้โล้นดังขึ้น

“แปบนะครับคุณตำรวจ เมียโทรมา” มันกดรับสาย “...ฮัลโหลว่าไงจ๊ะ...อยู่สน.แจ้งความอยู่...เรื่องหวยไง...มีปัญหานิดหน่อยน่ะ...หวยที่ซื้อมาเมื่อเช้าไง...ฮะ! ว่าไงนะ...จริงหรอ!...อ้าว...”

ไอ้โล้นกดวางสาย จากตอนแรกที่ทำดีดเหมือนม้าคึก เวลานี้กลับกลายเป็นแค่หมาหงอย เกิดอะไรขึ้นหว่า

“เอ่อ...คุณตำรวจครับ ผมเจอหวยแล้วครับ”

“เอ้า ยังไงกัน”

“เมียผมเจอในเสื้อคลุมครับ อยู่ที่บ้าน ผิดไปสองตัว”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง มือไม้สั่นเทาด้วยความตื่นเต้น พยายามควบคุมตนเองไม่ให้เผลอลุกขึ้นกระโดด

ห...หวย...เป็นของผม...ผมถูกรางวัลที่หนึ่ง!

ไอ้โล้นกับแม่ค้าหวยพากันเดินคอตกออกจากสน.ไป ผมพุ่งพรวดตรงไปหาร้อยเวรทันที

“มีเรื่องอะไรครับ”

“ห...หวย...ครับ...ผ...ผมถูกหวย” ผมพยายามตั้งสติ “ผมถูกรางวัลที่หนึ่งครับ” ว่าแล้วก็ยื่นหวยให้ท่านร้อยเวรทันที

“โอ้! จริงหรอครับ ดีใจด้วย ไหนดูหน่อยซิ” เขารับหวยไป “843 013 โอ้ถูกจริงซะด้วย”

ผมยิ้มออกมาไม่หุบ ไม่อยากจะเชื่อว่าตนจะมีวันนี้ ในหัวผมเริ่มวางแผนการใช้เงินล้าน จะเอาไปทำอะไรดีหนอ หนีสินอะไรก็ไม่มี จะเอาไปซื้อรถก็ขับไม่เป็น บ้านผมก็มีแล้ว เอ๊ะ! จริงด้วยสิ ผมเคยฝันอยากจะเที่ยวรอบโลก เที่ยวไปเรื่อย ๆ งานการไม่ต้องทำ ถ้ามีเงินล้านฝันผมก็อยู่ไม่ไกล

“คุณครับ!” เสียงเข้ม ๆ ของร้อยเวรดึงผมกลับมาจากภวังค์

“อะไรหรอครับ”

“คุณไปเอาหวยใบนี้มาจากไหนครับ”

คำถามกับน้ำเสียงแปลก ๆ ของร้อยเวรสร้างความแปลกใจให้กับผม “อ...เอ่อ...มีอะไรหรอครับ”

“นี่ไม่ใช่หวยของงวดนี้นะครับ” ร้อยเวรยื่นหวยมาให้ผม

ผมมองดูหวยอย่างแปลกใจ ร้อยเวรเอานิ้วจิ้มไปที่วันที่บนใบหวย ผมมองดู “1 เมษายน 2560”

“หวยใบนี้มันตั้งแต่ปีที่แล้วนี่ครับ”

ผมช็อคไปอีกครั้ง ฝันในการเที่ยวรอบโลกสลายไปในพริบตา

อีเด็กนั่นมันเอาหวยหมดอายุมาให้ผม
SHARE
Written in this book
ตลกร้ายกาจ
รวบรวม เรื่องสั้นแนวตลกร้าย หลากหลายเรื่องราว ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตคนทั่วไป มหาเศรษฐี ยาจก โจร ตำรวจ ผีสาง เทวดา ไปจนถึง มนุษย์ต่างดาว มีเนื้อหา เสียดสี จิกกัดสังคม แสบ ๆ คัน ๆ พอหอมปากหอมคอ มาพร้อมบทสรุปสุดร้ายกาจยากเกินคาดเดา ที่ลองแล้วจะติดใจ
Writer
PungPron
Writer
อยากอ่านเรื่องตลก แบบร้าย ๆ คลิ๊ก!!

Comments

zomili
2 years ago
ไม่ได้อ่าน แต่ขำชื่อเรื่อง กร๊ากกกกกกกกก
Reply
PungPron
2 years ago
ถ้าอ่านอาจจะ ก๊าก หนักกว่านะครับ
zomili
2 years ago
55555 จริงด้วยค่ะ
PORT2001
2 years ago
ชอบตับตั้งใจอ่านจนหุบยิ้มไม่ได้เลย
Reply
PungPron
2 years ago
ขอบคุณค้าบ ลองอ่านเรื่องเก่า ๆ ได้นะ อารมณ์เดียวกัน