มีดที่มองไม่เห็น ใช่ว่ามันไม่มี

คุุุณเคยรู้สึกตายทั้งเป็น ทัั้ั้งๆทีี่ี่ี่ไม่่่เจ็บตัว
ร่างกายไม่่่มีบาดแผล ทุุกอย่างปกติแต่ถ้ามองให้ลึกเข้าไปในเเววตานี้ กำลังสั่นไหว..


หััวใจที่กำลังเต้นแรง รอยบาดแผลมากมายถููกซ่อนเอาไวภายในจิตใจ


คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคำพูดของคุณมันก็คือมีดดีๆนี่เอง มีดที่คอยกรีดหัวใจให้เป็นรอย โดยบางครั้งตัวคุณเองก็ไม่รู้ตัวเลย ว่าคำพูดของคุณกำลังฆ่าคนคนนึงทางอ้อมอยู่
หรือตอนนี้ฉันอาจตายเพราะทนผิดบาดแผลไม่ไหวก็ได้..
โชคดีที่ใจแตกตั้งแต่วัยรุ่น



23 .16 น.
มีเเจ้งเตือนในfacebookว่า..ได้อัพเดตสถานะ
ฉันลังเลอยู่นานที่จะกดเข้าไปดูแจ้งเตือนนั้น

เมื่อกดเข้าไปดูความรู้สึกที่พยายามกดไว้มันก็พลั่งพลูออกมา เป็นคำพูดของพี่สาวฉันเอง เธอเป็นคนตรง  จนฉันคิดว่าบางทีเธอคงไม่อยากมีน้องที่โง่เง่าแบบฉัน

ฉันพยายามทบทวนตัวเองเสมอว่าฉันพลาดตรงไหน ฉันทำผิดอะไร 

มันเศร้านะ บางครั้งฉันอิจฉาพี่น้องคนอื่นทำไมเขาดูสนิทกันจัง ทำไมดูรักกันดี ดูแลกันดี

พอมองดูฉันกับพี่แล้วเหมือนแค่คนรู้จักกันแต่ไม่สนิทกันเสียมากกว่า

หลายครั้งที่ฉันร้องไห้เพราะคำพูดของพี่ ฉันน้อยใจแต่ฉันก็เงียบมาตลอด

มันเจ็บปวด มันเศร้า หน่วงจริงๆ อึดอัด ทั้งๆที่เป็นครอบครัวเดียวกันแท้แต่ทำไมรู้สึกห่างเหินเหลือเกิน


ที่ฉันมาเขียนวันนี้ไม่ใช่จะมาบอกว่าพี่สาวฉันไม่ดีหรือแย่อะไร ฉันแค่อยากมาระบายในสิ่งที่ฉันพูดกับเธอไม่ได้ ฉันหวังว่าสักวันถ้าเธอได้อ่านมันฉันอาจจะหายไปแล้วก็ได้ ...

ตั้งแต่เด็กจนโต พี่ฉันอยู่กับตากับยายมาตลอด จนพ่อกับแม่มีฉัน พ่อกับแม่กลับมาทำไร่อยู่บ้านตอนนั้นพี่กับฉันก็อยู่ด้วยกันมาตลอด พี่บอกว่าตอนเด็กๆ การบ้านไม่เคยมีใครมาสอนเลย เธอทำด้วนตัวเอง งานบ้านก็เช่นกัน เธอทำมาตั้งแต่เด็กๆ 

ส่วนฉัน เพราะอยู่กับพ่อแม่จึงดูเหมือนเด็กทั่วไปที่มีครอบครัวที่อบอุ่น ท่านสอนการบ้านฉันแต่ไม่เคยสอนพี่เลย พี่ทำทุกอย่าง ฉันไม่เคยทำงานบ้านเลยจนอยู่ ป.4ถึงได้จับไม้ถูพื้น ได้ทำทุกอย่างที่พี่เคยทำ 

มันก็ดูไม่มีอะไรแต่ฉันคิดว่าลึกๆแล้วพี่ก็คงน้อยใจอยู่บ้างที่พ่อแม่ดูแลฉันดีเหลือเกิน ฉันลืมบอกฉันกับพี่ต่างกันมาก พี่ทั้งเรียนเก่ง ฉลาด ไหวพริบดี เก่งไปหมด ส่วนฉันตรงข้ามไปเสียหมด 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พ่อกับแม่จะห่วงฉันมากกว่าพี่ เพราะฉันมันโง่ แถมยังเชื่อคนง่าย อ่อนไหวง่าย ควรพูดแรงใครด่าใครดุก็ร้องไห้เสียแล้ว งี่เง่าจริงๆ

จนพี่ขึ้นม.4ก็ท้องจนต้องออกจากโรงเรียน ฉันจึงกลายเป็นความหวังเดียวของครอบครัว หรือจริงๆแล้วอาจไม่มีใครหวังในตัวฉันเลยก็ได้ เพราะพ่อกับแม่ต่างก็คาดหวังในตัวพี่

แต่สำหรับตัวฉัน พ่อกับแม่อาจหวังแค่เรียนให้มีความรู้ประดับตัวก็พอล่ะมั้ง  ฉันพยายามตั้งใจเรียนทำเกรดดีๆ จากได้ที่ท้ายๆก็มาอยู่ที่ต้นๆของห้อง ฉันดีใจมากที่คนโง่อย่างฉันทำให้ทุกคนภูมิใจ

พอฉันขึ้นม.4ทุกอย่างเปลี่ยนไป ฉันเรียนหนักขึ้น ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย การบ้านเยอะ นอนห้าทุ่มเที่ยงคืนทุกวัน แม่ก็เริ่มบ่นว่าฉันไม่ทำงานบ้านบ้างเลย เอาแต่เรียนๆ แม่โทร.ไปฟ้องพี่ พี่เลยตอบกลับมาว่า
ตอนเด็กหนูทำเองทุกอย่างพอจะสอนให้น้องทำแม่ก็หาว่าหนูใช้น้อง หนูบอกแล้วใช่ไหมว่าถ้ามีปัญหาอะไรเกี่ยวกับน้องไม่ต้องมาบ่นให้หนูฟัง 
เหมือนฉันถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก ฉันพยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองไปอยู่ในจุดที่สูงให้ได้ ฉันพยายามเรียนรู้ด้วยเอง ไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร หรือขอให้น้อยที่สุด เหมือนฉันกำลังโดดเดี่ยวเรื่อยๆ ห่างออกมาจากทุกคน จนสุดท้าย ฉันกลายเป็นคนที่ทนงตัวเเละเชื่อมั่นในตัวเอง ฉันพึ่งตัวเองมาตลอด พยายามไม่ยุงกับพี่เพราะสุดท้ายถ้าคุยกับพี่หรือปรึกษาอะไรฉันจะได้คำพูดที่หนามแทงใจฉันกลับมาเสมอ

ฉันจึงตัดสินใจที่เดินไปคนเดียวในเส้นทางที่ฉันเลือกและฉันกำลังลงเหว..

ตลอดชีวิตตั้งแต่เด็กจนโตฉันไม่เคยทำงานเลย ไม่เคยคิดที่จะทำด้วย ตอนเเรกฉันคิดว่าชีวิตมหาลัยคงจะสวยหรูเหมือนคนอื่นๆ ได้ไปอยู่ไกลๆบ้านได้เที่ยวได้อยู่หอ อิสระ 

จนวันที่ฉันรู้สึกว่าทำผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉันไม่ได้เรียนต่อเพราะที่บ้านไม่มีเงินพอที่ส่งฉันขึ้นไปอย่างที่หวัง

ตั้งแต่นั้นมาฉันพยายามที่จะหางาน เก็บเงินมาตลอด แต่ไม่ว่าจะไปทำที่ไหน ก็ทำได้ไม่นาน มากสุดแค่3เดือน ฉันรู้สึกอึดอัดที่ต้องทำอะไรเดิมๆทุกวัน 


พี่บอกว่าฉันไม่อดทน คนฝากให้เขาก็เสียหน้า แต่ช่วยถามฉันบ้าง ว่าฉันอยากทำไหม เอะอะก็ไปทำงานนี้นะฝากไว้ให้เเล้ว พรุ่งนี้ไปที่นี่นะ คนนี้ฝากให้เเล้ว มันก็อึดอัดที่ชีวิตเราแต่เหมือนไม่ใช่ของเรา

หลายๆอย่างทำให้ฉันกลายเป็นคนเก็บตัว ไม่อยากเข้าสังคม พูดน้อย ไม่กล้าที่จะทักทายเพราะอาย ทำให้ฉันกลายเป็นคนที่เข้ากับคนยาก และลำบากมากเวลาทำงาน

จริงอยู่ที่ทั้งชีวิตฉันมีแต่เรียนฉันหวังว่าสักวันจะได้ทำงานที่ตัวเองอยากทำจริงๆ รู้สึกสบายทุกครั้งที่เห็นที่ทำงาน ไม่ใช่รู้สึกหวาดกลัวว่าวันนี้จะเจออะไรอีก จะโดนอะไรอีก มันเหมือนฝันร้ายในชีวิตจริง

พี่ฉันคงลำบากมากกว่าฉันเพราะตั้งแต่ท้องก็ต้องทำงานตั้งแต่เด็ก แต่เพราะพี่เป็นคนเข้ากับคนอื่นง่าย เรียนรู้ แถมฉลาด ไม่เเปลกที่เขาจะอยู่ได้นานและเป็นที่รักของทุกคน

ฉันคงเพ้อเจ้อมากไปแล้ว ..


เพราะพี่เจออะไรมามากกว่าฉัน ไม่แปลกที่เขาจะดูเป็นผู้ใหญ่ แต่เพราะฉันเพิ่งเริ่มที่จะเรียนรู้ หลายอย่างที่ฉันพลาดและฉันได้เรียนรู้มัน 

แต่ถึงเราจะเรียนรู้ต่างกันใช้ชีวิตต่างกัน เจออะไรมาไม่เหมือนกัน แต่..เราก็ไม่อยากให้ตัวเองดูเป็นคนที่น่าสมเพชในสายตาใครๆใช่ไหมล่ะ

เเต่เพราะนั่นมันชีวิตเราไง ถึงจะน่าสมเพชสักแค่ไหนมันก็ชีวิตเรา เมื่อเกิดมาแล้ว ก็ยอมรับ และเรียนรู้ที่อยู่กับชีวิตที่น่าสมเพชนี้ต่อไปจนกว่ามันจะเป็นชีวิตมีความหมายในสักวัน



SHARE
Written in this book
AC118 -
Writer
9h
September
" แม้จะอยู่ท่ามกลางผู้คน เราก็ยังโดดเดี่ยว "

Comments

Tuptip
2 years ago
เข้าใจทั้งคุณแล้วก็พี่สาวคุณนะคะ อย่าคิดว่าชีวิตคุณมันน่าสมเพชเลย คุณดีมากๆ แล้วก็เก่งมากด้วย ขอชื่นชมคุณจากใจจริงนะคะ😊
Reply
novemberp
2 years ago
เป็นกำลังใจขอให้คุณผ่านไปได้นะคะ
Reply
Ohgod
2 years ago
จริงๆ ชีวิตไม่มีอะไรมากเลยนะ ชีวิตแต่ละคนแตกต่างกันแต่ก็สุขทุกข์เป็นเหมือนกัน ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวสุดท้ายชีวิตก็แค่ตายไป ค่อยๆ ใช้ชีวิตของตัวเองไปทำอะไรที่อยากทำ อย่าไปคาดหวังอะไรมาก แต่ถ้าจะคาดหวังก็ต้องไปให้สุดทำให้ได้แบบที่หวังไปเลยแบบทุ่มเทจนกว่าจะพอใจพลลัพธ์
Reply
unlovable
2 years ago
บางครั้งเราก็รู้สึกว่าชีวิตเราน่าสมเพชเหมือนกัน แต่คุณต้องหาอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตนะคะ ยังมีอะไรอีกเยอะที่สวยงามรอคุณอยู่ 
Reply
B3CHOTI
2 years ago
เป็นกำลังใจให้นะคะ เราก็เป็นพี่เคยพูดแบบนี้กับน้องเหมือนกัน ในมุมสำหรับเรา เราก็รักน้องนะ ❤ เเต่เเค่อาจเเสดงความรักในอีกรูปเเบบของคนเป็นพี่ที่เจออะไรๆมาหนักกว่า อยากให้น้องทำได้ อยากให้น้องเก่ง ไปเผชิญกับโลกภายนอกได้ เท่านั้นเอง
สู้ๆนะคะตอนนี้คุณต้องอดทน เเล้วสักวันจะเป็นวันของคุณนะ .
Reply