สะพานไครเมีย จากซาร์นิโคลัส ถึงวลาดิเมียร์ ปูติน
หลายคนน่าจะได้เห็นข่าวการเปิดสะพานรถวิ่งที่ยาวที่สุดในโลกที่เฮียปูติน ประธานาธิบดีแห่งแดนหมีขาวลงทุนไปขับรถบรรทุกเปิดสะพานด้วยตัวเองเลยทีเดียว

ซึ่งเค้าว่ากันว่าสะพานนี้จะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ทางการค้า และการทูตต่างๆ ซึ่งผมก็ไม่ได้มีความรู้ที่จะไปวิเคราะห์หรือวิจารณ์อะไรในประเด็นนี้หรอก

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจในเรื่องนี้คือ สะพานนี้เคยถูกคิดจะสร้างมาแล้วถึง 3 ครั้ง

แรกเริ่มเดิมที พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์โรมานอฟ (ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ นาตาชา โรมานอฟ แต่อย่างใด) ได้มีความคิดให้สร้างสะพานแห่งนี้ขึ้น แต่เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งซะก่อน ทำให้โครงการทั้งหมดถูกพับ เพื่อนำเงินไปใช้ในสงคราม

ในช่วงปลาย สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ก็เกิดโศกนาฏกรรมครั้งประวัติศาสตร์กับราชวงศ์โรมานอฟ โครงการสร้างสะพานไครเมียจึงหายไปพร้อมกับระบอบกษัตริย์ของรัสเซีย

ถ้าใครยังนึกไม่ออกว่าโครงการนี้เกิดขึ้นครั้งแรกมานานแค่ไหน ให้พูดง่ายๆคือตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 แห่งราชวงศ์จักรี นั่นแหละครับ (พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่่ 2 และรัชกาลที่ 5 ทรงเป็นพระสหายกัน)

ต่อมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ยุคสมัยของโจเซฟ สตาลิน และกองทัพนาซี มีการดำเนินการสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้นอีกครั้ง แต่โครงการก็ถูกละทิ้งไป

ท่ามกลางความขัดแย้งที่หลายคนคาดการณ์กันอยู่ว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่สาม หรือไม่ โครงการนี้ถูกปัดฝุ่นขึ้นมาดำเนินการใหม่อีกครั้ง

15 พฤษภาคม 2560 สะพานไครเมีย ความยาว 19 กิโลเมตร เชื่อมต่อระหว่างรัสเซียแผ่นดินใหญ่ กับแหลมไครเมีย เปิดตัวเป็นครั้งแรกในยุคสมัยของวลาดิเมียร์ ปูติน

ผมเข้าใจว่าสะพานแห่งนี้คงมีความหมายไม่ว่าทางใดทางหนึ่งกับรัสเซียพอสมควร เห็นได้จากการที่ผู้นำระดับมหาอำนาจต่างแนวคิดถึง 3 คนใน 3 ยุคสมัย ได้พยายามจะสร้างสะพานแห่งนี้ให้สำเร็จ 


การเฉลิมฉลองเพื่อเปิดสะพานจึงไม่ได้เป็นเพียงการประกาศว่าโครงการที่ยิ่งใหญ่นี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เป็นการประกาศว่าโครงการที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ บัดนี้มันได้สำเร็จแล้ว  

แม้ว่าปูตินจะสานต่อตำนานนี้ได้สำเร็จ แต่ภารกิจต่อไปจากนี้คือการรับผิดชอบต่อผลดี หรือร้ายที่จะตามมา และมองหาโอกาสสำหรับวันข้างหน้าต่อไป
SHARE

Comments