อายุ 32

เหมือนชีวิตเราจะต้องถูกรีเซททุกๆ 4-5 ปีแล้วเหมือนปีนี้มันคือปีที่พาเรามาในจุดที่มันจะต้องถูกรีเซทอีกรอบ

ในช่วงชีวิตหนึ่งความฝันนำพาชีวิตเราให้เปล่งประกาย เปิดโอกาสให้เราได้เจอสิ่งใหม่ๆ เปิดโลกให้รู้จัดสิ่งที่จะพาเราไปยังชีวิตที่ดี ที่เราจะมีความสุขไปกับมันจนมาถึงจุดหนึ่ง จุดที่ความฝันพาชีวิตเรามาอยู่ในจุดที่ความฝันเองแม่งเรียกร้องให้ชดใช้สิ่งที่มันให้เรามา ให้เราได้ทำงานในฝันในแบบที่ต้องชดใช้ความฝันตัวเองเพื่อให้ความฝันของคนอื่นเปล่งประกายต่อไป

เรียนรู้ได้ว่าความฝันมันมาพร้อมโอกาสและทุกอย่างมันมีต้นทุน และต้นทุนในที่นี้คือความฝันของคนอีกมากมายที่พร้อมจะทำให้ความฝันของใครซํกคนหนึ่งเป็นจริง

เราไม่เคยทำงานประจำมาก่อน เรียนจบก็ทำฟรีแลนซ์ ทำสารคดีกับเพื่อนก่อนที่จะหนีไปเรียนต่ออีกปีนึง ก่อนที่จะกลับมาทำฟรีแลนซืของตัวเอง ทั้งกำกับทั้ง ตัดต่อ ทั้งโปรดิ้ว ทั้งเขียนบท ทำกราฟฟิค ความเป็นเป็ด สิ่งที่ทุกคนเรียกว่ามวยวัด ครูลักพักจำ ก็ผ่านมาหมด ได้ลองไปอยู่ในงานหลากหลายสเกล ความชอบที่หลากหลายทำให้เห็นโลกได้มากขึ้น ได้เจอคนหลากหลายวงการ และได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายที่บางครั้งก็สงสัยตัวเองว่าอะไรพาเราไปถึงจุดเหล่านั้นได้ ซึ่งความบังเอิญและอะไรดลใจในสิ่งเหล่านั้นมันก็คงเป็นเบ้าหลอมอันใหญ่มากๆ ที่ทำให้เราได้ขัดเกลาตัวเองมาจนถึงจุดนี้

จุดที่กลับไปทำงานประจำเหมือนเหล่านักศึกษาที่ทำกันหลังเรียนจบ

หลังจากใช้ชีวิตช่วงแรกด้วยการขึ้นรถไฟเหาะตีลังกา ตอนนี้เหมือนมาปั่นจักรยานทางไกล มันเหนื่อย มันล้า มันมองไม่ค่อยเห็นเส้นชัยหรอก แต่เราก็มักจะได้สิ่งต่างๆ ที่เป็นวิวที่อยู่ข้างทางของมันอยู่บ้าง เราเริ่มเรียนรู้จากสิ่งเล็กน้อย เก็บพลังงานจากคนรอบข้างมาเติมแรงไฟให้กับเราได้เดินอย่างแข็งแรง ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าสำหรับเราในช่วงเวลาใด ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตได้แน่นอน

ความเชื่อต่างๆ ที่เราเคยได้ฟังมา การอาบน้ำร้อนมาก่อน การเจอโลกมาก่อน มันคงไม่ใช่โลกใบเดิม เราเรียนรู้จากคนใหม่ๆ จากเด็กรุ่นใหม่ เรียนรู้ในสิ่งที่เราสนใจได้ง่ายขึ้นและก็ลึกขึ้น บางครั้งประสบการณ์ต่างๆ มันอาจจะทำให้คนเราเชียวชาญในด้านที่แตกต่างกัน ยอมรับตัวเองว่าเราไม่รู้อะไรเลย และเปิดใจให้กับสิ่งเหล่านั้นมากขึ้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้เรียนรู้มาเหมือนกัน

ชีวิตที่เริ่มเต็มไปด้วยการพบ พา ลา จาก ซึ่งมันก็มีทั้งดีและไม่ดีแหละ แต่เหมือนว่ามันคงอยู่ในช่วงวัยที่จะต้องผ่านเรื่องเหล่านี้และเข้าใจมันมากขึ้นจริงๆ ไม่ว่าความสัมพันธ์นั้นจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นแล้วล้วนดีเสมอ ถ้าจะมองแบบโลกไม่สวย ทุกความสัมพันธ์ก็มีเรื่องเหี้ยๆ แหละแต่เราก็จะจำเอาไว้และไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก เก็บความอบอุ่นและความรักจากสิ่งที่ดีและเรียนรู้จากเรื่องเหี้ย น่าจะประมาณนี้

รวมๆ แล้วเหมือนอายุ 32 มันคือการเริ่มต้นของการสร้างเวิร์คไลฟ์บาลานซ์ในเฟสใหม่ของการใช้ชีวิต มันไม่ได้มีคู่มือในการทำให้มันออกมาเวิร์คหรือไม่เวิร์คหรอก สุดท้ายมันขึ้นอยู่กับท่าของแต่ละคนว่าจะเลือกท่าไหนในการใช้ชีวิตในเฟสต่อไปของตัวเอง

สรุป
มึงแก่แล้ว
SHARE
Writer
patzh
Regista
Chamchuri Supporters / Bangkok

Comments