Heathy Food can change your life
สวัสดีค่ะ


เป็นการเขียน blog ครั้งแรกในชีวิต ซึ่งได้รับคำแนะนำจากเพื่อนสนิท ว่า "แก! ลองเขียนมั้ย เรื่องราวของแก ชั้นดูแล้วมีความสุขทุกครั้งที่เห็นแก ทำอาหาร" เลยไม่ลังเลในการเขียนเลย ซึ่งปกติเป็นคนชอบเขียนไดอารีเป็นชีวิตจิตใจ


เริ่มจากตอนเป็นวัยแรกรุ่น (สัก 14 ปี) หลายปีมาแล้วนะคะ ตอนนี้อายุ ก้อเข้าเลข 3 แล้วค่ะ คือ เป็นคนที่มีสิว อ้วนมาก หน้ามัน กลิ่นตัวเหม็น ประจำเดือนมาไม่ปกติ เข้าโรงพยาบาลทุกเดือน (admit) จนสนิทกับคุณหมอที่โรงพยาบาล เนื่องจากปวดท้องประจำเดือนมาก จนอ๊วก ท้องเสีย ทุกเดือน ป่วยเป็นไข้ ไม่สบายเนื่องจาก เป็นภูมิแพ้ทุกเดือน ตอนนั้นไม่คิดอะไรค่ะ ไม่คิดที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตการกินของตัวเองเลยยยยยยยย.....โดยแก้อาการเหล่านั้นด้วย "การกินยาของแพทย์แผนปัจจุบันและแผนโบราณ"


อาหารที่ชอบกินเป็นประจำทุกวันหลังเลิกเรียน คือ

1.ข้าวมันไก่ ร้านประจำหน้าโรงเรียน จะกินแบบสั่งพิเศษ 2 จาน

2.ไส้กรอกไก่ 7-11 จำนวน 1 ชิ้น

3.บิ๊กกัฟ แก้วกลาง

4.ลูกชิ้นทอด

5.กล้วยทอด


อาหารที่กินประจำวันเสาร์ทุกเสาร์ คือ

1.พิซซ่าฮาวายเอี๊ยนถาดกลาง 1 ถาด

2.ทับทิมกรอบ ราดกะทิ 2 ถ้วย

3.ส้มตำร้านประจำ "ส้มตำยกครก" สั่งตำข้าวโพดหวานๆ 1 ตำแตงปูปลาร้า 1

4.หมูกระทะตอนเย็น


อาหารวันอาทิตย์ทุกอาทิตย์ คือ

1.ข้าวต้มทรงเครื่อง 1 ถ้วย

2.ไข่เจียวหมูสับพิเศษราดข้าว 1 จาน

3.หมูจุ่มบุฟเฟ่ต์

4.เค๊กมะพร้าว 1 ปอนด์ และ ไอติม 5 ก้อน


ซึ่งใช้ชีวิตปกติ เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ใช้ร่างกายจนคุ้มมาเรื่อยๆ จนถึงเข้ามหาวิทยาลัย น้ำหนักเริ่มมากขึ้น หงุดหงิดง่ายมากๆ ขี้โมโห และเข้าโรงพยาบาลจนรับมอร์ฟีนในการรักษาเรื่อง "ปวดประจำเดือน"

ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ วันนั้นกำลังสอบแคลคูลัสอยู่ อยากอ๊วกค่ะ หน้าซีด จะเป็นลม แล้ว เป็นลม ล้มลงกับพื้นเลยค่ะ.......เข้าโรงพยาบาล และเลื่อนการสอบออกไป...........

หลังจากเลื่อนการสอบแคลคูลัสออกไปนั้น......ทำให้ต้องกลับมาอ่านหนังสืออีกรอบหนึ่ง เพื่อกลับไปสอบ แต่พอหลังจากนั้น ก็เข้า รพ. ทุกเดือน เหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลง



จนวันหนึ่ง.......พบคุณหมอ ซึ่งเป็น ศาสตารจารย์ ดร. นพ. คือ ตำแหน่งว่าเยอะแล้ว หน้าตายังหล่ออีก แต่อายุคุณหมอค่อนข้างเยอะเหมือนกันค่ะ น่าจะ ใกล้ๆ 60 ปี ล่ะ พอเจอคุณหมอ คำแรกที่เจอก็


เรา "สวัสดีค่ะคุณหมอ หนูอยากปรึกษาเรื่องตัดมดลูกค่ะ"

คุณหมอ "ทำไมล่ะ โรคที่หนูเป็นคนส่วนน้อยที่เป็นนะ คือ ฮอร์โมนเเปรปรวน ซึ่งสามารถรักษาได้"

เรา "แต่หนูไม่อยากปวดท้อง ท้องเสีย อ๊วก ก่อนเป็นประจำเดือนแบบนี้ทุกเดือนค่ะ"

คุณหมอ "วิธีรักษา คือ ฝังเข็มปรับสมดุล เปลี่ยนวิถีชีวิตการกินและนอนใหม่"

เรา "ตกลงว่าหนูไม่ต้องตัดมดลูกแล้วใช่มั้ยคะ คุณหมอแน่ใจนะคะว่า วิธีที่ว่ามาสามารถหายขาดได้"

คุณหมอ "ได้สิ"


จากนั้นก็เริ่มโปแกรม 1 เดือน

1. ฝังเข็มปกติธรรมดา 1 เดือน

เนื่องจากไม่เสียค่าใช้จ่ายเนื่องจากใช้ สิทธินักศึกษา ฝังทุกๆ 2 อาทิตย์ โดยใช้เข็มเล็กมากๆ ขนาดความยาวประมาณ 6 ซม. แต่เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดพอๆกับเข็มเย็บผ้าเลย ฝังเข้าไปครึ่งหนึ่งของเข็ม ตรงบริเวณ กลางหัว1, หัวเข่า2, ตรงบริเวณนิ้วโป้งและนิ้วชี้ของมือทั้งสองข้าง และตรงข้อพับข้อศอก2ข้าง เป็นเวลา 1 ชม. คือตอนที่ทำ ไม่เจ็บนะคะ รู้สึกตัวเบาและง่วงนอนมากๆเลย หมอบอกว่า "ง่วงก็นอนไปเลยครับ" ตื่นอีกทีหลังจากฝังเข็มเสร็จ กลับบ้าน


2. เปลี่ยนอาหาร 1 เดือน

จากชอบเนื้อสัตว์มากๆ เป็น กินสลัด ซึ่งไม่ชอบเลย พยายามกินแบบกล้ำกลืนฝืนทนค่ะ


3.เปลี่ยนเวลานอน 1 เดือน


จากนอนเช้ามืด เป็นเข้านอน ตอนสี่ทุ่มของทุกวัน และตื่นเช้ามากๆ หกโมงเช้า ก็ตื่นแล้ว ซึ่งตอนแรกๆก็นอนไม่หลับ เพราะไม่เคยนอนเร็วหรือนอนหัวค่ำเลย


สังเกตอาการ ในรอบประจำเดือนเดือนถัดต่อมา พบว่า "ไม่ปวดท้องมาก แต่มีหน่วงๆ นิดๆ ไม่อ๊วกด้วย


เฮ้ย!!!! มันดีอ่ะ เลยเริ่มหาข้อมูล ตั้งแต่การรักษาในเรื่องของปัญหาที่ตัวเองพบ ดังนี้


1.ปวดท้องประจำเดือนขั้นรุนแรง

2.สิวเรื้อรัง

3.กลิ่นตัวเหม็น ขนาดใช้โรลออน น้ำหอมยังเอาไม่อยู่

4.เป็นริดสีดวงทวาร


จากนั้น หาข้อมูลไปเรื่อยๆ จริงได้ข้อสรุปคือ "you are what you eat"


โดยโปรแกรมที่ทำ 3 เดือน ถัดมา คือ หักดิบทุกอย่างในชีวิต ลาก่อน อาหารอันโอชะของเรา.......

1.ตัดของทอด

2.ตัดการกินบุฟเฟต์

3.ตัดน้ำตาล

4.เต้นแอร์โรบิกทุกวัน


สังเกตอาการ พบว่า

1.การปวดท้องประจำเดือนหายปลิ้ดทิ้ง และประจำเดือนมาไม่ปรกติ ขาดๆหายๆ มาเดือน เว้น เดือน

2.สิวหาย จากสิวอักเสบเรื้อรัง หาย เหลือแต่รอยแดงและรอยดำ

3.น้ำหนักลดลง 3 กิโลกรัม

4.กลิ่นตัวหายไป ถ้าไม่ใช้โรลออน หรือน้ำหอม กลิ่นเต่าก็ไม่มี (อันนี้ปลื้มมากๆ เพราะเมื่อก่อน จะแบบ เสื้อซักแล้ว กลิ่นเต่ายังติดอยู่เลยอ่ะ พูดละอยากอ๊วก)

5.โหย และหิวตลอดเวลา เหมือนกินไม่อิ่ม เป็นวิตกกังวลว่า กินแล้วจะทำให้สิวขึ้นมั้ย ปวดท้องเหมือนเดิมหรือเปล่า

สรุป คือ วิธีนี้ ไม่เวิร์ค ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต คือ อดๆอยากๆ


หาข้อมูลด้านสุขภาพต่อไป......เรื่อยๆ


หลังจากนั้น "การล้างพิษตับ" กำลังฮิตแรงมากในเรื่องของคนรักสุขภาพ

พอศึกษาแล้ว ลงมือทำเลยค่ะ แต่ทำเองคอร์สระยะสั้นนะคะ 2 วัน แต่ต้องเตรียมร่างกายก่อนนะคะ หาข้อมูลได้ตาม internet ทั่วไปนะคะ ศึกษาข้อมูลมาสักระยะ

1.อดข้าว 1 วัน สวนทวารด้วยกาแฟ

2.กินดีเกลือและน้ำผลไม้คั้นสดเอง

3.สวนทวารด้วยกาแฟ หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปค่ะ

4.กินดีเกลือและน้ำผลไม้

5.กินน้ำมันมะกอกสกัดเย็น ผสมน้ำส้ม อย่างละ 200 ml ตอนสี่ทุ่ม

6.สวนทวารตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง พบว่า มีแต่ของที่เคลมว่าเป็น ไขมัน และนิ่วในถุงน้ำดี

7.กินอาหารอ่อนๆ และย่อยง่ายๆ


สังเกตอาการ พบว่า

1.หน้าไม่มีสิวเลยยยยยยยยยยย

2.ผอมลงมากกกกกก

3.ประจำเดือนมาแล้วไม่ปวดท้องเเล้ว แต่ยังมาแบบไม่ปกติ ขาดๆหายๆ

4.ริดสีดวงที่เป็นอยู่ ไม่อักเสบแล้ว ไม่เจ็บไม่ทรมาณ

5.ภูมิแพ้ที่เคยเป็นไม่เป็นอีก จนเจอคุณหมอและคุณพยาบาล แซว "อ้าว ไม่เจอกันนานเลยนะ สบายดีละเนาะ"


สรุปคือ ดี! แต่ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะด้วยความเป็นคนมีเพื่อนเยอะ เพื่อนชวนกิน เราไม่สามารถกินได้ มันอึดอัด มันไม่โอเค มันไม่สามารถเข้าสังคมได้ มันเยอะ มันเรื่องมาก จนจากมีเพื่อนเยอะๆ เป็นไม่ค่อยมีเพื่อน ชวนไปไหน เพราะเรากินไม่ได้เหมือนคนอื่น เนื่องจากเราไม่เหมือนคนอื่น !!!!


ร้องห้ายยยยย และยังพยายามหาข้อมูลเพื่อหาจุดสมดุลของชีวิตอยู่ทุกๆวัน


ไว้มาเล่าต่อนะคะ

SHARE
Writer
healthybysk
Freelance
Healthy Food can change your life# อาหารเพื่อสุขภาพสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ เพื่อให้มีชีวิตที่ใช้ในการท่องเที่ยว เรียนรู้ เพราะทุกอย่างรอบตัวคือการเรียนรู้

Comments