เสียงที่ส่งไปไม่ถึงคนบนฟ้า
'เข้าใจหรือยัง กว่าจะเห็นความสำคัญของใครบางคน ก็ในวันที่....'
เคยได้ยินไหมครับ ว่าบ้านที่มีฐานะดี มักจะมีลูกที่ทำให้ต้องเสียเงินมาก เช่น เจ็บป่วยบ่อย ครับ ครอบครัวเรามีฐานะแต่ก็เสียเงินไปกับค่ารักษาพยาบาลไม่น้อย โดยเฉพาะพี่ชายคนโตของผม 

ผมเป็นลูกคนที่สอง มีพี่ชายหนึ่งและน้องสาวอีกหนึ่ง และเป็นน้องที่นิสัยค่อนข้างเอาแต่ใจมากทีเดียว

วันหนึ่งน้องสาวผมซึ่งเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมต้น เธอได้รับรางวัลแข่งตอบปัญหาวิทยาศาสตร์จากการจัดแข่งขันระดับจังหวัดซึ่งทุกคนในบ้านต่างก็ยินดีให้กับรางวัลนี้ของน้องสาว และตั้งใจจะไปร่วมแสดงความยินดีกับน้อง แต่พี่ชายผมก็ป่วยกะทันหันซะก่อน พ่อกับแม่ต้องพาพี่ไปโรงพยาบาล ขณะที่น้องสาวของผมกำลังจ้องมองกับรางวัลที่ได้มาด้วยความเพลียและหลับไปในรถ

ขณะที่กลับบ้านมา น้องสาวผมรีบวิ่งขึ้นบันไดพร้อมกับโล่รางวัลในมือไปอวดทุกคน เพราะความตื่นเต้นทำให้เธอหกล้มสะดุดขั้นบันได

'ระวังหน่อยไม่ต้องรีบก็ได้'​ พี่พูดพร้อมพยุงน้องไปนั่งบนโซฟา
'เดี๋ยวทำของโปรดให้กิน นั่งรอก่อนนะ'

'นุ่น ไปช่วยพ่อยกของลงมาหน่อย'​ แม่พูดกับน้อง
'หนูเจ็บขาอยู่นะแม่'​
'แค่สะดุดล้มไกลหัวใจ ไป ไปช่วยพ่อ'


ขณะนั้นเองผมเห็นหน้ามุ่ยๆของน้องสาวที่แสดงออกถึงอาการน้อยใจว่าทำไมแม่ไม่เห็นใจน้องบ้างทั้งๆที่น้องเจ็บขาอยู่

เมื่อพี่ผมทำอาหารเสร็จทุกคนก็มานั่งพร้อมกันพอดี

'​นุ่น กินอาหารเสริมยัง' พ่อถาม
'เดี๋ยวกินก่อนนอนค่ะ'

ด้วยความที่บ้านเรา ทั้งน้องสาวและพี่ชายผมสุขภาพไม่ค่อยดี ตอนเด็กๆทั้งสองคนเข้าโรงพยาบาลกันบ่อย ตอนเด็ก ทั้งสองพี่น้องเข้าโรงพยาบาลกันนานพอสมควร แม้น้องจะจำไม่ได้ว่าเข้าเพราะอะไรบ้าง พ่อบอกกับน้องว่าน้องเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่หลังจากนั้นมาน้องก็ไม่เจ็บป่วยบ่อยเหมือนก่อน แค่ผมร่วงง่าย อ่อนเพลียง่าย ป่วยออดๆแอดๆเพราะไข้ธรรมดา แม่เลยให้กินอาหารเสริมประจำ ส่วนพี่น็อตมีอาการป่วยที่รุนแรงกว่า จึงเข้าโรงพยาบาลบ่อยแทบทุกเดือน

'เดือนหน้าไปเที่ยวเชียงรายกันนะ พ่อจองโรงแรมไว้ละ ช่วงวันเกิดนุ่นพอดี'​

'จริงหรอพ่อ'​ น้องผมดีใจมากเพราะครอบครัวเราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันมานานแล้ว

ในมาวันหนึ่งน้องผมมีอาการนั่งซึมอยู่หลังบ้าน จนกระทั่งพี่น็อตเดินเข้าไปคุยกับน้อง

'นุ่น นั่งให้ยุงกัดหรอ'
'​นุ่นไม่ดีตรงไหน'
'​พูดอย่างกับอกหัก'


หลังจากที่สองพี่น้องคุยกันได้ซักพัก ความเสียใจที่พยายามกลั้นเอาไว้ของน้องก็เริ่มค่อยๆไหลออกมา

'เป็นไรนุ่น'​ พี่ชายถามด้วยเสียงตกใจ
'โดนบอกเลิก มันบอกนุ่นไม่ดีงั้น นุ่นไม่ดีงี้ เลิกกันเลยเหอะ'​ ว่าจบน้องก็ร้องไห้ออกมา

'​อย่าเสียใจให้กับคนที่ไม่เห็นความสำคัญของเราเลย นุ่นยังมีพี่ พี่ยุทธ พ่อแม่ที่อยู่ข้างเสมอ ไม่ร้องนะ'​

ภาพตรงหน้าผมคือพี่ชายที่โอบกอดน้องด้วยความอบอุ่นและค่อยๆเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นมาจากใจน้อง

หลังจากนั้นพ่อกับแม่ก็พูดคุยกับนุ่นมากเป็นพิเศษ เพราะพี่น็อตไปบอกพ่อกับแม่นั่นเอง นุ่นก็ไม่รู้หรอก
หลายสัปดาห์ผ่านไป 
น้องก็เริ่มจะทำใจได้แล้ว ร่าเริงขึ้น และก็ใกล้ถึงวันที่จะได้ไปเที่ยวเชียงราย เธอตื่นเต้นกับการเตรียมของสำหรับทริปเที่ยวเชียงราย น้องผมชอบถ่ายภาพ วาดภาพ เพราะเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราว อารมณ์ต่างๆออกมาได้แม้จะเป็นแค่ภาพนิ่งบนแผ่นกระดาษก็ตาม น้องเคยบอกไว้แบบนั้น

'หนักไหม มาพี่ช่วยถือ'​ พี่น็อตถามน้องทั้งๆที่มือพี่ก็เต็มไปด้วยกระเป๋าหลายใบ

'ไหว พี่แหละไหวเปล่า'

'ไหว งั้นนุ่นเอาใบนี้ไป ใบนี้เบา เอาใบที่นุ่นถือหนักๆมาให้พี่ สลับกัน'
'นุ่นถือได้'
'หน่า กระเป๋ากล้องมันหนัก'
 พี่ตื๊อ'เค' นุ่นยื่นกระเป๋าให้พี่ชาย

'พี่ ผมช่วยถือครับ' ผมเข้าไปรับกระเป๋ามาจากพี่

พวกเราวางแผนไปเที่ยวกันทั้งหมดห้าวัน ซึ่งมะรืนเป็นวันเกิดนุ่น และหลังจากนั้นเราจะตระเวนเที่ยวกันตามแผนที่วางไว้

ขณะที่พ่อไปหาเพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงแรมเพราะเขาให้พวกเรายืมรถเพื่อจะได้สะดวกต่อการเดินทางไปไหนมาไหน เราทุกคนขึ้นไปที่ห้องพักเพื่อเก็บของ แต่ก่อนที่เราจะลงไปรอพ่อข้างล่างอยู่ๆพี่น็อตก็ไข้ขึ้น

'ขออย่าให้ต้องงดเที่ยวเพราะแค่นี้เลย นี่อยากเที่ยวใจแทบขาด' น้องบ่นพึมพัมออกมาขณะที่ลงไปหาพ่อ สีหน้าเริ่มเปลี่ยนจากที่กำลังตื่นเต้น

'พ่อ พี่ไข้ขึ้น' ขณะที่น้องบอกพ่อ แม่ก็เดินลงมาพร้อมอุปกรณ์ทุกอย่างที่ใช้เก็บภาพ 
'นี่จะไปไหนต่อพ่อ แล้วพี่อ่ะแม่' น้องถามแม่ คงเพราะตกใจที่ปกติแล้วถ้าพี่น็อตป่วยแม่จะคอยดูแลพี่
'พี่บอกจะนอนพักข้างบน ให้เราไปเที่ยวกันเลย ขากลับก็แวะซื้อข้าวให้พี่เค้าก็แล้วกัน'

น้องทำท่าทางดีใจมากที่แผนไม่ต้องล่ม แต่ผมตัดสินใจที่จะอยู่ดูแลพี่ที่ห้องพักแทนและหลังจากที่พี่น็อตรู้สึกตัวและอาการดีขึ้น ทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวพี่น็อตกลับกรุงเทพโดยที่แม่และผมล่วงหน้าไปพร้อมกับพี่น็อต ส่วนพ่อกับน้องก็ต้องรีบเก็บของและรีบนั่งเครื่องกลับกรุงเทพทันที ซึ่งก็เป็นเหตุให้แผนเที่ยวและงานฉลองวันเกิดของน้องต้องล่มลง

หนึ่งปีผ่านไป หลังจากเหตุการณ์ที่พี่น็อตล้มป่วยที่เชียงราย หลังจากวันนั้นเป็นเวลาปีกว่าๆที่พี่น็อตเข้าออกโรงพยาบาลแทบทุกสัปดหา์ ช่วงนั้นอาการของพี่น็อตแย่ลงทำให้พี่น็อตต้องแอดมิดที่โรงพยาบาล แน่นอนพ่อกับแม่จะต้องดูแลพี่อย่างใกล้ชิด ส่วนน้องนุ่นก็ไปเยี่ยมพี่บ้างแต่ไม่บ่อยเนื่องจากกำลังเตรียมสอบแอดมิดชั่น เตรียมตัวสอบ และอีกไม่กี่วันเป็นวันที่พ่อแม่จะต้องไปที่โรงเรียนเพราะน้องได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเรียนดีเด่นซึ่งน้องจะได้ขึ้นไปพูดบนเวที น้องใช้เวลาเตรียมบทพูดและซ้อมเกือบสัปดาห์ได้โดยเป็นธรรมเนียมของโรงเรียนน้องที่จะต้องให้ผู้ปกครองพูดคู่กับนักเรียน แต่ท้ายที่สุดแล้วพ่อกับแม่ก็ไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไวว่าจะไป พ่อแม่ให้เหตุผลว่าพี่น็อตอาการแย่ลง ต้องรีบไปหาพี่น็อตที่โรงพยาบาล และนี่เองคงจะเป็นเหตุที่ทำให้น้องเริ่มรู้สึกน้อยใจยิ่งขึ้น

ผมแอบได้ยินน้องพูดโทรศัพท์กับเพื่อนว่า ทำไมแค่วันเดียวแค่เจียดเวลาไม่กี่ชั่วโมงมาโรงเรียนไม่ได้ พ่อแม่ก็ไปหาพี่ทุกวี่ทุกวัน ทำไมถึงเลือกมางานของเราไม่ได้


'นุ่น พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนมาหาพี่น็อตหน่อยนะ พี่เค้าอยากเจอ' แม่เดินเข้ามาพูดกับน้อง
'พรุ่งนี้หนูจะไปส่งเพื่อนที่สนามบิน ไม่ว่าง' น้องพูดด้วยสายตาดื้อดึง สีหน้าไม่พอใจชัดเจน

สุดท้ายน้องก็ต้องยกเลิกนัดกับเพื่อนที่ตกลงว่าจะไปส่งเพื่อนไปเรียนต่อต่างประเทศและไปโรงบาลแทน ซึ่งน้องก็ไม่พอใจมากๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ก็ต้องยกเลิกนัดเพราะยังไงแม่ก็ให้ความสำคัญกับพี่มากกว่าอยู่แล้ว

ขณะที่ผมพาน้องไปเยี่ยมพี่น็อต ผมเห็นสีหน้าของน้องที่ไม่ต้องบรรยายก็รับรู้ได้ 
น้องพูดโทรศัพท์ ระบายกับคนอื่นมาตลอดว่าไม่มีใครสนใจความรู้สึกของลูกอีกคนที่อยู่ตรงนั้น ทั้งพ่อและแม่ดูแลพี่อย่างดี ดูแลเอาใจใส่พี่น็อตอย่างดี น้องออกไปยืนที่ระเบียงคนเดียวด้วยท่าทีอึดอัด

'นุ่น พ่อกับแม่คุยกับหมอก่อนนะ ถ้าพี่เค้าจะเอาอะไรก็ฝากหยิบให้พี่เค้าหน่อย ยุทธ แม่ฝากดูแลพี่น็อตด้วยนะ'
'ครับผม'

'นุ่น เป็นไงบ้างไม่ค่อยเจอเลย วันนี้เลิกเร็วหรอมาหาพี่อ่ะ'
คำถามของพี่น็อตสร้างความหงุดหงิดให้แก่น้องสาวคนเล็กทันที แต่น้องก็ไม่พูดอะไรตอบ
'เออจะวันเกิดพี่แล้ว อยากให้นุ่นวาดรูปให้พี่หน่อย พี่จะเป็นนายแบบให้ เอาสวยๆเลยนะ เอาวันไหนดีน้าา...'

'ทำไม'
'ทำไมเวลาพี่ขออะไรใครๆก็ต้องทำให้พี่อะ พี่อยากได้อะไรก็ต้องได้หรอ พี่อยากเจอนุ่นนุ่นก็ต้องมาหาพี่ทั้งๆที่ตอนนี้นุ่นควรได้ไปส่งเพื่อนที่สนามบินที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก แต่พี่ที่พรุ่งนี้นุ่นก็มาเจอได้กลับต้องมาเจอวันนี้ เพราะแค่แม่บอกว่าพี่อยากเจอ แล้วทำไมเวลาที่นุ่นขอบ้างทำไมนุ่นไมได้บ้าง ทำไมไม่มีใครถามความรู้สึกของนุ่นบ้างว่านุ่นรู้สึกยังไง วันที่ทุกคนควรไปแสดงความยินดีกับนุ่น วันเกิดที่นุ่นตั้งใจวางแผนก็กลายเป็นทุกคนไปหาพี่ นุ่นตั้งใจเรียนเพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจ วันที่ทุกคนยินดีกับรางวัลบุคคลดีเด่นที่นุ่นตั้งใจทำพ่อแม่ควรมางานนุ่น พ่อแม่ก็มาหาพี่แทน เพราะนุ่นเป็นแค่คนดีเด่นของคนอื่นแต่ไม่ใช่คนดีเด่นของพ่อแม่หรอ คนที่นุ่นอยากให้อยู่กับนุ่นวันที่นุ่นต้องการกลับไม่อยู่ แต่กลับเป็นพี่ที่ไม่ต้องทำอะไรไม่ต้องพยายามอะไรก็ได้ทุกอย่าง เวลาพี่ป่วยพ่อแม่ก็มาดูแลอยางดี ทำไมอะ ทำไมคนที่นอนตรงนั้น คนที่พ่อแม่รักและคอยดูแลไม่ใช่นุ่นที่ยืนอยู่ตรงนี้'

'นุ่น...'
'ทำไมนุ่นต้องเกิดมาเป็นน้องพี่ ทำไมนุ่นไม่เกิดมาเป็นลูกคนเดียว ลูกที่ได้รับความรักจากพ่อแม่อย่างเต็มเปี่ยมไม่ต้องมาแบ่งความรักกับพี่ๆแบบนี้'
'มากไปละนะ-' ผมเกิดไม่พอใจและพูดขึ้นมาแต่ก็ถูกพี่น็อตห้ามไว้ก่อน

'ยุทธ'

ด้วยคำเรียกชื่อเพียงคำเดียวทำให้ผมต้องยอมเงียบไป

น้องปิดประตูห้องเสียงดังออกไปโดยที่ไม่ฟังคำใดๆจากพี่ชายของเค้าแม้แต่น้อย 

วันนั้นมาคงเป็นวันที่ความสัมพันธ์พี่น้องของเรามันแตกหัก คงจะไม่ใช่สำหรับ พี่น็อตที่มีให้ผมและนุ่น แต่เป็นความรู้สึกผิดหวังของผมมากกว่า ผิดหวังที่น้องเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาพี่ทั้งสองคนไม่ได้ให้ความรักน้องเลยหรอ?

เวลาผ่านไปอีกหนึ่งเดือนที่น้องได้พูดความรู้สึกในใจตัวเองออกไปที่ห้องพักคนป่วยในวันนั้น พ่อกับแม่และผมก็ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยขึ้น เพราะอาการของพี่ทรุดหนักขึ้น และสุดท้ายพ่อกับแม่ตัดสินใจพาพี่น็อตกลับมารักษาตัวที่บ้าน

'คิดถึงบ้านจังเลย นุ่นช่วงนี้อ่านหนังสือถึงไหนแล้ว สงสัยตรงไหนถามพี่นะพี่ช่วยได้เสมอ' เสียงของพี่น็อตที่เบาบางผ่านน้ำเสียงจืดชืดเหมือนคนไร้เรี่ยวแรงทั้งกายและใจ
'อืม' 

ผมมองน้องด้วยสายตาที่รู้สึกแย่จนพูดอะไรไม่ออก แม้เราจะเป็นพี่น้องกันแต่นิสัยพวกเราต่างกันลิบลับ พี่น็อตเป็นคนใจดีร่าเริงยิ้มแย้มแจ่มใส มองโลกในแง่ดี ส่วนผมเป็นคนที่โลกส่วนตัวสูง รักความสงบ และเรื่องที่ผมไม่ชอบที่สุดเลยคือการทะเลาะเบาะแว้ง 

สามเดือนผ่านไป น้องให้เวลาทำกิจกรรมกับครอบครัวน้อยลง และเมื่อมาถึงวันนึงที่เป็นวันประกาศผลคัดเลือกเข้าเรียนระดับอุดมศึกษา ซึ่งน้องก็สอบติดคณะที่ตั้งใจไว้ ทุกคนในบ้านก็ร่วมยินดีกับน้อง

'ดีใจด้วยนุ่น แม่ภูมิใจในตัวลูกจริงๆ'
'เยี่ยมมากลูกพ่อ'
'น้องพี่เก่งสุดๆเลย' 
แม้พี่น็อตจะนอนติดเตียงเพราะอาการป่วยแต่พี่ก็ร่วมแสดงความยินดีกับฤน้อง

มีเพียงผมเท่านั้นที่ยืนห่างออกมาจากจุดนั้นและได้แต่มองน้องสาวที่เย็นชาใส่พี่ชายของเค้า ยังไงผมก็ยังคงรับไม่ได้ในการกระทำของน้องอยู่ดี แม้จะเป็นอารมณ์ของวัยรุ่นที่ใฝ่หาความรักก็ตาม

หลายสัปดาห์ผ่านไปอาการของพี่น็อตแย่ลง ขณะที่ผมกำลังนั่งทำงานอยู่ที่บ้านก็พบกับสิ่งที่น่าประหลาดใจคือหน้าตาของพี่ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่เหมือนวันอื่นๆ อาการของพี่ดูดีขึ้นอย่างน่าแปลกใจ พี่สามารถลุกขึ้นมานั่งคุยกับทุกคนได้แม้จะไม่ปกติเลยนัก แต่ทุกคนในบ้านดีใจกันมาก มันเป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ผมก็ตั้งใจรอคอยว่าพี่น็อตจะหาย วันที่พี่จะกลับมาเป็นปกติ และในคืนนั้นภายใต้ใบหน้าที่สดใสแต่ก็ยังคงแฝงความเจ็บปวดของพี่เอาไว้ คงจะเป็น...เรื่องของน้อง หนึ่งเดียวเท่านั้น

'ผมรักแม่มากนะ ขอบคุณแม่ที่ดูแลผมมาตลอด พ่อด้วย ผมดีใจที่เกิดมาเป็นลูกพ่อกับแม่ และขอโทษถ้าไม่ได้อยู่ตอบแทนพ่อกับแม่'
'ทำไมพูดแบบนี้ อย่าพูดอย่างงี้ แม่ใจไม่ดี'
'พ่อมั่นใจว่าลูกจะดีขึ้น'
พี่น็อตยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกจากใจ เต็มไปด้วยความดีใจและมองมาทางผม

'ยุทธ นิสัยเย็นชาแบบนั้นเมื่อไหร่จะหาแฟนได้เนี่ย' พี่พูดพร้อมกับยิ้มให้ผม
'พูดงี้พี่รอเจอแฟนผมได้เลย'

'นุ่น คืนนี้อยู่กับพี่ตรงนี้ได้ไหม'
'.........'
'พี่นอนคนเดียวมาตลอด ก็นอนได้หนิ แล้วทำไมนุ่นต้องมานอนกับพี่อะ' น้องตอบ
'พี่เค้าขอแค่นี้ก็ทำให้พี่เค้าหน่อยสิ!' แม่ตะหวาดใส่น้อง
'แม่ก็เอาแต่ตามใจพี่อะ ไม่เห็นตามใจหนูบ้างอะ วันที่แม่ขอให้ไปเยี่ยมพี่หนูก็ไปละ แล้ววันนี้จะบังคับอะไรหนูอีกละ' น้องพูดสวนกลับแม่ เพราะไม่พอใจที่แม่ชอบเอาใจพี่น็อต และคิดว่าแม่ไม่เอาใจน้องบ้าง
'นุ่น!!!' แม่ตะหวาดกลับ
'แม่ ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องบังคับนุ่นหรอก แม่ไปอาบน้ำเถอะครับ' พี่น็อตพูดด้วยเสียงที่อ่อนแรง

หลังจากที่แม่ขึ้นไปอาบน้ำแล้ว เราก็อยู่กันแค่สามพี่น้องตรงนั้น
'พี่ขอแค่สิบนาที อยู่กับพี่ก่อนนะ' พี่หันไปมองนุ่น ระหว่างสิบนาทีนั้นเป็นช่วงเวลาที่พี่พูดถึงเรื่องในวัยเด็กของเราทั้งสามคนเพราะพี่อายุเยอะกว่าน้องหลายปี พี่เล่าเรื่องราวตอนเด็กของน้องให้ฟังแต่นุ่นก็ไม่ได้ตั้งใจฟังสักนิด นุ่นนั่งจ้องนาฬิกาให้ครบสิบนาที และในเสี้ยววินาทีสุดท้าย

'พี่ขอบคุณมากนะนุ่น สำหรับทุกอย่าง พี่รัก'
'สิบนาทีละ นุ่นไปนอนละ' น้องพูดขัดทั้งๆที่พี่น็อตยังพูดไม่จบ พร้อมกับลุกขึ้นและเดินขึ้นบ้านไป

และในเช้าวันรุ่งขึ้น
เสียงร้องไห้ของแม่ที่ทำให้ผมสะดุ้งตื่นทำให้ผมรีบวิ่งลงมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
ใครจะรู้ว่าสิบนาทีที่พี่น็อตขอน้องไว้นั้นเป็นสิบนาทีสุดท้ายของเขา ภาพที่ผมเห็นตรงหน้าตอนนั้นคือภาพของแม่ที่นั่งกอดร่างของผู้ชายซึ่งเป็นแก้วตาดวงใจของพ่อกับแม่ ผู้ชายที่ผมเรียกว่าพี่ ร่างที่เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก ไร้ซึ่งวิญญาณและไม่สามารถจะตอบโต้และรับความรู้สึกใดๆพร้อมกับหน้าที่ซีดขาวอาบไปด้วยน้ำตาจากแม่

ความรู้สึกของผมหยุดลง การที่รับรู้ว่าคนที่เราเรียกว่าพี่ไม่มีอีกต่อไปแล้ว พร้อมกับเสียงร้องไห้ของแม่ที่ทำใจไม่ได้ ผมรู้สึกว่าทุกอย่างหยุดนิ่ง นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน ถ้าผมเป็นพี่น็อต ผมคงจะเจ็บปวดมากๆ ที่ต้องทนกับกิริยาของน้องสาวที่ตัวเองรักแบบนั้น ผมเลือกที่จะนิ่งเงียบและปล่อยให้น้ำตาตกในอยู่พักใหญ่ๆ

หลังจากนั้นพ่อจึงโทรไปแจ้งโรงพยาบาลว่าพี่เสียแล้ว เพราะพี่เคยทำเรื่องอุทิศร่างกายให้เป็นอาจารย์ใหญ่เพื่อให้นศแพทย์ไปศึกษาต่อและทำเรื่องเอกสารเพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายพี่น็อต แต่ขณะที่ผมไปเอาเอกสารของพี่น็อตที่ห้องทำงานของพ่อก็เจอใบบริจาค เป็นใบบริจาคที่ลงชื่อพี่น็อตเป็นคนบริจาค

ตั้งแต่ยังจำความได้ ผมจำได้ ว่าพี่น็อตเป็นคนที่ตื่นเต้นที่สุดที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะมีพี่น้องอีกคน พี่แกดีใจมาก ทุกวันหลังกลับจากโรงเรียนพี่เขามานั่งคุยกับนุ่นทั้งๆที่รู้ว่านุ่นพูดไม่ได้ฟังไม่รู้ความ ไม่มีทางจะรู้เรื่อง ทุกๆวันที่หยุดพี่น็อตก็จะอยู่บ้านคอยดูแลแม่และนุ่นแทนที่จะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ในวันที่ไปเชียงใหม่พี่น็อตก็เป็นคนที่ขอให้แม่เอาของที่ใช้ถ่ายภาพไปให้นุ่นและขอให้แม่ไปเที่ยวกับพวกเรากันต่อเพราะแค่ไม่อยากให้นุ่นต้องอดเที่ยวแค่เพราะพี่น็อตเป็นไข้

'คนที่กระเสาะกระแสะ เจ็บป่วยบ่อย จริงๆแล้วคือ.' 

ตอนที่นุ่นอายุ5 ขวบ ไม่สบายจนเรารู้ว่าร่างกายนุ่นไม่สมบูรณ์ ไตนุ่นทำงานได้แค่ข้างเดียว อาการน้องแย่ลงทุกวัน ก็ทำได้แค่ฟอกไตไปเรื่อยๆ พ่อแม่พยายามทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตนุ่นให้นานที่สุดคือการเปลี่ยนไตพ่อให้นุ่น เพราะมันเป็นวิธีเดียวที่ทำให้นุ่นอยู่กับพวกเราไปได้นานขึ้นแต่ผลตรวจออกมาว่าไตนุ่นเข้ากับไตพ่อแม่ไม่ได้ พวกเราพยายามหาคนที่จะมาบริจาคไตให้นุ่น สุดท้ายคนที่อาสาคือพี่น็อต แน่นอนว่าพ่อแม่ไม่ยอมให้ลูกอีกคนเจ็บ แต่พี่ก็ตื๊อทั้งน้ำตา ขอเพียงอยากจะช่วยน้องสาวคนเล็กคนนี้  เนื้อเยื่อของพี่น็อตและน้องเข้ากันได้ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ยาก โอกาสที่เนื้อเยื่อจะตรงกันไม่ใช่เรื่องง่าย พอพี่เขารู้ว่าเขาเป็นคนเดียวที่สามารถให้ไตได้จึงพยายามทำทุกทางเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมบริจาคไตให้นุ่น หลังจากการผ่าตัดผ่านไป ทั้งสองคนก็ปลอดภัยและแข็งแรงทั้งคู่ ตอนนั้นแม่เหมือนได้ลูกสาวคนใหม่กลับมา แม่ขอบคุณพี่มาตลอดที่ยอมเสียสละตัวเอง

'ยังจะคิดว่าเขาเป็นพี่ชายที่คอยแย่งความรักไปอีกไหม'
'พี่เค้าตังหากที่เป็นฝ่ายแบ่งความรักให้ แม้กระทั่งแบ่งชีวิตมาให้'
'ในขณะที่พี่เค้าสนใจแต่เรา แล้วเราก็สนใจแต่เพื่อน ความเจ็บปวดที่พี่เค้ามี เราคงไม่มีวันเข้าใจ'

หลังจากที่พี่น็อตบริจาคไต สองสามปีผ่านไปพี่น็อตเริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย ซีดบวม พี่น็อตที่บริจาคไตให้นุ่นเพื่อให้นุ่นหายจากโรคไต กลับต้องมากลายเป็นโรคไตแทน อาการป่วยพี่น้อตจะรุนแรงมากขึ้นตามที่หมอบอก

และทุกอย่างก็กลับมาเดจาวูเหมือนเดิม พ่อพยายามหาคนที่จะบริจาคไตให้พี่น็อตได้ แต่ก็หาไม่ได้ คนที่จะมีเนื้อเยื่อตรงกับพี่น็อต พ่อแม่และผม รอวันที่จะได้รับการติดต่อ แต่ก็ไม่มี  จนอาการพี่น็อตทรุดลงเรื่อยๆ สุดท้ายพี่น็อตก็ขอพ่อกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อจะได้คุยกับพ่อแม่พี่น้องทุกวัน แลแะที่สำคัญเลยเพราะนุ่นไม่ค่อยไปหาพี่น็อตทีโรงพยาบาล พี่เขาอยากใช้เวลาอยู่กับพวกเราให้นานที่สุด

'ถ้าพี่เขาไม่ทักเราก่อน เราก็ไม่คิดจะคุยกับพี่เลยด้วยซ้ำ เพราะอะไรน่ะเหรอ เราไม่อยากคุยกับคนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อกับแม่ไม่รักเรา คนที่แย่งความรักที่น้องควรจะได้ไปทั้งหมด แบบนั้นใช่มั้ย'
ผมพูดอย่างไม่เกรงใจด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมาตลอด ความรู้สึกของพี่น้องคนกลางอย่างผมที่แบกรับทั้งความรู้สึกของทั้งสองพี่น้องคู่นี้ไว้ 

'แล้วทำไมไม่บอกหนู ทำไมต้องรอให้พี่เขา....'
'ทำไมต้องรอให้พี่จากไป'
ผมสวนกลับทั้งๆที่น้องยังพูดไม่จบ เหมือนกับที่น้องพูดขัดในสิบนาทีสุดท้ายของพี่น็อต
น้องหยุดชะงักกับคำพูดของผม น้ำตาค่อยๆรินไหลออกมา คล้ายกับว่าจะเป็น น้ำตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ความรู้สึกที่สายเกินไปที่จะแก้ไขอะไรได้ และภาพความทรงจำของในวันสุดท้ายของพี่ชายยังคงฝังอยู่ในใจผมตลอดมา ภาพที่น้องสาวได้เดินจากพี่เขาไปโดยที่เขายังพูดไม่จบ ว่าเค้ารักน้องเค้ามากเท่าไหร่ 

'วันที่พี่น็อตขอให้เราวาดรูปให้เป็นของขวัญวันเกิด น้องก็ไม่เคยคิดจะทำให้ ความรู้สึกที่พี่น็อตให้เรา เราก็ไม่เคยเห็นค่าของมัน เราตอบแทนพี่โดยการทำร้ายจิตใจพี่'

น้องได้แต่พูดกับตัวเองวนไปวนมา
'ทำไมเราไม่เป็นน้องที่ดีกว่านี้'
'นุ่นรักพี่'

ประโยคที่สายเกินไปที่จะพูด เป็นประโยคที่ไม่ว่าจะพูดอีกสักกี่ร้อยครั้งพันครั้งก็ไม่มีวันที่พี่น็อตจะได้ยิน แม้ว่าจะตะโกนออกไปดังแค่ไหนก็ตาม 

ทุกวันนี้สิ่งที่น้องยังทำได้คือการวาดภาพของพี่น็อตจากรูปเก่าๆ ตามที่พี่น็อตเคยขอไว้และได้เพียงแต่วางเอาไว้โดยที่ไม่มีโอกาสจะได้ยื่นให้พี่ชายที่แสนดีได้ดูอีกต่อไป
SHARE
Writer
Zoulreaper
Just someone passed by.
Remember well, I do not tolerate failure.

Comments

xxvixmmxvii
9 days ago
น้ำตาไหลเลยไม่ว่าจะความรักความสัมพันธ์แบบไหนมันก็เจ็บปวด ตอนนี้พี่น็อตคงเฝ้ามองน้องทั้งสองคนจากที่ไกลๆแล้ว:)
Reply
healthybysk
8 days ago
อ่านแล้ว ร้องไห้ตามเลยค่ะ ขอให้คุณและครอบครัว เข้มแข็งขึ้นในเร็ววันนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ เข้าใจหัวอกคนเสียคนในครอบครัว เราก็เคยเสียเค้าไปเช่นกัน สู้ๆนะคะ
Reply
Zoulreaper
8 days ago
ขอบคุณนะครับ =)​
feelthesun
7 days ago
น้ำตาไหลเลย เป็นกำลังใจให้คนในครอบครัวทุกคนนะคะ :)
Reply
Zoulreaper
7 days ago
ขอบคุณมากๆเลยครับ :)