ตอน : หัวใจบ้าบิ่น 2

Scene : 5
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 14:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส


เรานึกถึงคำพูดเมื่อ 8 ปีก่อน ของชายคนนึง พี่เปี๊ยก ปาฏิหาร พี่เปี๊ยก เป็นหัวหน้าเก่าเรา เขาพูดกับเราในวันสุดท้ายของการได้ทำงานร่วมกัน
“วิน พี่ไม่มีอะไรจะบอกจะสอนเอ็ง เอ็งเป็นคนดี รักษาความดีของเอ็งต่อไป คนดีหนะ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้”
เราเชื่อคำสอนนั้นตลอดมาจนถึงปัจจุบัน และจริงดั่งคำพี่เปี๊ยก คนดีตกน้ำไม่ไหลจริงๆ เราว่ายน้ำลากเรือแทบไม่ขยับ นอกจากเรือยางลำน้อยที่ตอนนี้มีน้ำอยู่ภายในเต็มลำจึงทำให้เรือของเราหนักขึ้นมาก บวกกับกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรงเราจึงต้องออกแรงสู้ ทั้งน้ำหนักเรือ ทั้งกระแสน้ำ
“เอาวะไปเรื่อยๆ ไม่หยุด วันนี้ยังไงมันต้องถึงจนได้แหละวะให้มันรู้ไป”
เราคิดและเริ่มประเมินสถานการต่อ ในกรณีที่เราไปต่อไม่ไหวจริงๆ เราจะทำอย่างไร เราคงต้องทิ้งเรือ ปล่อยมันไหลไป อยากไปไหนก็ไป เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง ชะตากรรมของกูตอนนี้ไม่ต่างจากลูกเรือกิตติมศักดิ์ ที่มาด่วนจากไปตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง
เชื่อเรื่องเวรกรรมกันไหมครับ
เรายังคงไม่ถอดใจออกแรงลากเรือยางด้วยแรงมนุษย์อย่างไม่หยุดยั้ง แต่เหมือนว่าระฆังจะดังเตือนให้หมดยก เสียก่อนจะรู้ผลแพ้ชนะ และงานนี้ก็ไม่มีกรรมการคอยกดแต้นให้คะแนน
เรือยอร์ชลำใหญ่ ก็ขับเข้ามาเทียบเรา คนบนเรือตะโกนลงมาถาม “มีอะไรให้ช่วยไหม?” เราเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับตอบกลับไปว่า “ขอบคุณมากครับ” หลังจากนั้น เขาก็รับเราขึ้นมาจากน้ำ พร้อมกับถามว่าเราลงไปทำอะไร
“พอดีผมซื้อเรือไว้ครับ เลยจะพายออกมาดู แต่เรือยางน้ำมันเข้ามาทางรูด้านหลังเนี่ยอะครับ ผมเลยตัดสินใจ โดดลงน้ำว่ายลากเอา จนพี่มาเจอนี่แหละครับ”
“แล้วเรือน้องอยู่ไหน”
“ไม่ทราบครับ”
ทุกคนบนเรือตอนนั้นเปล่งเสียงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“เอ้า”
“แต่ผมรู้ว่ามันอยู่ในอ่าวนี้นี่แหละ ผมกะว่าจะมาพายหาเอาครับ”
และพระเอกที่ช่วยเราขึ้นมา นามว่าพี่ยอด ก็เริ่มแนะนำเราด้วยความจริงใจ ปนดุนิดๆ ปนด่าหน่อยๆ แต่ก็เราก็เข้าใจถึงความเป็นห่วง
“ลูกพี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ลูกพี่อาจตายได้นะ โห่ ลูกพี่มันอันตราย ยังไงลูกพี่ก็ไม่ควรโดดลงน้ำ ถ้าไม่ไหวลูกพี่ก็ปล่อยให้มันไหลไป แล้วมันไปเกยหาดที่ไหน ลูกพี่ค่อยโทรบอกเพื่อนให้มารับ”
เราก็รับฟังและก็พูดขอบคุณแทบจะตลอดเวลา เพราะรู้สึกขอบคุณจริงๆ
“พักผ่อนก่อนลูกพี่ นั่งพักก่อน และเอางี้ วันนี้ผมเอาเรือของนายหัววิกเตอร์ออกมาเทส เดี๋ยวลูกพี่ไปนั่งเรือเล่นกับผมให้สบายใจก่อน แล้วหลังจากนั้น เราค่อยมาตามหาเรือลูกพี่กัน ส่วนเรือยางก็ผูกไว้กับทุ่นตรงนี้ก่อน ค่อยกลับมาเอา” พี่ยอดเล่าแผนการของเขาให้ฟัง
เราซึ้งใจมาก จริงๆเขาไม่ต้องช่วยเราก็ได้ เป็นใครก็ไม่รู้ หลังจากเรานั่งพัก เช็คอุปกรณ์และตากข้าวของที่เปียกน้ำเค็ม ทั้งหนังสือ กระเป๋าตังค์ และ กล้อง พร้อมเลนส์ 3 ตัว


Scene : 6
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 15:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส


เบียร์ไหม ? นายหัวและพักพวกชาวออสซี่ เปิดบทสนทนาด้วยแอลกอฮอ 3.5 ดีกรี และเริ่มสวดเราต่อจากพี่ยอด ด้วยความเป็นห่วง เพื่อนของนายหัววิกเตอร์เล่าว่า
“ไอหนุ่ม ข้าจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง ที่ออสเตเรีย ก็มีเห็ตการคล้ายๆกัน เป็นครอบครัว ครอบครัวหนึ่ง ออกมาพักผ่อนกันบนเกาะ ลูกชายเอาเรือยางไปขี่เล่นอย่างสนุกสนาน อากาศดีแบบวันนี้นี่แหละ ไอหนุ่ม แล้วพอจะกลับไปยังเรือยอร์ชด้วยเรือยาง น้ำมันเรือยางก็ถูกผลานไปกับการท่องเที่ยวของเด็กชายจากแดนจิงโจ้ ทำไงหละที่นี้ เขาก็พาย ช่วยกันพาย พ่อแม่ลูก แล้วก็หมดแรง พายไม่ไหว กลับเรือไม่ได้” เขาพูดอะไรต่อจากนี้นี่แหละ แต่เราแปลและจับใจความมาได้เท่านี้
ข้าวไหม? ข้าวผัดทะเลในกล่องถูกยื่นมาให้เรา เราก็ยังคงพูดขอบคุณ และปฏิเสธทั้งเบียร์ และ ข้าว เพราะเราเกรงใจเขามาก คือแค่มาช่วยเราขึ้นจากน้ำนี่ก็ดีมากแล้ว
เรื่องนี้มันทำให้นึกถึงนิทานพื้นบ้านเรื่องนึง ที่เล่าต่อๆกันมา ถึงเรื่องของคนตัดไม้ที่เผลอทำขวานไม้ตกลงไปในน้ำแล้วเทพารักษ์ก็งมเอาขวานทองมาให้ นี่ใช่ขวานของเจ้าหรือไม่ ไม่ใช่ครับ แล้วขวานเงินนี่แหละ นี่ก็ไม่ใช่ครับ ขวานของผมเป็นขวานไม้ธรรมดาๆนี่แหละ เทพารักษ์เห็นดังนั้นก็ได้มอบทั้งขวานทอง ขวานเงิน และ ขวานไม้ มาหมดเลย
ใครจะไปคิดหละเนอะ ว่าการกระโจนลงน้ำ จะทำให้เราได้รับทั้งข้าวปลา อาหาร และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 5% พร้อมกับคำสอน และ มิตรภาพ




Scene : 7
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 16:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส

หลังจากนั่งเรือยอร์ชกินลมชมวิวให้หายเหนื่อยเรียบร้อย พี่ยอด ก็เรียกเราไปที่เรือยางของเขา และพาเราออกไปตามหาเรือยอร์ชของเรา ตามคำมั่นสันญาที่ให้ไว้ในตอนแรก ขับเรือยางเป็นยัง? พี่ยอดถาม พร้อมกับสอน สอนทุกอย่างที่พี่แกนึกออก เครื่องเรือ 2 จังหวะแบบนี้ ต้องผสม 2t ในอัตราส่วนเท่าไหร่ยังไง เครื่องเรือยางมีกี่แบบ แต่ละแบบ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวก่อนนะ คุยเพลิน เรือลูกพี่อยู่แถวไหนนะ ? ก่อนซื้อลูกพี่มาดูก่อนรึยังเนี่ย?
เราเคยใช้เรือลำนี้ถ่ายรายการมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว เราจำจุดจอดคร่าวๆได้ พี่ยอร์ชถามถึงรายละเอียดของเรือ จริงๆเราติดแบบแปลนเรือเรามาด้วยนะ แต่มันเปียกน้ำหมดแล้ว เรือเราขนาด 30 ฟุต หรือ 9.15 เมตร หรือ ประมาณเสาไฟฟ้า มีใบ Jib สีแดง และมีชื่อว่าท้องฟ้า
ไม่นานเกินรอ เราก็ได้พบเจอกับท้องฟ้า เรือของเรา มันโทรมกว่าตอนที่เจอกันเมื่อปีก่อนมาก เพรียงเกาะเต็มท้องเรือ หนามาก แต่เราไม่สนใจอะไรแล้ว ตอนนี้เราเจอเรือเราสักที เป้าหมายที่เราวางไว้วันนี้มันสำเร็จแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะเจอกับอุปศักดิ์มากมาย


Scene : 8
Location : บนท้องฟ้า
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 17:00 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส


เราเริ่มสำรวจเรือ เริ่มจากด่านฟ้าเรือ มีรอยแตกของสลิงยึดเสาเรือ หน้าต่างชำรุด และพอเปิดประตูชะโงกดูเข้าไปใน ห้องนั่งเล่น (Saloon) ก็พบกับมวลน้ำรอการระบายจะนวนมาก ไหลไปมาอยู่ภายในเรือ สภาพเฟอนิเจอร์ไม้เสียหายประมาณ 80% ซึ่งยังมีที่ใช้ได้อีกตั้ง 20%
ลูกพี่ใจเย็นนะ ลูกพี่ดูไม่ตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเลย นิ่งมากๆ (จริงๆอึ้งอยู่)นี่ถ้าเป็นผมนี่ ผมตกใจนะ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้เลย คนรักเรือเห็นแล้วไม่สบายใจเลย งั้นเอางี้นะลูกพี่ ตอนนี้มันก็เย็นละ พรุ่งนี้ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเอาเครื่องปั๊มน้ำมาดูดน้ำออกให้ ผมไม่สบายใจจริงๆ
ขอบคุณมากๆเลยครับพี่ยอด เรายังคงเดินหน้าขอบคุณต่อไป พี่ยอดบอกกับเราว่า ผมว่าคุณต้องเป็นคนที่มีอะไรบางอย่าง อาจจะทำดีอะไรไว้ หรือเคยช่วยเหลือใครไว้ วันนี้เลยได้เจอกับผม ผมเชื่อเรื่องพวกนี้นะ มันไม่มีเรื่องบังเอิญหรอก พี่ยอดย้ำให้เราฟัง
เราลองคิดทบทวนคำของพี่ยอด ก็จริงอย่างที่พี่ยอดว่า ตลอดเส้นทางของการเดินทาง เราช่วยเหลือไว้หลายชีวิตเลยแหละ ทั้งคนที่กำลังจะหนาวตาย นอนขดตัวอยู่ในหลุมดิน หรือ กำลังจะหมดแรง ท่ามกลางความมืดและหนาวเหน็บ เราก็วิ่งลงไปรับมาแล้ว
ทุกๆการเดินทาง เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมทาง ไอ้สถานที่ตรงหน้า ไม่ว่ามันจะงดงาม ตื่นต่าตื่นใจมากเพียงไหน เรากลับมาใหม่ได้เสมอ เพราะงั้นสำหรับเรา ความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทาง คือหน้าที่ของเราที่เราจะต้องดูแล เราเป็นของเราแบบนี้ อาจจะเพราะเกิดและเติบโตในครอบครัวทหารด้วยแหละมั้ง เราจึงไม่มีนโยบาย ปล่อยให้ใครเดียวดายอยู่ข้างนอกนั่นเพียงลำพัง และ กรรมดีที่เราทำไว้ อาจจะไม่ได้ย้อนกลับมาในรูปแบบของเทพารักษ์ในนิทาน แต่มาในรูปแบบเรือยอร์ชลำโต ที่อุดมไปด้วย อาหารเครื่องดื่ม และมิตรภาพ ที่หาได้จากกลางอ่าวฉลอง....

Scene : 9
Location : Phuket yachts club
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 17:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส

หลังจากตกลงนัดแนะเรื่องของวันพรุ่งนี้กับพี่ยอดเรียบร้อย พี่ยอดก็พาเราส่งที่ Phuket yatchts club และ ชวนเราไปทานข้าวที่ บาร์ของนายหัววิคเตอร์เจ้าของเรือผู้เปี่ยมน้ำใจ เราตบปากรับคำ ก่อนจะแยกย้ายกันในช่วงเย็น ส่วนเรือยางของเรา พี่ยอดให้เราผูกไว้ที่เรือท้องฟ้า และพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
พระอาทิตย์กำลังจะตก เราขี่รถมอเตอร์ไซด์ที่เช่ามากลับที่พัก และตากของทุกอย่าง และก็ตากตัวเองไว้บนเตียง ณ ขณะนี้ เราขอสลบสักตื่น แล้วค่อยไปหาอะไรทานเติมพลัง ที่บาร์ บลูชิพ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับท่าเรืออ่าวฉลอง ของนายหัววิคเตอร์ต่อไป


Scene : 5
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 14:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส
เรานึกถึงคำพูดเมื่อ 8 ปีก่อน ของชายคนนึง พี่เปี๊ยก ปาฏิหาริย์ พี่เปี๊ยก เป็นหัวหน้าเก่าเรา เขาพูดกับเราในวันสุดท้ายของการได้ทำงานร่วมกัน (เราลาออก)
“วิน พี่ไม่มีอะไรจะบอกจะสอนเอ็ง เอ็งเป็นคนดี รักษาความดีของเอ็งต่อไป คนดีหนะ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้”
เราเชื่อคำสอนนั้นตลอดมาจนถึงปัจจุบัน และจริงดั่งคำพี่เปี๊ยก คนดีตกน้ำไม่ไหลจริงๆ เราว่ายน้ำลากเรือแทบไม่ขยับ นอกจากเรือยางลำน้อยที่ตอนนี้มีน้ำอยู่ภายในเต็มลำจึงทำให้เรือของเราหนักขึ้นมาก บวกกับกระแสน้ำที่ค่อนข้างแรงเราจึงต้องออกแรงสู้2เด้ง ทั้งเด้งน้ำหนักเรือ ทั้งเด้งกระแสน้ำ
“เอาวะไปเรื่อยๆ ไม่หยุด วันนี้ยังไงมันต้องถึงจนได้แหละวะให้มันรู้ไป”
เราคิดและเริ่มประเมินสถานการณ์ต่อ ในกรณีที่เราไปต่อไม่ไหวจริงๆ เราจะทำอย่างไร เราคงต้องทิ้งเรือ ปล่อยมันไหลไป อยากไปไหนก็ไป เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง ชะตากรรมของกูตอนนี้ไม่ต่างจากลูกเรือกิตติมศักดิ์ ที่มาด่วนจากไปตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง...เชื่อเรื่องเวรกรรมกันไหมครับ
เรายังคงไม่ถอดใจออกแรงลากเรือยางด้วยแรงมนุษย์อย่างไม่หยุดยั้ง แต่เหมือนว่าระฆังจะดังเตือนให้หมดยก เสียก่อนจะรู้ผลแพ้ชนะ และงานนี้ก็ไม่มีกรรมการคอยกดแต้นให้คะแนน
เรือยอร์ชลำใหญ่ ก็ขับเข้ามาเทียบเรา คนบนเรือตะโกนลงมาถาม “มีอะไรให้ช่วยไหม?” เราเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับตอบกลับไปว่า “ขอบคุณมากครับ” หลังจากนั้น เขาก็ช่วยเราขึ้นมาจากน้ำ พร้อมกับถามว่าเราลงไปทำอะไร
“พอดีผมซื้อเรือไว้ครับ เลยพายออกมาดู แต่เรือยางน้ำมันเข้ามาทางรูด้านหลังเนี่ยอะครับ ผมเลยตัดสินใจ โดดลงน้ำ ว่ายลากเอา จนพี่มาเจอนี่แหละครับ” เราตอบ
“แล้วเรือน้องอยู่ไหน”
“ไม่ทราบครับ”
ทุกคนบนเรือตอนนั้นเปล่งเสียงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“เอ้า!!!!”
“แต่ผมรู้ว่ามันอยู่ในอ่าวนี้นี่แหละ ผมกะว่าจะมาพายหาเอาครับ” เรารีบอธิบายต่อ
และพระเอกที่ช่วยเราขึ้นมา นามว่าพี่ยอด ก็เริ่มแนะนำเราด้วยความจริงใจ ปนดุนิดๆ ปนด่าหน่อยๆ แต่ก็เราก็เข้าใจถึงความเป็นห่วง
“ลูกพี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ ลูกพี่อาจตายได้นะ โห่ ลูกพี่มันอันตราย ยังไงลูกพี่ก็ไม่ควรโดดลงน้ำ ถ้าไม่ไหวลูกพี่ก็ปล่อยให้มันไหลไป แล้วมันไปเกยหาดที่ไหน ลูกพี่ค่อยโทรบอกเพื่อนให้มารับ”
เราก็รับฟังและก็พูดขอบคุณแทบจะตลอดเวลา เพราะรู้สึกขอบคุณจริงๆ
“พักผ่อนก่อนลูกพี่ นั่งพักก่อน...เอางี้ วันนี้ผมเอาเรือของนายหัววิกเตอร์ออกมาเทส เดี๋ยวลูกพี่ไปนั่งเรือเล่นกับผมให้สบายใจก่อน แล้วหลังจากนั้น เราค่อยมาตามหาเรือลูกพี่กัน ส่วนเรือยางก็ผูกไว้กับทุ่นตรงนี้ก่อน ค่อยกลับมาเอา” พี่ยอดเล่าแผนการของเขาให้เราฟัง
เราซึ้งใจมาก จริงๆเขาไม่ต้องช่วยเราก็ได้ เป็นใครก็ไม่รู้ หลังจากเรานั่งพัก เช็คอุปกรณ์และตากข้าวของที่เปียกน้ำเค็ม ทั้งหนังสือ กระเป๋าตังค์ และ กล้อง พร้อมเลนส์ 3 ตัว

Scene : 6
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 15:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส
เบียร์ไหม ? นายหัวและพักพวกชาวออสซี่ เปิดบทสนทนาด้วยเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ 5% และเริ่มสวดเราต่อจากพี่ยอด ด้วยความเป็นห่วง
เพื่อนของนายหัววิกเตอร์เล่าว่า
“ไอหนุ่ม ข้าจะเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง ที่ออสเตรเลีย ก็มีเหตุการณ์คล้ายๆกัน มีครอบครัว ครอบครัวหนึ่ง ออกมาพักผ่อนกันบนเกาะ ลูกชายเอาเรือยางไปขี่เล่นอย่างสนุกสนาน อากาศดีแบบวันนี้นี่แหละ ไอหนุ่ม แล้วพอจะกลับไปยังเรือยอร์ชด้วยเรือยาง น้ำมันเรือยางก็ถูกผลานไปกับการท่องเที่ยวของเด็กชายแดนจิงโจ้จนหมด ทำไงหละที่นี้ เขาก็พาย ช่วยกันพาย พ่อแม่ลูก แล้วก็หมดแรง พายไม่ไหว กลับเรือไม่ได้” เขาพูดอะไรต่อจากนี้นี่แหละ แต่เราแปลและจับใจความมาได้เท่านี้
ข้าวไหม? ข้าวผัดทะเลในกล่องถูกยื่นมาให้เรา เราก็ยังคงพูดขอบคุณ และปฏิเสธทั้งเบียร์ และ ข้าว เพราะเราเกรงใจเขามาก คือแค่มาช่วยเราขึ้นจากน้ำนี่ก็ดีมากแล้ว
เรื่องนี้มันทำให้นึกถึงนิทานพื้นบ้านเรื่องนึง ที่เล่าต่อๆกันมา ถึงเรื่องของคนตัดไม้ที่เผลอทำขวานไม้ตกลงไปในน้ำแล้วเทพารักษ์ก็งมเอาขวานทองมาให้ นี่ใช่ขวานของเจ้าหรือไม่ ไม่ใช่ครับ แล้วขวานเงินนี่แหละ นี่ก็ไม่ใช่ครับ ขวานของผมเป็นขวานไม้ธรรมดาๆนี่แหละ เทพารักษ์เห็นดังนั้นก็ได้มอบทั้งขวานทอง ขวานเงิน และ ขวานไม้ มาหมดเลย
ใครจะไปคิดหละเนอะ ว่าการกระโจนลงน้ำ จะทำให้เราได้รับทั้งข้าวปลา อาหาร และ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 5% พร้อมกับคำสอน และ มิตรภาพ ที่หาได้จากกลางทะเล

Scene : 7
Location : อ่าวฉลอง
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 16:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส
หลังจากนั่งเรือยอร์ชกินลมชมวิวให้หายเหนื่อยเรียบร้อย พี่ยอด ก็เรียกเราไปที่เรือยางของเขา และพาเราออกไปตามหาเรือยอร์ชของเรา ตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในตอนแรก
ขับเรือยางเป็นยัง? พี่ยอดถาม พร้อมกับสอน สอนทุกอย่างที่พี่แกนึกออก เครื่องเรือ 2 จังหวะแบบนี้ ต้องผสม 2t ในอัตราส่วนเท่าไหร่ยังไง เครื่องเรือยางมีกี่แบบ แต่ละแบบ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เดี๋ยวก่อนนะ คุยเพลิน เรือลูกพี่อยู่แถวไหนนะ ? ก่อนซื้อลูกพี่มาดูก่อนรึยังเนี่ย?
จริงๆแล้วเราเคยใช้เรือลำนี้ถ่ายรายการมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว เราจำจุดจอดคร่าวๆได้ พี่ยอร์ชถามถึงรายละเอียดของเรือ จริงๆเราติดแบบแปลนเรือเรามาด้วยนะ แต่มันเปียกน้ำหมดแล้ว เรือเราขนาด 30 ฟุต หรือ 9.15 เมตร หรือ ประมาณเสาไฟฟ้า มีใบ Jib สีแดง และมีชื่อว่าท้องฟ้า
ไม่นานเกินรอ เราก็ได้พบเจอกับท้องฟ้า เรือของเรา มันโทรมกว่าตอนที่เจอกันเมื่อปีก่อนมาก เพรียงเกาะเต็มท้องเรือ หนามาก แต่เราไม่สนใจอะไรแล้ว ตอนนี้เราเจอเรือเราสักที เป้าหมายที่เราวางไว้วันนี้มันสำเร็จแล้ว ถึงแม้ว่าเราจะเจอกับอุปศักดิ์มากมาย แต่ถ้าไม่หยุดซะอย่าง ยังไงมันต้องสำเร็จ

Scene : 8
Location : บนท้องฟ้า
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 17:00 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส
เราเริ่มสำรวจเรือ เริ่มจากด่านฟ้าเรือ มีรอยแตกของสลิงยึดเสาเรือ หน้าต่างชำรุด และพอเปิดประตูชะโงกดูเข้าไปใน ห้องนั่งเล่น (Saloon) ก็พบกับมวลน้ำรอการระบายจำนวนมาก ไหลไปมาอยู่ภายในเรือ สภาพเฟอนิเจอร์ไม้เสียหายประมาณ 80% ซึ่งยังมีที่ใช้ได้อีกตั้ง 20%
ลูกพี่ใจเย็นนะ ลูกพี่ดูไม่ตกใจกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าเลย นิ่งมากๆ พี่ยอดพูดกับเราเมื่อเห็นสภาพเรือ (จริงๆอึ้งอยู่) นี่ถ้าเป็นผมนี่ ผมตกใจนะ ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้เลย คนรักเรือเห็นแล้วไม่สบายใจเลย งั้นเอางี้นะลูกพี่ ตอนนี้มันก็เย็นละ พรุ่งนี้ เดี๋ยวผมให้ลูกน้องเอาเครื่องปั๊มน้ำมาดูดน้ำออกให้ ผมไม่สบายใจจริงๆ
ขอบคุณมากๆเลยครับพี่ยอด เรายังคงเดินหน้าขอบคุณต่อไป พี่ยอดบอกกับเราว่า ผมว่าคุณต้องเป็นคนที่มีอะไรบางอย่าง อาจจะทำดีอะไรไว้ หรือเคยช่วยเหลือใครไว้ วันนี้เลยได้เจอกับผม ผมเชื่อเรื่องพวกนี้นะ มันไม่มีเรื่องบังเอิญหรอก พี่ยอดย้ำให้เราฟัง
เราลองคิดทบทวนคำของพี่ยอด ก็จริงอย่างที่พี่ยอดว่า ตลอดเส้นทางของการเดินทาง เราช่วยเหลือไว้หลายชีวิตเลยแหละ ทั้งคนที่กำลังจะหนาวตาย นอนขดตัวอยู่ในหลุมดิน หรือ กำลังจะหมดแรง ท่ามกลางความมืดและหนาวเหน็บ บนภูเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น เราก็วิ่งลงไปรับมาแล้ว
ทุกๆการเดินทาง เราให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมทางมากกว่า สถานที่ตรงหน้า ไม่ว่ามันจะงดงาม ตื่นต่าตื่นใจมากเพียงไหน เรากลับมาใหม่ได้เสมอ เพราะงั้นสำหรับเรา ความปลอดภัยของเพื่อนร่วมทาง คือหน้าที่ของเราที่เราจะต้องดูแล เราเป็นของเราแบบนี้ อาจจะเพราะเกิดและเติบโตในครอบครัวทหารด้วยแหละมั้ง เราจึงไม่มีนโยบาย ปล่อยให้ใครเดียวดายอยู่ข้างนอกนั่นเพียงลำพัง และ กรรมดีที่เราทำไว้ อาจจะไม่ได้ย้อนกลับมาในรูปแบบของเทพารักษ์ในนิทาน แต่มาในรูปแบบเรือยอร์ชลำโต ที่อุดมไปด้วย อาหารเครื่องดื่ม และมิตรภาพ ที่หาได้จากกลางอ่าวฉลอง....


Scene : 9
Location : Phuket yachts club
Date : 29 กรกฏาคม 2017
Time : 17:30 น.(โดยประมาณ)
weather : ท้องฟ้าสดใส
หลังจากตกลงนัดแนะเรื่องของวันพรุ่งนี้กับพี่ยอดเรียบร้อย พี่ยอดก็พาเรามาส่งที่ Phuket yatchts club และ ชวนเราไปทานข้าวที่ บาร์ ของนายหัววิคเตอร์เจ้าของเรือผู้เปี่ยมน้ำใจ เราตบปากรับคำ ก่อนจะแยกย้ายกันในช่วงเย็น ส่วนเรือยางของเรา พี่ยอดให้เราผูกไว้ที่เรือท้องฟ้า และพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน
พระอาทิตย์กำลังจะตก เราขี่รถมอเตอร์ไซด์ที่เช่ามากลับที่พัก และตากของทุกอย่าง ตากตัวเองไว้บนเตียง
ณ ขณะนี้ เราขอสลบสักตื่น แล้วค่อยไปหาอะไรทานเติมพลัง ที่บาร์ บลูชิพ ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกับท่าเรืออ่าวฉลอง ของนายหัววิคเตอร์ต่อไป

โปรดติดตามตอนต่อไป…

SHARE
Written in this book
BoatPacker ให้สายลมพาเดินทาง
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วยเรือยอร์ช อาศัยสายลมขับเคลื่อนการเดินทาง ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือจากประสบการณ์ตรง เรียงร้อยถ้อยวลีเป็นเรื่องราวจากเรื่องจริง  
Writer
Win7Seas
Writer
เรื่องราวการเดินทางบนเส้นทางแห่งความฝัน การเดินทางรอบโลกด้วย ลม ใบเรือ และท้องทะเล

Comments