ฉันยังคงเห็นภาพเธอทับซ้อนในบทเพลงที่ฟัง
คุณเคยคิดถึงการกลับมาของความสัมพันธ์มั้ย?

อาจจะเกิดขึ้นตอนกำลังอาบน้ำ
หรือจะเป็นระหว่างความหงุดหงิดบนรถเมล์ที่แออัด
หรือจะเป็นช่วงที่ชวนให้เหม่อลอยมากที่สุดอย่างตอนเวลาเรียนหรือกำลังทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์

ใช่ ฉันเองก็เคย



3 เดือนที่แล้ว
ฉันเลือกที่จะสิ้นสุดความสัมพันธ์กับคนๆหนึ่ง
คนที่ฉันเคยคิดว่าเค้าจะเป็นทุกอย่าง
คนที่ฉันเคยคิดว่าจะเป็นคนแรก และคนสุดท้าย ที่ฉันเปิดรับเข้ามา
คนที่ตอนนี้ฉันใช้คำว่า “เคย” ในการบอกเล่าถึงนิทานความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคน

ระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา ฉันหลอกตัวเองมาตลอดว่าฉันค่อยๆดีขึ้น
ฉันบอกตัวเอง บอกคนรอบตัว ว่าฉันโอเค
ฉันโอเค
ฉันคิดว่าฉันพูดความจริง
แต่ทุกครั้งเมื่อฉันปล่อยให้หัวใจได้ผ่อนคลาย
ปล่อยให้สมองได้คิดในสิ่งที่สายน้ำแห่งสัญชาตญาณพัดพาฉันไป
สิ่งที่ฉันเห็นอยู่บนเพดานเหนือเตียงนอนของฉัน
มีแต่คำว่า “ถ้าหาก”

.. ถ้าหากเราไม่ได้พบกัน ชีวิตของเราสองคนจะดีกว่านี้มั้ย
.. หรือถ้าหากเราพบกัน แต่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิม ทุกอย่างจะยังโอเคอยู่รึเปล่า
.. หรือถ้าหากในวันที่เขาขอฉันเป็นแฟน แต่ฉันปฏิเสธไป เราจะยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่มั้ย
.. หรือถ้าหากว่าในวันนั้น ฉันเลือกที่จะเปลี่ยนใจไม่ปล่อยมือเธอ เราจะได้เป็นคู่ชีวิตของกันและกันรึเปล่า
.. หรือถ้าหากในคืนนี้ ฉันโทรไปขอโทษ และขอให้เรากลับมา
เธอจะให้อภัยฉัน และเราจะยังกลับมารักกันเหมือนเดิมได้อยู่มั้ย?

ความคิดทั้งหมดถูกกลั่นกรองออกมาเป็นหยดน้ำตาที่สะท้อนภาพฝันที่ฉันนึกถึง
เป็นภาพฝันที่ไม่อาจเกิดขึ้น
เป็นภาพฝันที่ฉันวาดไว้ แต่เสกให้เป็นจริงไม่ได้
อาจจะเพราะทุกอย่างมันสายเกินไป
หรือก็อาจจะเป็นเพราะฉันเอง ที่อ่อนแอ และขี้ขลาดเกินไป
ได้แต่ปล่อยให้มันหยดลงสู่หมอน และซึมหายเข้าไปในความฝันของฉันทุกค่ำคืน


ระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา
ไม่มีสักวันเลย ที่ฉันไม่เคยคิดถึงเธอ
ฉันคิดถึงกลิ่นวานิลลาบนเสื้อของเธอ
คิดถึงเสียงของเธอเวลาเธอต่อว่าฉันเมื่อฉันไม่ยอมทานข้าวเช้า
คิดถึงเส้นเลือดจางๆที่ปรากฏบนแขนข้างขวามากกว่าข้างซ้าย
คิดถึงดวงตาที่ส่องประกายของเธอเวลาได้ยินเพลงแจ๊สเพลงโปรดของเธอในคาเฟ่ที่เรานั่ง
คิดถึงความอบอุ่นของเธอเวลาที่เธออุ้มฉันขึ้นและกอดฉันไว้แนบกับลำตัว

คิดถึงทุกอย่างที่เป็นเธอ
ฉันคิดถึงเธอมากจริงๆ

แต่สุดท้ายความเป็นจริงก็คือสิ่งที่ฉันต้องเผชิญ
ฉันต้องรับให้ได้ ว่าฉันเป็นคนเลือกทางนี้
และก็ต้องเป็นฉัน ที่แบกรับความหนักอึ้งในจิตใจนี้ต่อไป
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม


ฉันได้แต่หวัง ว่าบางที อีก 3 ปี 5 ปี หรือ 10 ปี หลังจากนี้
เราอาจจะได้บังเอิญเดินเจอกันที่ไหนสักที่
อาจจะเป็นในคาเฟ่ที่เราเคยไปนั่งด้วยกันบ่อยๆ
บนบีทีเอสสายประจำของเราทั้งคู่
หรือจะเป็นในงานแต่งงานของใครสักคน

เมื่อเวลานั้นมาถึง
ฉันจะเข้าไปกอดเธอ
ฉันจะบอกเธอ ว่าฉันเคยรักเธอมากแค่ไหน
และฉันหวัง
ว่าเราจะได้กลับมาหัวเราะ ให้กับเรื่องราว ในวันที่เราเคยทำลายหัวใจของกันและกัน

เพราะสุดท้ายทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ก็เป็นเพียงหนึ่งในหน้าหนังสือ
ที่เราต้องเปิดผ่านมันไป

สุดท้ายในทุกวันที่เราตื่นขึ้นมา
พระอาทิตย์ก็จะยังคงขึ้นในทิศตะวันออก ไม่ใช่ตะวันตก
น้ำจะยังคงไหลออกจากก๊อกลงสู่อ่างน้ำ ไม่ใช่ไหลย้อนขึ้นไป
ผลไม้ที่ตกลงจากต้น ก็จะไม่มีวันลอยกลับขึ้นไปติดได้
เพียงแต่งอกขึ้นมาเป็นต้นใหม่
หัวใจที่เคยถูกทำลาย
ก็ย่อมซ่อมแซมตัวเอง และกลับมาเป็นดั่งเดิม

ก็เท่านั้น
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป

สุดท้ายเมื่อเราเลิกราจากกัน
เมื่อต่างฝ่ายต่างเลือกที่จะไม่กลับไป
เราต่างคน ต่างก็ต้องเดินต่อไปตามทางชีวิตของตัวเอง

เหลือไว้ ก็แต่เพียงความทรงจำ

แต่ในทุกๆวันหลังจากนี้
ตอนเช้าที่ฉันตื่นขึ้นมา
ฉันจะยังคงนึกถึงเสียงจากโทรศัพท์มือถือที่เด้งเตือนข้อความอรุณสวัสดิ์จากเธอ
ระหว่างทานข้าวในร้านอาหารร้านประจำ
ฉันจะยังคงนึกถึงภาพของเธอตอนกำลังตักอาหารจากจานตัวเองแบ่งให้กับฉัน
ระหว่างฟังเพลงบนบีทีเอสขณะกลับบ้าน
ฉันจะยังคงนึกถึงเธอซึ่งเคยอยู่ที่ปลายหูฟังอีกข้าง
เพียงแต่ว่าตอนนี้ปลายทั้ง 2 ข้างอยู่ที่หูของฉัน
และในแม้แต่ในตอนหลับฝัน
ฉันจะยังคงฝันถึงโลกคู่ขนาน ถึงเรื่องราว "ถ้าหาก" เราสองคนยังคงรักและอยู่ด้วยกัน

และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกอีกครั้ง
ฉันก็จะกลับมาสู่วิถีชีวิตเดิมๆในโลกความเป็นจริง


ต่อให้วันคืนจะผ่านไปนานแค่ไหน
กาลเวลาที่พัดพาไปเหล่านั้น ก็มีแต่จะเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ว่าเธอ จะยังคงเป็นส่วนสำคัญส่วนนึงในชีวิตฉันเสมอ

และไม่ว่าเพลงไหนจะดังขึ้นมาในหูฟังของฉัน
ภาพที่ปรากฏในเพลงเหล่านั้น
จะยังคงเป็นเธอ


วันนี้ ตีสอง สิบห้านาที
ฉันยังคงเห็นภาพเธอทับซ้อนในบทเพลงที่ฟัง

- จากฉัน ที่อยู่ห่างออกไป 11 ปีแสง
SHARE
Writer
elevenlightyearsaway
engineering student
นิสิตวิศวะ ที่ชอบวาดรูปจนเคยอยากเป็นสถาปนิก ที่ชอบดวงดาวจนเคยอยากเป็นนักดาราศาสตร์ ที่ชอบเขียนหนังสือจนเคยอยากเป็นนักเขียน แต่ไม่ได้ชอบอะไรเกี่ยวกับวิศวะเลย

Comments

เพลงบางเพลงนี้สามารถย้อนความรู้สึกและความทรงจำมาได้หมดเลยเนอะ😂
Reply
novemberp
9 days ago
อ่านจบแล้วร้องไห้เลยค่ะ เหมือนคุณเขียนแทนใจเราทั้งหมด ขอให้วันนึงเส้นขนานมีวันมาบรรจบกันนะคะ
Reply
Smilejaebeer
8 days ago
อ่านจบแล้ว คำในหัวคำนึงคือ คำว่าถ้าหาก จริงๆค่ะ "ถ้าหากวันนี้เรายังอยู่ด้วยกัน"
Reply
Duplicate
8 days ago
เราจะซ่อนคนๆนึงไว้ในเพลงๆนึง ตอนเราเปิดฟังเพลงนั้นเราจะเห็นภาพเขาลอยขึ้นมาให้เราได้คิดถึง
Reply
Meratezeeger
3 days ago
มีหลายเพลงที่มีภาพเขาอยู่ในนั้น แต่เราคงไม่มีวันได้โคจรมาพบกันแล้วล่ะ เพราะวิถีชีวิตเราต่างกันโดยสิ้นเชิง 
Reply