"สวัสดี"
สวัสดี:[สะ-หฺวัด-ดี] น. ความดี, ความเจริญคำทักทายของไทยเมื่อพบปะกัน แปลว่า "ขอความดีงามจงมี" เป็นคำที่พระยาอุปกิตศิลปสารแนะให้ใช้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๕ แทนคำทักทายอย่างเก่า เช่นว่า สบายดีหรือ.....
 เราชอบคำนี้มากๆ มันเป็นคำที่เบสิกมากๆแต่เรากลับชอบมากๆและติดมันมากๆด้วย


ย้อนกลับไปตอนประถมปลาย เราโดนเพื่อนผู้หญิงทุกคนในห้องแอนตี้ทำให้เรากลายเป็นเด็กเงียบๆและไม่มีเพื่อน แน่นอนว่าไม่เคยได้รับคำทักทายอย่างคำว่าสวัสดี หรือทักทายใครนอกจากสวัสดีคุณครูในคาบกับสวัสดีพ่อแม่ก่อนออกจากบ้านอย่างเอื่อยเฉื่อย

ช่วงนั้นเราไม่ค่อยได้ยิ้มเลย ไม่สิแทบจะไม่ได้ยิ้มเลยดีกว่าถึงยิ้มก็ไม่ใช่มาจากใจ กลับมาบ้านก็ฝืนยิ้มไม่ให้พ่อกับแม่รู้ว่าเราโดนอะไรบ้าง แต่เวลาที่ได้กลับไปเยี่ยมญาติกลับเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ เราได้ห่างจากโรงเรียนหลายไมล์ เราได้ยิ้มและหัวเราะอย่างเต็มที่ตอนที่ญาติล้อมวงกันเล่าเรื่องตลกหรือลูกพี่ลูกน้องเลียนเสียงตลกๆ และเราได้สวัสดีกับบอกลาพวกเขา


ถ้าให้เทียบกับไปเยี่ยมญาติสามครั้งกับอยู่โรงเรียนทุกวัน เรายังได้ทักทายญาติบ่อยกว่าเพื่อนในห้องซะอีก


ตอนขึ้นม.1เราได้ย้ายมาโรงเรียนใหม่ตอนนั้นดีใจมากๆเลยล่ะ ตลอดระยะเวลาที่โดนตอนประถมทำให้เราตัดสินใจจะอยู่คนเดียวเงียบๆ งานกลุ่มก็จะอยู่คนเดียว พักกลางวันไปห้องสมุดก็ได้เพราะที่นี่ห้องสมุดใหญ่มากถ้าเทียบกับโรงเรียนเก่าที่มีอยู่แค่กระต๊อยนึง


"สวัสดี เรา...เพื่อนตอนอนุบาล2อยู่ห้องเดียวกับแก ไม่รู้แกจำได้รึป่าวแต่เราจำแกได้นะ"


โอ้โหล้มเลิกความคิดเลย จำได้เลยว่าวันนั้นเรากลับมานอนร้องไห้อยู่นานไม่ใช่เหตุผลอะไรเลยนอกจากความดีใจล้วนๆ

มีคนมาสวัสดีเราอ่ะ มีคนมาทักทายเรา มีคนยังจำเราได้ เรายังมีค่า เรายังอยู่ในความทรงจำเขา 

คือเราดีใจมากๆจนร้องไห้ออกมา เราทิ้งไอ้ที่ตั้งไว้หมดแล้วเริ่มใหม่ เปลี่ยนตัวเองใหม่ วันต่อมาเรารีบเข้าไปทักเพื่อนคนนั้นและคนอื่นๆในห้องว่า"สวัสดี"ด้วยความเก้ๆกังๆเพราะไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้บ่อยๆ แต่สิ่งที่กลับมานั้นเกินคาดกว่าที่เราคิดไว้ เพื่อนๆยิ้มตามและสวัสดีแถมแนะนำตัวอีก

แน่นอนกลับบ้านมานอนร้องไห้ด้วยความดีใจอีกครั้งและกลับมาฝึกยิ้มกับตัวเองในกระจกเป็นผีบ้าทุกวัน


เพราะคำว่า"สวัสดี"ไม่ได้ให้เราแค่เพื่อน แต่ให้เราได้คำที่ชอบมาใหม่ๆอีกอย่างคำว่า

"ขอบคุณ"

"ขอโทษ"

"ไม่เป็นไร"

"เจอกันพรุ่งนี้นะ"

ผ่านมาสามปีแล้วเราก็ไม่เคยหยุดพูดคำนี้เลยหนำซ้ำได้พูดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ ม.ต้นเราได้พูดคำเหล่านี้กับเพื่อนทุกวันเลย เจอหน้ากันตอนเช้าก็พูด เจอกันระหว่างวันก็พูด ลามจนไปถึงเจ้าตูบสีดำตัวโปรดในโรงเรียนหรือต้นไม้ จากเด็กที่อมทุกข์พูดน้อยไม่ยิ้มกลายเป็นเรายิ้มง่ายขึ้น เราอดทนมากขึ้น ต้องขอบคุณช่วงประถมที่ทำให้เราเข้มแข็งมากขึ้นและขอบคุณช่วงม.ต้นที่ทำให้เรากลับมาเป็นตัวของเราได้อีกครั้ง


สวัสดีม.ปลาย ไม่ทันไรก็ได้พบกันแล้ว


วันแรกที่เราได้ทักทายเพื่อนใหม่ในชั้นด้วยคำว่า"สวัสดี" หลายคนที่ทำหน้างงแต่ก็ได้รอยยิ้มกลับมาเสมอ และอีกหลายๆคนที่สวัสดีเรากลับมาพร้อมกับแนะนำตัวอีกด้วย

เราได้ตั้งเป้าหมายใหม่กับตัวเองใหม่แล้วว่าครั้งนี้จะเผยแพร่คำว่า "สวัสดี ขอโทษ ขอบคุณ ไม่เป็นไร เจอกันพรุ่งนี้" แทน


จบแล้วล่ะกับที่มาที่เราชอบคำๆนี้และคงชอบอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ



สวัสดี:)

SHARE
Written in this book
summer breeze
ตัวฉันและความฝัน
Writer
MWEDZi
แด่ตัวฉันและทุกคน
จงเข้มแข้ง จงเติบโต จงผลิบาน

Comments

51kg
10 days ago
สวัสดีนะ :-)
Reply