ค่ำคืนวันดาวตก กับคนโรแมนติกเพี้ยน

"อธิษฐานสิ" คุณบอก แล้วคุณก็ผสานมือและพริ้มตาลง ผมแอบมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวังของคุณ ก่อนที่คุณจะรู้ตัวว่าผมทำอะไร เมมโมรีในโทรศัพท์ของผมก็บรรจุภาพนิ่งของคุณในวินาทีนั้น

เบื้องหน้าคือวิวเมืองในค่ำคืนที่ฟ้าเปิด แสงไฟจากตึกระฟ้าและถนนส่องเรืองรอง ยามนี้ดูคุณโบยบินเป็นอิสระ หมู่ดาวน้อยนิดพาคุณล่องลอยไปที่ใดกัน ผมสดับฟังเสียงในหัวใจของผม ทว่ามันกลับเงียบงัน 

คุณถามผมว่า อธิษฐานอะไร ผมยิ้มแทนคำตอบก่อนส่ายหน้า คุณชำเลืองมองผมอย่างนิดน้อย แล้วผมก็บอก "มันก็แค่หินก้อนหนึ่งที่ลุกไหม้จากชั้นบรรยากาศ ผมไม่เห็นเหตุที่ขอพรแล้วจะประสบผลอะไร"

"ทำไมคุณ...ช่างเป็นคนขวางโลก" คุณตั้งข้อสงสัย

"ผมก็แค่ไม่เชื่อว่าสิ่งที่คุณทำอยู่นั้นมันจะสร้างอภินิหารใดๆ"

"...." คุณเงียบ คุณไม่ตอบ ก่อนคุณจะสบัดหนาหนีผม แล้วสาวเท้าเข้าห้องไป 

"มึงเลย...ไอ้ก้อนอุกกาบาตห่าเหว" ผมทิ้งท้ายกับสิ่งที่ผมคิดว่านั้นคือสาเหตุ ก่อนจะสาวเท้าต้อยๆ ตามเธอเข้าไป

คุณนั่งเงียบอยู่ที่มุมของโซฟา ตุ๊กตาหมาตัวใหญ่นั่งยืดยกอยู่ข้างๆคุณ ผมค่อยๆย่องเข้าไปอย่างเงียบงัน  คุณลุกขึ้นแล้วบอก "นอนกับหมาไปเลย"

"จะเอามันเข้าห้องนอนด้วยเหรอจ๊ะ" ผมยิ้มถาม

"ฉันหมายความว่าให้คุณนอนกับมันที่โซฟา" 

"อ้าวว...." ไม่ทันที่ผมจะพูดจบ 

"ร้อนก็ห้ามเปิดแอร์" คุณทิ้งท้ายก่อนสไลด์ประตูห้องนอนดังปั้ง!   

ผมปิดไฟแล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวใหญ่ ก่อนที่ผมจะถีบตุ๊กตาหมาตัวโตลงไปกับพื้น
 
ฉึบๆๆ เสียงคุณเดินมาแต่ไกล ขณะที่ผมกำลังจะหันไปมอง ผ้าห่มผืนสั้นก็ลอยเข้าหน้าผมอย่างจัง 

"ฝันดีที่รัก" ผมบอก ผมสบัดผ้าห่มออกเพื่อจะห่มตัว คุณดึงผ้าห่มออกจากมือของผม จากนั้นก็เอาไปห่มให้ตุ๊กตาลูกรักของคุณ ผมมองการกระทำของคุณจนใบหน้าผมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม  คุณหันมาเลิกคิ้ว งึกๆ ให้ผมสองที ก่อนที่คุณจะสาวเท้ากลับเข้าห้องนอนไปนั้น

"ที่ร๊ากกก" ผมเรียก

"อะไร"

"ทำไมต้องตอบห้วนๆ ด้วยล่ะ"

"ฉันพูดกับหมา"

"ไอ้คิ้วหนา มันมีชีวิตซะที่ไหน"

"ฉันไม่ได้หมายถึงไอ้คิ้วหนา"

"อ่อ คุณหมายถึงตัวเอง  แบบนั้นใช่ม้าาาา"

"นี่จะกวนตีนไม่เลิกใช่มั้ย"

"เลิกแล้วจร้า"

ชงมาดิมาว่า 'เลิกกวนตีน' พ่อจะตบมุกให้หนาวขาดใจ 

"ป๊าปปป" คราวนี้เป็นหมอนลอยเข้ากกหูผมเต็มๆ จากที่ขำๆเมื่อกี้ ถึงกับฮาท้องแข็ง 

"ที่รัก รู้ทันนิหว่า" ผมพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะดึงเธอมาไว้ในอ้อมกอด

"อะไร" เธอทำหน้าง้องอน 

"พูดหวานๆสิ ไม่งั้นเดี่ยวปล่อยนะ"

เปี๊ยะ!  "นี่แหนะ ลีลาเยอะนัก" เธอดีดหน้าผากผม 

"ขอโทษ"  ผมทำตาปริบๆ 

"เมื่อไหร่คุณจะอินกับสิ่งที่ฉันทำบ้าง" สีหน้าเธอจริงจัง 

ผมหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดภาพๆหนึ่งให้เธอดู เธอยิ้มแก้มปริ

"คุณอธิษฐานอะไร" ผมถามเธอไป 

"ฉันขอให้ความรักของเรายืนยาว" 

ผมเงียบให้กับสิ่งที่เธอบอก ก่อนจะเอื้อมไปจุมพิษที่หน้าผากของเธอ 

"รู้ไหม" เธอเริ่ม "ว่าฉันคาดหวังกับเรื่องของเราไว้มากนะ ถ้าคุณไม่อินกับเร่ืองราวที่ฉันทำ อย่างน้อยคุณก็ให้เกียรติการกระทำของฉันได้ไหม ฉันรู้ว่าคุณไม่เชื่อเรื่องอะไรพวกนั้น พอๆกับที่ฉันไม่เชื่อเรื่องการฟื้นจากความตาย แต่ถึงอย่างนั้น ในเศษเสี้ยวหัวใจของฉัน มันก็หวังอยู่เสมอว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นบนโลกนี้ คุณอาจจะเชื่อเรื่องการกระทำของวันนี้ แต่ถ้าวันไหนที่หัวใจของคุณกำลังแตกสลายเพราะใครสักคนจากไป ปาฏิหาริย์อาจเป็นสิ่งเดียวที่คุณยอมแลกด้วยความเชื่อทั้งหมดที่คุณมี"

"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" ผมสัมผัสได้ว่าสิ่งที่เธอพูดนั้น มันมีเรื่องราวบางอย่างในใจ 

"ฉันแค่ดูซีรีย์มากเกินไป" เธอครุ่นคิด "ฮั่นแน่ มีมุมซึ้งๆกับเขาด้วยเหรอเราอ่ะ"

"ผมก็แค่ถามคุณไปตามน้ำอย่างนั้นแหละ อย่างคุณน่ะ ต้องปวดหัวกับผมไปอีกนาน"

"เพลาๆบ้างก็ดีรูปหล่อ ฉันเองก็ไม่อยากจะสู้รบตบมือกับนายเท่าไหร่นัก เอาเวลาที่เรากัดกันเหล่านั้น มาแปรเปลี่ยนเป็นทำเรื่องดีดีด้วยกันไม่ดีกว่าหรือ แม้ฉันจะขอพรต่อดวงดาว แต่ฉันก็รู้ว่า คนเรามันต้องลงมือทำด้วย แค่ในวันๆหนึ่งเราตื่นมาแล้วหาเรื่องที่จะรักกันมันไม่ดีกว่าหรือ"

"ได้สิ ผมสัญญา"  

  
เจ้าหญิงครองรักกับเจ้าชาย มีปราสาทหินอ่อนและมวลหมู่ดอกไม้  ทุกๆเช้าเธอจะตื่นขึ้นมาพร้อมกับไอแดด มีกลิ่นชาหอมๆโชยมาจากโต๊ะไม้สักตัวตรงระเบียงทาทิศตะวันออก เธอจะยิ้มให้กับเช้าที่แสนสดใส แล้วจะโอบกอดเจ้าชายผู้เป็นที่สุดของดวงใจ 


"ตอนจบของนิทานที่คุณเขียนใช่มั้ย" ในมือผมถือกระดาษปึกหนึ่ง 

เธอยิ้มรับก่อนจะถามผมว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง 

"อ่ะ อเมริกาโน่ของคุณ" เธอยื่นแก้วกาแฟมาให้ผม "เช้าวันนี้ฉันมีความสุขจัง"

"ทุกเช้าไม่มีความสุขหรือไง" ผมถาม 

"มันไม่เหมือนเช้าของวันนี้"

"หืม วันนี้มีอะไรแปลกไป"

"ก็วันนี้คุณ อ่านนิทานที่ฉันเขียนจนจบแล้วไง" เธอยิ้มแฉ่ง


"แต่...ผมว่า นิทานของคุณมันดูเพ้อฝันไปหน่อย"

สีหน้าเธอราบเรียบ ผมรู้สึกผิดที่วิจารณ์นิทานของเธอแรงไป 


"ฉันรู้" เธอจิบชาในมือ "จริงๆแล้วมันเป็นความฝันของฉันในวัยเด็ก ความฝันที่เด็กน้อยคนหนึ่งจะพรรณาความเป็นไปได้อย่างไร้เดียงสา ความฝันที่เปรียบเสมือนเรือลำน้อยที่แล่นฝ่าทะเลโดยไม่มีคลื่นมรสุมใดใดมาพัดพริ้ว"

ผมเงียบเพื่อให้เธอเล่าต่อ 

"ตอนนั้นน่ะนะ ฉันก็ฝันเฟื้องแบบเด็กน้อยคนหนึ่งนั้นแหละ แต่พอโตขึ้นมาหน่อย ฉันก็รู้ว่าเป็นฝันที่ฉันเองยังตลกขบขันไปกับมัน" เธอหันมามองหน้าผม สายตาเธอทอประกาย 

"แต่คุณรู้ไหม" เธอยิ้ม "ถ้าตัดเรื่องเจ้าชายเจ้าหญิง ไม่มีปราสาท ไม่มีสวนดอกไม้ ... 
ฉันว่าคนเราทุกคนก็ฝันถึงความรักดีดีทั้งนั้นแหละ ไม่จำเป็นต้องมีปราสาท ไม่จำเป็นต้องมีสวนดอกไม้ แค่มีคุณ มีฉัน ฉันว่า มันก็คุ้มค่าแล้วสำหรับชีวิตนี้" 


ผมดึงเธอมากอด เสมือนฉากในนิทานที่เธอเขียน 

แต่ผมไม่ใช่เจ้าชาย 
และเธอก็ไม่ใช่เจ้าหญิง 







 



SHARE
Writer
McPITCH
ธารดารา
มันอยู่ที่ว่าคุณอ่านเรื่องของผมแล้วนึกถึงใคร

Comments

RinnArIn
2 years ago
ขออนุญาตนำเนื้อหาบางส่วนไปเเต่งนิยายนะคะ
Reply
Yaaaaaa
2 years ago
ชอบทุกบทเลยค่ะ ❤
Reply
McPITCH
2 years ago
ขอบคุครับ