เธอไม่ได้เป็นอมตะ
ฉันเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นเอเลี่ยนที่ถูกส่งขึ้นยานมาจากดาวอีกดวงหนึ่ง ความเข้าใจ และการรับรู้ที่มีต่อโลกนี้ของฉัน ผิดแผกออกไปจากคนอื่นๆ ฉันมองโลกในมุมที่ผิดเพี้ยน แสดงความเห็นในมุมที่ผู้คนไม่เข้าใจ
จนกระทั่งได้พบกับเธอ
เธอมีความคิดเหมือนๆ กันกับฉัน
จริงๆ ต้องพูดว่า เรามีความคิดที่เหมือนกันเสียมากกว่า
คงเป็นการยากที่จะอธิบายว่าความผูกพันระหว่างมนุษย์ต่างดาวสองตนนี้ลึกซึ้งมากแค่ไหน เรารู้เท่าทันความคิดของอีกฝ่ายราวว่ามันเป็นความคิดของคนๆ เดียวกัน
เรามีแนวคิด อุดมคติ และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ร่วมกัน แต่มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ที่ฉันไม่มีวันเข้าใจเธอได้เลย

อุดมการณ์ของเธอยิ่งใหญ่
เธอมีความสามารถ ความรู้ และทักษะต่างๆ ที่จะทำให้อุดมการณ์ที่ใครว่าไกลเกินฝัน กลายเป็นจริงขึ้นมาได้
แต่เธอไม่ได้เป็นอมตะ 
และนั่นเป็นข้อเสียเพียงข้อเดียวที่เธอมี

อุดมการณ์ที่เธอสร้างขึ้นเกิดจากความฝันที่ต้องสลายไปในวัยเด็ก 
"โลกมันโหดร้าย" ฉันสรุปความได้อย่างนั้นจากเรื่องเล่าประวัติชีวิตอันยาวเหยียดและน่าหดหู่ของเธอ
ด้วยความหวังดีของคนรอบข้าง ทำให้เธอถูกพรากบางสิ่งไป ฝันของเธอจึงไม่อาจถูกเติมเต็มได้้
แต่ผู้หวังดีเหล่านั้นก็ยังไม่ย่อท้อในการทำให้ชีวิตของเธอต้องยุ่งยากซับซ้อนขึ้นไปอีก
และดูเหมือนกับว่าปริมาณผู้หวังดีก็จะทวีขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนอายุของเธอที่มากขึ้นทุกวัน แถมยังเจตนาก็เข้มข้นขึ้นทุกครั้ง

"ทุกคนทำราวกับว่าฉันเป็นอมตะ"
เธอกล่าวกับฉันขณะเดินเคียงกัน ในเย็นวันพฤหัสอันร้อนระอุ
ยังไงกัน? ฉันเอ่ยปากถาม
เธอเริ่มอธิบายถึงขั้นตอนการรักษาโรคประจำตัว การผ่าตัดเนื้องอก ขา และอีกหลายส่วนๆ ที่ควรจะเกิดขึ้นไปตั้งนานแล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่เกิด
ความฝันอันใหม่ของเธอ ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะเป็นจริง แต่ก็โดนผู้หวังดีชะลอให้มันช้าลงอีกตามเคย สุดท้ายแล้วสิ่งที่เธอทำได้จึงมีเพียงแต่การรอคอยที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเท่านั้น
หากเธอเป็นอมตะ การรอคอยอันน่าเหนื่อยหน่ายแสนยาวนานนี้คงไม่ได้แย่อะไร

แต่เธอไม่ได้เป็นอมตะ
การรอคอยที่แสนยาวนั้นครั้งนี้จึงเป็นความทรมานในรูปแบบหนึ่ง 
ถึงเธอจะไม่อธิบาย ฉันก็เข้าใจมันได้เป็นอย่างดี
โลกที่หมุนรอบตัวเธอมันหมุนช้าเกินไป จนบางครั้งฉันกำลังรู้สึกว่าเธอกำลังค่อยๆ ถูกโลกใบนั้นดูดกลืนหายเข้าไป
"จะล่กอะไรนักหนา"
เธอตำหนิฉัน
ฉันไม่เห็นว่าที่ฉันกำลังทำอยู่มันจะเรียกว่าล่กได้ยังไง 
หรือว่าเธอกำลังช้าลงไปเรื่อยๆกันแน่?


ในวันที่เธอเอ่ยประโยคนั้นออกมา ถึงแม้เธอจะยืนยันว่าเรื่องระหว่างเรายังคงเป็นเหมือนเดิม แต่ใจฉันกลับแตกสลาย ราวกับว่าชีวิตนี้จะไม่มีเธออีกต่อไป"เธอไม่ได้เป็นอมตะ"
ใช่แล้ว ฉันเองก็ไม่ได้ต่างไปจากเธอเลย
"ฉันไม่ได้เป็นอมตะ"
ดังนั้นฉันจึงอ่อนแอเกินกว่าที่ฉันคิดว่าฉันเป็น
ดังนั้นโลกใบนี้จึงมีข้อจำกัดหลายประการเหลือเกินที่คอยฉุดรั้งฉันไว้ ไม่ให้ได้ทำอย่างที่ใจต้องการ
เธอก็เป็นหนึ่งในบรรดาข้อห้ามเหล่านั้นด้วย


ถึงแม้เราจะเหมือนกัน แต่เรากลับเป็นของต้องห้ามของอีกฝ่าย ความเหมือนกันเกินไป ทำให้เราไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้

ความรู้สึกส่วนหนึ่งที่ฉันมีให้เธอคือ ความรัก ฉันเชื่อว่าเธอเอง ก็คงไม่รู้สึกต่างออกไปจากฉันเท่าไรนัก นัยน์ตาเธอมึงลอกเช่นนั้นทุกครั้งที่ฉันมองเข้าไป
แต่ฉันเริ่มไม่มั่นใจเท่าไรแล้ว
สิ่งเดียวที่ฉันไม่มีวันเข้าใจเธอได้เลย คือทำไมเธอถึงผลักไสฉันออกมาจากชีวิตของเธอ
เธอไม่เคยประกาศความผิดของฉันออกมาชัดๆ
ทำให้ฉันต้องคอยถามจนกลายเป็นคนเซ้าซี้น่ารำคาญ 
คำตอบไม่ใช่สิ่งที่ฉันมองหา หากแต่เป็นเธอที่ฉันต้องการมากกว่าสิ่งอื่นใด
ไม่ผิดอะไรที่เธอไม่ยอมเฉลยคำตอบกับฉัน แต่นั่นมันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกผิด
สิ่งเดียวที่เธอยืนยันให้ฉันรู้คือ โลกที่เราอาศัยอยู่ เป็นเพียงข้อจำกัดเดียวที่ทำให้เราไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้เลย



SHARE
Writer
siarra
writer
dreamcatcher

Comments