Idols = Human เพราะไอดอลไม่ใช่สิ่งของ
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเรื่องที่ผมคิดจะเผยแพร่อยู่หลายครั้ง แต่ในช่วงที่ผมคิดพิมพ์เรื่องนี้ขึ้นมา มันมีข่าวที่เกี่ยวกับไอดอลกรุ๊ปชื่อดังของไทยในชั่วโมงนี้พอดิบพอดี ก็เลยขอโหนกระแสตามติดไปด้วยเสียเลย
.
.
ในช่วงปีที่ผ่านมา กระแสไอดอลเกิร์ลกรุ๊ปที่เรานำลิขสิทธิ์และวัฒนธรรมจากญี่ปุ่นเข้ามาในบ้านเราโด่งดังมาก แน่นอนว่าเราไม่ใช่ต่างชาติที่แรกที่ทำแบบนี้ ตามข้อมูลที่หามาได้ วัฒนธรรมไอดอลนี้ ต้นสังกัดได้ทำการเผยแพร่ในประเทศตัวเองก่อน มีวงต้นกำเนิดหนึ่งวง และมีวงสาขาอีกราวๆ 4-5 วงในประเทศ เมื่อเริ่มคงที่ ก็ทำการกระจายไปตามประเทศอื่นๆในเอเชีย จนมาถึงไทยในราวๆปีที่ผ่านมา เป็นที่ฮือฮามากจนบริษัทใหญ่ สมาคมและองค์กรต่างๆขอร่วมมือด้วยเพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกันตามหลักการตลาดที่ควรจะเป็น แต่สิ่งที่ผมจะพูดถึง ไม่ใช่เรื่องการตลาดหรือการเงินใดๆ แต่เป็นเรื่อง "แฟนคลับ" หรือที่เรียกกันว่า "โอตะ" ที่ย่อมาจากโอตาคุนั่นเอง กับตัวไอดอล และกฎเกณฑ์ที่เป็นที่ถกเถียงกัน
.
.
ก่อนจะเข้าเรื่อง บางท่านอาจจะไม่ทราบว่าในวงการนี้เกิดอะไร เรื่องมันมีอยู่ว่าไอดอลหนึ่งคนละเมิดกฎที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ นั่นคือ "มีแฟน" และลงรูปในอินสตาแกรมที่เป็นส่วนตัวมากๆ คนที่รู้มีแค่เพื่อนเท่านั้น ซึ่งเรื่องโซเชียลมีเดียก็ว่ากันว่าผิดกฎอีกเพราะต้องใช้อินสตาแกรมที่ต้นสังกัดกำหนดเท่านั้น แน่นอนว่าความลับนั้นไม่มีในโลก เรื่องและภาพส่วนตัวได้รั่วไหลออกมา ทำให้โอตาคุโมโหมากที่ไอดอลคนนั้นแอบมีแฟนและเล่นอินสตาแกรมส่วนตัวมากกว่าของต้นสังกัด (ผมไม่ขอเรียกโอตะละกัน เพราะพวกนั้นไม่ควรแบ่งแยกสายพันธุ์ตัวเอง เนื่องจากพฤติกรรมพื้นฐานเหมือนกัน) จึงทำให้ไอดอลคนนั้นโดนพักงานหนึ่งเดือน และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ ปีที่แล้วก็มีเรื่องแบบเดียวกันเกิดขึ้นกับไอดอลอีกคน และบทลงโทษก็เท่ากัน
.
.
สำหรับคนที่ไม่เคยและไม่คิดจะติดตามเลย แน่นอนว่าต้องสงสัยว่า การมีแฟนเป็นเรื่องได้ขนาดนี้เลยเหรอ ถึงกับต้องตัดงานกันเลยเหรอ ก่อนอื่นต้องมองกันที่ระบบบริหารของไอดอลกรุ๊ปเหล่านี้ เริ่มแรกที่วัฒนธรรมของญี่ปุ่น ดารา นักร้อง นักแสดง ไอดอลอิสระบางคนที่มีชื่อเสียงมากๆจะเข้าถึงยากสุดๆ จะไปไหนมาไหนต้องปกปิดตัวเอง ไอเดียของเกิร์ลกรุ๊ปที่ลงท้ายด้วยเลขสองหลักมีไอเดียในเรื่อง "ไอดอลที่คนสามารถเข้าถึงได้" (แต่ต้องจ่ายเงินจ้า) เลยให้กำหนดวงขึ้นมา คอนเซปต์ก็จะเป็นเกิร์ลกรุ๊ปสาววัยใสอายุสิบต้นๆจนถึงยี่สิบต้นๆ ราวๆ 20+ คน คาแรกเตอร์ไอดอลและเพลงก็จะแบ๊วๆใสๆเหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูนสาวน้อยไอดอลที่เหล่าโอตาคุชื่นชอบ กลุ่มแฟนคลับก็เป็นเหล่าโอตาคุแบบที่เรามักจะเห็นตามการ์ตูนเรื่องต่างๆ (ซึ่งในโลกความจริงก็เป็นแบบนั้น) แล้วทีนี้จะเข้าถึงยังไง ไม่ยากเลยครับผม เพราะคำตอบที่สามารถแก้ปัญหาได้ดีมากคือ เงิน ครับ ซื้อของที่แถมบัตรจับมือ จากนั้นทางค่ายก็จะจัดอีเวนต์ให้ไอดอลพบปะโอตาคุ ได้สัมผัสมือไอดอลที่ชอบ 8 วินาที พูดให้กำลังใจกันสั้นๆ แน่นอนว่าคอนเซปต์นี้สร้างชื่อเสียงและรายได้ดีมาก แต่สิ่งที่ไอดอลต้องแลกนอกจากความเหนื่อยในการซ้อม นั่นก็คือ "ชีวิตส่วนตัว" ไอดอลเหล่านี้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนทั่วไป ไม่สามารถถ่ายรูปกับเพื่อนแล้วลงโซเชียลได้ ไม่สามารถถ่ายรูปคู่กับแฟนคลับที่เจอกันตามทั่วไปได้ และ ไม่สามารถมีคนรักได้ เหมือนอย่างเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นคนธรรมดา เพราะกระแสจะตกจนอาจจะต้องเลิกเป็นไอดอลเลยทีเดียว
.
.
เคสที่มีปัญหานั้น เราไม่ทราบเลยว่ากฎที่เป็นลายลักษณ์อักษรของบริษัทลูกในบ้านเราเป็นอย่างไร เพราะเราซื้อลิขสิทธิ์มา ไม่ได้ให้ทางญี่ปุ่นมาบริหารโดยตรง เราจึงไม่ทราบว่าไอดอลสามารถมีแฟนได้หรือไม่ แต่ตามที่เคยมีข่าวออกมาคือ มีได้ แต่ต้องไม่ทำให้เสียภาพลักษณ์ และไอดอลคนที่ถูกพักงานก็แค่ไปทานข้าวกับแฟน ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นเรื่องเสียหายเลย แต่เราลองมาดูข้อความต่อไปนี้ที่ผมเอามาจากโซเชียล ผมขอพิมพ์โดยไม่แก้คำผิดใดๆเพื่อรักษาต้นฉบับ แต่จะลบชื่อวงและไอดอลออก

กฎ วง คือห้ามมีแฟนไม่ใช่หรอครับ ทำไมวันนั้นผมเห็นสมาชิกคนนึงไปทาน dinner กับผู้ชายคนนึง อายุพอๆกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ผมไม่ได้ต้องการมองโลกในแง่ร้ายไปเอง แต่ผมเห็นพวกเค้าทำการกระทำมากกว่าเพื่อนผมรู้ว่าเค้าเป็นคนมีสิทธิ์มนุษยชนทั่วไป แต่สัญญาใจที่ให้กันไว้แต่รักษาไม่ได้แล้วจะมีไว้ทำไม ในเมื่อสมาชิกยังไม่ซื่อสัตย์กับแฟนคลับแล้วจะให้ผมรู้สึกยังไงเมื่อผมอ่านข้อความนี้ ผมอึ้งระดับนึงเลย ในฐานะที่เราไม่ได้ตามวงนี้มากเพราะแนวเพลงไม่ถูกจริต ตามแค่ความน่ารักในโซเชียลก็พอ ผมรู้สึกว่าโอตาคุนั้น มโน ไปไกลเกินกว่าที่ควรจะเป็น กฎวงไม่เคยถูกเปิดเผยเป็นลายลักษณ์อักษร มีแต่บทสัมภาษณ์สั้นๆว่ามีได้แต่อย่าให้เสียหาย ถ้าเป็นตามนี้จริง ไอดอลคนนี้ผิดกฎอะไรครับ ไอดอลก็คน รักได้เหงาเป็น การที่จะมีแฟนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แล้วสัญญาใจคืออะไร ตั้งขึ้นมาเอง มโนขึ้นมาเองทั้งนั้น แล้วสิทธิมนุษยชนคืออะไร รู้จักดีพอหรือยังที่พูดออกมา ถ้าเข้าใจ คงไม่มาเรียกร้อง และหลังจากเกิดเรื่อง เสียงก็แตกออกเป็นสองฝั่ง คือคนที่ไม่คิดอะไร มีก็มีไป ผลิตงานดีๆออกมาให้ชื่นชมก็พอ กับอีกกลุ่มที่บอกว่าติดตามผลงาน แต่กลับโมโหที่ไอดอลมีแฟน โดยให้ความเห็นว่า
ใครจะไปอยากจับมือคนมีแฟนแล้วเจอแบบนี้ ผมไม่ทราบเลยว่าในหัวโอตาคุจินตนาการอะไรอยู่ แต่ก็พอเดาได้ว่าคงเป็นอะไรที่แฟนตาซีและไร้สาระ ผมเคยทำงานกับคนที่มีชื่อเสียงที่สวยๆน่ารักๆหลายคนที่มีแฟนแล้ว บางคนไปไกลกว่าคือมีลูกแล้ว ด้วยความที่ผมเป็นแฟนคลับ ผมก็ขอถ่ายรูปคู่เค้าโดยไม่คิดอะไรเลย มีกอดคอเกาะไหล่กันบ้างอะไรบ้างตามความสนุกสนาน ผมแค่อยากมีรูปคู่กับเค้าเพราะผมชื่นชอบเค้า ตามงานเค้าจริงจัง มันไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย เว้นเสียแต่ว่าเรา มโน อะไรบางอย่างของเราเอง ถึงจะมีผลกับจิตใจแบบที่โอตาคุประสบ
.
.
มีอีกความเห็นนึงที่ผมพูดได้ว่าผมเกลียดมาก ค่อนข้างยาว ผมขอลบชื่อวงกับสมาชิกเหมือนเดิม ข้อความต้นฉบับเป็นการตอบโต้ของโอตาคุคนหนึ่ง
(ชื่อเฟซบุคคู่กรณี) ไม่ได้คลุกคลีวงการนี้ก็อย่ามาเม้น สินค้าทุกอย่างที่เป็นเมมเบอร์มันมีมูลค่าหมด รูป ssr พร้อมลายเซ็นของ(สมาชิกคนหนึ่ง) ที่ประมูลกันไปครึ่งล้าน แล้วเช้ามาถ้ามีภาพหลุด(สมาชิก)กับแฟนหนุ่ม คิดว่ารูปที่ประมูลไปราคามันจะเหลือกี่บาท โอตะยอมเปย์ แต่ไอดอลไม่ยอมรักษากฎ วงการนี้มันก็อยู่ไม่ได้ สุดท้ายก็พังทั้งระบบ วง ก็จะไม่มีใครสนับสนุน เพราะว่าลงทุนไปแล้ว ไม่รู้วันดีคืนดีไอดอลจะแหกกฎตอนไหน มองลึกๆอย่าคิดอะไรตื้นๆ แล้วคิดดูบัตรจับมือเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาไปต่อคิวจับมือ แต่จู่ๆมีไอ้หนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้ได้ทั้งจับมือถ่ายรูปคู่ เผลอๆทำมากกว่านั้นอีก แล้วคนที่เสียเงินเสียเวลาไปจับมือล่ะเค้าจะคิดยังไงความเห็นนี้ ตามความคิดผม ผมกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า น่ารังเกียจอย่างหาที่สุดมิได้ อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าวงไอดอลนี้ขายอะไร แน่นอนว่าไม่ใช่เพลงเลยแม้แต่น้อย โอตาคุท่านนี้ทำตัวมีหลักการ แต่ไม่เคยเห็นไอดอลเป็นคน เห็นค่าแค่เป็นสิ่งของที่มีมูลค่า แถมมโนว่าไอดอลต้องเป็นของตนเท่านั้น ลงทุนไปแล้วต้องเป็นโสด ห้ามมีคู่ ทั้งๆที่กฎห้ามมีแฟนมีจริงหรือไม่เราก็ไม่ทราบเลย คนทั่วไปติดตามศิลปิน ซื้อแผ่นเพลงซื้ออะไร เค้าไม่ได้หวังว่าซื้อแล้วศิลปินต้องมาเป็นแฟนตน เค้าคาดหวังแค่ผลงานที่ดี ผิดกับโอตาคุที่ปากบอกว่า ติดตามผลงาน แต่จากข้อความด้านบน โอตาคุไม่เคยพูดถึงผลงานเลย มีแต่เรื่องเงินกับความมโนส่วนตัว บัตรจับมือก็ไม่มีใครไปร้องขอให้ซื้อ ซื้อเองยอมต่อแถวเอง ก็ต้องยอมรับผลเอง เป็นเรื่องธรรมชาติ
.
.
หลายท่านอาจจะคิดว่า ผลที่ไอดอลโดนลงโทษ อาจเป็นที่ค่ายบริหารไม่ดี ไม่ชัดเจน มีอินสตาแกรมลับ หรืออะไรก็ว่าไป แต่ผมกลับมองว่า ถ้าอินสตาแกรมนั้นไม่มีรูปคู่ล่ะ ไอดอลโสดล่ะ จะมีเรื่องอะไรให้ดราม่าไหม แน่นอนว่าไม่มีแน่นอน และการกระทำของค่าย ผมเชื่อว่าก็ไม่ได้มาจากค่ายคิดเอง แต่เป็นมาตรการการรับมือโอตาคุสายมโนทั้งนั้น ตราบใดที่โอตาคุยังเป็นบ่อเงินบ่อทองให้กอบโกย บริษัทก็ย่อมต้องทำตามที่โอตาคุต้องการ
.
.
สุดท้ายนี้ อยากจะบอกว่า อย่าเห็นไอดอลเป็นแค่สิ่งของเลยครับ เค้าก็เป็นคนเหมือนเรา อยากมีคนรัก อยากมีความสนุกสนานในชีวิต อีกทั้งวัฒนธรรมบ้านเราก็ต่างกับญี่ปุ่นในเรื่องนี้ ส่วนโอตาคุ ผมขอสาดแรงๆว่า ทุกวันนี้เสียเงินเสียเวลาเพื่ออะไร เพื่อให้ไอดอลเป็นของตัวเองเท่านั้นหรือ? เค้าไม่เอาคุณหรอกครับ ทำตัวเป็นคนมีหลักการ สุดท้ายก็เป็นแค่บ่อเงินบ่อทองที่เค้าเอาไว้หารายได้ จ่ายไปแล้วบอกว่าสนับสนุนความพยายาม แล้วจะบ่นเรื่องมีแฟนทำไมครับ? อ้างว่ามีแฟนแล้วความนิยมตก แล้วจริงๆคุณจ่ายเงินตามเค้าที่อะไรครับ? หากตอบไม่ได้ คุณก็เป็นแค่โอตาคุขี้แพ้ที่วันๆฝังตัวเองกับจินตนาการ ยอมรับความจริงไม่ได้ (แน่นอนว่าอาการเหล่านั้นเป็นธรรมชาติของโอตาคุที่แท้จริง)
.
.
หากขี้แพ้หาแฟนไม่ได้ ก็อย่าพาลให้คนอื่นแพ้ไปด้วยเลยครับ มันน่าสมเพชจริงๆ
SHARE
Written in this book
Against the Universe
Writer
an_outsider
Belief Wrecker
do i have to believe them? hell nah!

Comments

LAMNIDAE
1 year ago
ความอะเกรสซีพอะ
Reply
an_outsider
1 year ago
โอตาคุทำตัวดีๆก็ไม่มีบทความนี้หรอก 555555
lifesucks
1 year ago
คนเรารักมากก็เกลียดมาก  ยิ่งคนที่จ่ายเงินสนับสนุนน้องเขายิ่งมีอารมณ์ร่วมเยอะ  ผมว่าทางสายกลางดีทีสุด จ่ายเงินตามสินค้าofficialปกติหลักร้อย เพื่อสนับสนุนตามกำลังทรัพย์  ไม่สนับสนุนการเก็งกำไรบ้าเลือด    แล้วจะได้สบายใจ  เพราะสัจธรรมที่แท้จริงก็คือ ไม่ว่ายังไงวันนึงไอดอลก็ต้องออกจากวงไปมีชีวิตส่วนตัว   

การผิดกฎผลที่ได้คือความนิยมในตัวเอง ภาพลักษณ์ของวงเสีย  และการเอาเปรียบเพื่อนๆในวง
หมายถึงมันกระทบคนอื่นไปด้วย   ผลที่ได้ไม่ใช่แค่การพักงาน รับรองว่าหนักหน่วงพอสมควร ไม่รู้ว่าน้องเขาจะสู้ต่อหรือเปล่า   

ผมคิดว่าโมเดลไอดอลแบบญี่ปุ่นมันก็มีข้อดีอยู่เยอะ ที่ทำให้บริษัทอยู่ได้ ไอดอลก็อยู่ได้ มีการแข่งขันกันเอง เพื่อไม่ให้ใครรู้สึกเหลิง เป็นการควบคุมความประพฤติโดยไม่ต้องออกกฎยิบย่อยเลย   

แต่การทำให้เป็นการเก็งกำไร แบบรูปสุ่ม รูปSSR ไปประมูลกันบ้าคลั่งแบบนั้น ระยะยาวย่อมไม่ส่งผลดีแน่ๆ แต่คงไม่ลงรายละเอียดเหตุผลไว้ เพราะมันยาว

สุดท้ายผมก็คงไม่ได้จ่ายอะไรให้วงนี้  ยกเว้นอาจจะไปอุดหนุนคาเฟ่ตอนที่คนไม่เยอะมาก  หรืออย่างน้อยก็อยากลองชมการแสดงที่เธียเตอร์สักครั้ง  สำหรับผมก็ถือว่าคงhappyมากแล้ว  ใครที่อยากจะสนับสนุน หรือชอบเขา หากหาเงินได้เองก็เป็นสิทธิ์ของผู้นั้น  ที่เขาจะทำอะไรก็ได้ที่เขามีความสุขและไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
Reply
an_outsider
1 year ago
รักมากเกลียดมากเป็นเรื่องปกติครับ แต่เราต้องแยกให้ออกว่าเราเกลียดวงหรือเกลียดแฟนคลับห่วยๆ เหมือนสมัยเกาหลีรุ่งเรืองยุคแรกๆที่บางคนด่าสาดศิลปินเกาหลีโดยไม่สนว่าจะดีหรือไม่ แต่จริงๆที่เราด่าก็เพราะติ่งวงห่วยๆที่อวยแบบไม่ลืมหูลืมตา เคสนี้ก็เช่นกัน โอตาคุหวงก้างแบบไร้สาระมากไป ผมก็ตามความน่ารักแต่ในโซเชียล แต่ไม่จ่ายเงินเพราะไม่อยากสนับสนุนระบบธุรกิจแบบนี้ มันกดขี่เกินไปและไม่ได้ทำให้วงการดนตรีดีขึ้นเท่าไหร่เพราะตัวค่ายเองก็ออกตัวว่าไม่เน้นขายเพลง
ส่วนเรื่องประมูล ระยะยาวหรือสั้นก็ไม่ดีครับ แต่ในเมื่อสมัครใจสู้เอามาครองก็ต้องแบกรับความเสี่ยง เพราะโอตาคุก็เรียกการเปย์ว่าเป็นการลงทุน และการลงทุนย่อมมีความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติ
ส่วนเรื่องกฎที่เป็นปัญหา ต้นสังกัดเค้าก็ไม่ได้ออกมาบอกว่าได้หรือไม่ได้ มันบอกไม่ได้หรอกครับเพราะมันกระทบกับธุรกิจ ถ้าให้มีได้ โอตาคุก็โกรธเพราะลึกๆพวกนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าไม่มีปัญญาจีบติด ถ้าไม่ให้มี นักสิทธิมนุษยชนก็อาจจะออกมาเรียกร้องอีกจนจัดอีเวนท์ไม่ได้ ดังนั้นคนนอกไม่มีวันรู้เลยว่ากฎนี้มีจริงหรือไม่ ผลทุกอย่างที่ออกมาก็แค่เพื่อดับไฟโอตาคุขี้มโนทั้งหลายและให้ธุรกิจมันเดินต่อได้ แค่นั้นเองครับ
an_outsider
1 year ago
อ้อ แล้วที่บอกว่าหาเงินได้เองก็เป็นสิทธิ์คนนั้น เขาจะทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แต่การที่ออกมาหึงหวงไอดอลทั้งๆที่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แล้วด่ากราดทุกคนที่ขวางหน้า ผมว่ามันก็ไม่เห็นสมซักเท่าไหร่
LAMNIDAE
1 year ago
ปัญหาหนึ่งตอนนี้คือ หลายคนแยกไม่ออกระหว่างหน้าที่การงาน กับชีวิตส่วนตัวของศิลปิน

บางคนพยายามนิยามคำว่าไอดอลไว้สูงส่งเกินกว่าศิลปิน ทั้งที่ไม่มีอะไรต่างกัน คนที่อยู่ในวงการควรประพฤติตนให้เป็นแบบอย่าง เป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งศิลปินในวงการหลายคนก็ทำอยู่แล้วอย่างนักร้องนำวงร็อกชื่อดังของบ้านเราที่ออกมาทำการกุศล นี่ก็เรียกว่าไอดอล

แต่ศิลปินก็คือมนุษย์ มนุษย์ที่ควรมีอิสระเสรีภาพในการใช้ชีวิตที่ไม่ขัดต่อภาพลักษณ์ศิลปิน ถ้าการมีคนรักไม่ได้ก่อให้เกิดภาพเสียหาย ผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรม ถ้าอย่างนั้นมันก็คือเรื่องธรรมดา เรื่องธรรมชาติที่ศิลปินจะมีแฟน และมันไม่ควรเป็นปัญหา

เพราะแฟนคลับบางคนแยกแยะไม่ออก ลากหน้าที่การงานของศิลปินมารวมกับชีวิตส่วนตัว ประเด็นเหล่านี้จึงเกิดขึ้น

จริงๆ แฟนคลับที่แบนการมีแฟนควรตอบให้ได้ว่าทำไมถึงติดตามไอดอล และถ้าไอดอลมีแฟน ทำไมถึงไม่ยอมรับ เราจ่ายเงินสนับสนุนที่อะไร ผลงาน หรือมีอะไรอย่างอื่น

เพราะถ้าเราติดตามผลงานจริง ใครจะรักกับใครมันก็คงไม่เกี่ยวอะไรกับเราอยู่แล้ว บริษัทก็คงไม่ต้องมาบ้าจี้ตั้งกฎมาควบคุมชีวิตส่วนตัวของใครเพราะกลัวความนิยมตก เพราะคนไม่ต้องมานิยมอะไรที่มันผิดประเด็น ไปนิยมผลงานเขาดีกว่า

มีวลีนึงที่ผมชอบมาก "ถ้าเรารักใคร เราก็อยากเห็นเขามีความสุข" ถ้าคนที่เรารักเขามีความสุข เราก็ควรจะสุขด้วยไม่ใช่หรือ
Reply
an_outsider
1 year ago
อย่างที่ตอบคนข้างบน ถ้าจะเอาชีวิตส่วนตัวมาปนกับงาน แล้วเรียกการเปย์ว่าการลงทุน ก็ต้องยอมรับความเสี่ยง เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนลงทุน
แล้วเสี่ยงเรื่องอะไร เสี่ยงเรื่องที่เค้าเริ่มอิ่มกับชื่อเสียงแล้วต้องการชีวิตอย่างคนทั่วไป อยากถ่ายรูปคู่กับใครก็ได้ จะรักใครชอบใครควงแขนใครก็ได้ และแน่นอนว่าเด็กรุ่นใหม่มันทนอยู่ในกรอบได้ไม่นานถ้าผลประโยชน์ไม่แน่นพอ ถึงเวลานั้นเมื่อไหร่ ที่ลงทุนไปก็ต้องยอมรับนะว่าจากครึ่งล้านอาจจะกลายเป็นไร้ค่าไปเลย เสี่ยงกว่าเล่นบิทคอยน์อีก เพราะ nothing last forever จ้า
CaliCo
1 year ago
พวก Loser ก็แบบนี้แหละ
Reply