ตั๋วรถไฟ ไปดาวพลูโต
มันไม่มีอะไรหรอก - เธอบอกกับผม

เธอแค่ขึ้นรถไฟขบวนนี้ไป และเมื่อถึงสถานีข้างหน้าเธอแค่อย่าลืมฉันก็พอ - เธอพูดต่อ - มือหนึ่งของเธอจับที่ใบหน้าของผมเอาไว้

ผมได้แต่นิ่งฟัง ... ทำไมมันยากเย็นอย่างนี้

การจากลาใครสักคนเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ... การลาจากเธอ

ผมกำตั๋วในมือยืนนิ่ง อีกไม่นานรถไฟก็จะเทียบชานละลา

ผมไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึกเลย - ความสับสนมันพลั่งพรูออกมา ความหวาดระแวง ความกลัว... กลัวในอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

รถไฟกำลังจะพาผมไป - ไปยังสถานที่ต่อไป ที่ที่ผมไม่รู้จัก และแน่นอน... มันน่ากลัว

แปลกที่ก่อนหน้านี้ผมสัมผัสความรู้สึกเหล่านี้ไม่ได้เลย - ผมอยากขึ้นรถไฟจนตัวสั่น อยากไปจากที่นี่ - ไปที่ไหนก็ได้

...ก่อนหน้านี้ผมทะเลาะกับเธอ

ทะเลาะกันเหมือนต่างฝ่ายก็อยากให้อีกฝ่ายตายๆไปซะ

เป็นความบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์อันซับซ้อนของพวกเรา

...ผมจึงซื้อตั๋วรถไฟ

ผมต้องออกเดินทาง นี่คือสิ่งที่ผมคิด - ผมหยุดแค่นี้ไม่ได้ ผมมาไกลเกินกว่าจะถอยแล้ว

และเธอก็ยืนยันที่จะอยู่ที่นี



ที่ม้านั่ง - ผมจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบเพื่อรอรถไฟอยู่ข้างๆเธอ

ถ้าเป็นปกติเราคงทะเลาะกันไปแล้ว - เธอไม่เคยชอบให้ผมสูบบุหรี่เลย

แต่ในวันนี้เธอคงไม่อยากพูดถึงมันแล้ว - เธอกลับชวนผมคุยเรื่องสิ่งที่ผมอยากจะทำเมื่อออกเดินทางต่อ

นั่นสิ... ผมอยากทำอะไรต่อกันแน่นะ - ผมนึกไม่ออก ทำให้ผมนั่งเงียบจมอยู่ในภวังค์

ผมไม่รู้ว่าผมจะทำอะไรเมื่อไม่มีเธอแล้ว

เธอยื่นมือมาจับมือผมอีกครั้ง - อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้หรอ - เธอถาม ผมได้ยินเสียงสะอื้นเจืออยู่ภายในน้ำเสียงของเธอ

ผมส่ายหน้า ผมตัดสินใจไปแล้ว - ผมตัดสินใจอย่างนี้มาไม่รู้กี่สิบครั้งแล้ว

… ผมไม่อยากเป็นคนที่หันหลังให้การตัดสินใจของตัวเองอีกต่อไปแล้ว

ใช่ ผมเห็นแก่ตัว แต่ผมจะไม่เห็นแก่ตัวได้อย่างไร ก็ในเมื่อคำขอของเธอมันก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน

ก็ที่นี่มันเป็นบ้านของเธอเองนี่นา - ผมบอกกับเธอ

มันสามารถเป็นบ้านของเราได้เหมือนกันนี่ - เธอยังจับมือของผมเอาไว้อยู่

มันไม่เคยเป็นบ้านของเรา - ผมคิดไว้ในใจ ผมพูดไม่ได้

ผมไม่เคยมีบ้าน - ผมไม่รู้บ้านตัวเองอยู่ที่ไหน - ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังออกเดินทางเพื่อออกเดินทางไปเรื่อยๆ หรือผมกำลังออกเดิน เพื่อตามหาบ้านของตัวเอง

ผมได้แต่ยิ้มและมองกลับไปที่เธอ - ผมบอกว่าผมมีความฝัน ผมต้องไปให้ถึง

ถึงไหนหรอ ...เธอถึงจะหยุด - เธอถามต่อ

ผมเงียบไปสักพัก สูบบุหรี่เข้าไปในปอดอึกใหญ่ ก่อนจะตอบออกไป - ที่ปลายสุดของรางรถไฟไง ...ที่ที่ไม่เคยมีใครไปถึง

แล้วที่นั่นมันจะมีใครอยู่หรอ ถ้าเธอไปถึงแล้ว



เธอจะไม่คิดถึงมื้อเช้าของเราหรอ ... กาแฟดำร้อนๆ ขนมปัง กับไข่ดาว ... และก็มีแมวที่เดินมานอนข้างๆจาน

ผมไม่อยากให้เธอเห็นน้ำตาเลย - ผมหันไปมองที่ทางรถไฟ ให้เธอไม่หยาดน้ำใสที่มันกำลังไหลลงมาสองแก้ม

ผมอยากบอกเธอเหลือเกินว่าผมรักเธอมากแค่ไหน แต่ถ้าผมพูดออกไป ผมก็คงไม่มีวันได้ออกเดินทางต่อแน่

และจู่ๆก็มีแสงไฟปรากฏจากตรงหน้าของผม กระทบกับดวงตาทั้งสองข้าง และหยดน้ำตา - มันสะท้อนแสงสีส้มอย่างวาววับ - ความสวยงามนั้นลอยคว้างอยู่ในอากาศ

ผมรีบลุกขึ้นมายืนเทียบชานชาลา

เธอลุกตาม มายืนอยู่ข้างๆ

รถไฟค่อยๆจอดลงอย่างเนิบช้า ประตูรถไฟเปิดออก

ผมก้าวขาขึ้นไป ผมแอบชำเลืองมองเธอผ่านไหล่

ผมเห็นเธอกำลังร้องไห้ - รองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไหล่เธอสั่นระรัว น้ำตาหยดลงพื้นหยดแล้วหยดเล่า

ผมเป็นผู้ชายที่เหี้ยที่สุดในโลก

ผมปล่อยให้เธอร้องไห้อยู่อย่างนั้นข้างชานชาลา

มีเพียงถ้อยคำที่ลอยอยู่กับสายลมอย่างแผ่วบางว่า 

ลาก่อน
SHARE
Writer
Chaaitee
Writer
นักเล่าเรื่องผมยาวบ้าๆคนหนึ่ง

Comments

เราชอบเรื่องของคุณนะ ขอบคุณที่เขียนให้เราได้อ่าน 😊
Reply
Chaaitee
1 year ago
ขอบคุณมากฮะ เรื่องเล่าทุกเรื่องก็ล้วนอยากได้รับการรับฟังจากผู้ฟัง ขอบคุณที่มาเป็นผู้ฟังของเราฮะ
jjamem
1 year ago
อ่านแล้วจินตนาการตาม อยากกอดนะแต่ถ้ากอดลาแล้วคงใจอ่อนยอมเป็นคนเหี้ยดีกว่า
Reply
Chaaitee
1 year ago
เราล้วนถูกสาปให้มีเสรีภาพ ...เสรีภาพในการเลือก และเมื่อเราเลือกแล้ว เราก็ต้องยอมรับในผลลัพธ์ที่จะตามมา
Tuwa
1 year ago
ชอบข้อความและสิ่งที่จะสื่อภายในงานเขียนชิ้นนี้มากๆเลยค่ะ มันเป็นการบรรยายที่เข้าใจเเละภาษาสวยมากเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ 😊
Reply