There's no heaven and hell. Just the endless darkness.
ไม่มีหรอกทรวงสวรค์ที่เราทุกคนใฝ่หา ไม่มีแม้กระทั่งไฟนรกมอดไหม้ให้เราต้องทรมาน เราก็แค่ตายจากไปในอนันธการของความมืดมิน เราเกิดเพียงลำพัง และเราต่างตายเพียงลำพังเท่านั้นเองคำว่า 'คนพิเศษ' สำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องดี เพราะมันหมายว่าคุณจะได้รับความเอาใจใส่มากกว่าคนอื่น เป็นคนที่น่าอิจฉา เป็นคนที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่ลำดับขั้นต่างๆ น่ายินดียิ่ง

ฉันเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะด้วยคำบอกเล่าจากพ่อแม่ โชคชะตาที่ส่งให้ฉันเกิดมาแตกต่างจากคนเป็นล้าน และให้ฉันเป็นคนไม่กี่คนที่รอดจากโรคคำสาปอย่าง 'slepp apnea' หรือชื่อภาษาไทยว่า 'โรคนอนหลับไม่หายใจ' ในบรรดาคนเป็นล้าน ฉันเป็นคนเดียวที่เป็นโรคนี้ตั้งแต่เกิดและรอดมาได้ ขณะที่คนที่เป็นโรคนี้ตั้งแต่เล็กได้ตายลงจนหมด

ฉันใช้ชีวิตอยู่ในโรงพยาบาลตั้งแต่เกิดจนกระทั่งสามปี ตลอดเวลาสามปีหมอและพยาบาลต่างคอยดูแลฉันเป็นอย่างดี ไม่มีใครไม่รู้จักฉันในตอนนั้น เด็กตัวเล็กๆ ที่เจาะคอมักถูกจูงไปมาในห้องไอซียูเสมอ ไม่ว่าใครให้ทำอะไร ฉันก็ไม่เคยเปิดปากบ่น กลับสนุกสนานตามภาษาวัยเด็กที่แสนไร้เดียงสา

เมื่อครบสามปี หมออนุญาตให้กลับบ้านได้เป็นครั้งแรก นั่นนับเป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ของฉันต้องดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งการส่งไปโรงพยาบาลเข้าๆ ออกๆ เวลาเกิดเรื่องหรือต้องไปตรวจ แม้ว่าท่านจะลำบากแค่ไหน แน่นอนว่าทุกอย่างล้วนต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูง แต่พ่อแม่ก็ยังหามาได้จนตอนนี้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่ากับการดูแลเด็กอย่างฉัน พ่อแม่สูญเสียเงินไปเท่าไหร่กันเพื่อให้เด็กคนนึงรอดชีวิตออกมา 

ตลอดเวลาฉันเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น แต่หากไม่ได้อยู่สภาวะหลับ ฉันมีชีวิตได้อย่างคนปกติ แต่กิจกรรมใดที่อาจมีการนอนหลับ ฉันจะเป็นเด็กคนเดียวที่ถูกยกเว้นเสมอ ดังนั้นฉันจึงไม่เคยได้นอนกลางวัน ไม่เคยต้องออกไปเข้าค่ายลูกเสืออย่างใครเขาเลย พ่อกับแม่คอยเลี้ยงดูฉันราวกับไข่ในหิน และมันคือดาบสองคม...

ฉันเชื่ออย่างใจจริงว่าไม่ว่าพ่อกับแม่จะเลี้ยงดูเราอย่างไร สุดท้ายมันจะเป็นความผิดของพวกเขาในส่วนนึง หากคุณเกิดมาในครอบครัวที่ยากจน ความผิดของมันคือการมีไม่พอ แต่ในทางตรงกันข้าม หากคุณเกิดอยู่ในครอบครัวที่มีกิน ความผิดของมันคือการที่เราไม่เคยพอ
ด้วยเหตุปัจจัยดังกล่าว ทำให้ยิ่งเติบโต ฉันยิ่งมีความอึดอัดกับชีวิตตัวเอง ฉันทำสิ่งนี้ไม่ได้ สิ่งนั้นก็ไม่ได้ ต้องคอยอยู่แต่ในเงาของพ่อแม่เสมอ ฉันไม่มีแม้สิทธิที่จะเรียกร้องสิ่งที่ตนเองต้องการ และยิ่งย่างเข้าสู่วัยรุ่น ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับฉันยิ่งดิ่งลง เราทะเลาะกันทุกวันเพราะฉันต้องการอิสระตัวเอง ขณะที่เขาไม่เคยคิดจะยอมปล่อยเลย และมันเป็นปมด้อยมาตลอด

ระหว่างนี้ฉันยังคงไปหาหมอเป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อเข้ามหาลัยในกรุงเทพ ฉันตัดสินใจเลิกไปหาหมอสิบกว่าปีด้วยเหตุผลว่าไม่ว่างและไม่อยากไป ฉันฝืนตัวเองด้วยการไม่ต่อเครื่องช่วยหายใจเพราะแค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว หลายครั้งฉันแค่อยากนอนให้มันจบๆ ไป แต่นั่นก็ทำให้คาร์บอร์นไดออกไซน์คลั่งในสมองเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

จนกระทั่งไม่นานมานี้ฉันติดต่อกับแม่บุญธรรมอีกครั้ง และก็ตัดสินใจกลับไปตรวจรักษาต่อ หลายคนยังจำฉันได้ดีเพราะอย่างที่ได้กล่าวไว้ ฉันเป็นคนเดียวที่รอดมาจนทุกวันนี้ และเป็นคนแรกๆ ที่เป็นโรคนี้ในประเทศไทย อาจมีเด็กที่เป็นโรคเดียวกันอีกสองสามคน แต่ส่วนมากมักไม่รอด 

ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งล่าสุดฉันมีอาการ 'ชัก' จนต้องเข้ารักษาและตรวจสาเหตุด่วน หมอบอกว่าอาจเพราะคาร์บอร์นคั่งค้างมากเกินไป แม้ตอนั้นฉันจะใช้เครื่องช่วยหายใจก็ตาม แม่กับพ่อพาฉันไปรักษาด่วนทันที จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าพอร่างกายคนเราพังทลายลงมา เรายังสามารถไปรักษามันได้ ก็เพราะทุกคนเห็นอาการอย่างชัดเจน แต่เมื่อจิตใจคนเราแตกสลาย  มันไม่มีใครเห็นบาดแผลนอกจากตัวเราเอง และไม่มีใครสามารถแก้ไขบาดแผลอะไรได้เลย

หลายคนอาจสงสัยว่าอาการชักของฉัน มันเป็นอย่างไร... ฉันต้องบอกว่ามันเหมือนคุณพยายามจะฟื้นจากความตาย แต่คุณทำไม่ได้ คุณติดอยู่ในความมืดมืดระหว่างความเป็นความตาย คุณไม่มีสติและไม่สามารถขยับแขนขาอะไรได้เลย มันไม่ได้ทำให้คุณจากไปอย่างสงบหรอก อย่างน้อยร่างกายของคุณจะต่อต้านความตายนี่อัตโนมัติ มันทรมานยิ่งกว่าอะไร



ไม่นานมานี้มีข่าวหน้าหนึ่งถึงคนไทยคนนึงที่เดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำการรุกฆยาตตนเอง หลังกจากทนทรมานจากโรคสมองเสื่อมสิบปี ผ่าตัดมาแล้วสามครั้งแต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น และก่อนหน้านี้ข่าวหน้าหนึ่งที่โด่งดังที่นักวิทยาศาสตร์วัยเจ็ดสิบหกปีตัดสินใจเดินทางไปต่างประเทศเพื่อจบชีิวิตตัวเองอย่างกล้าหาญ

พักหลังมานี้ฉันหยุดคิดเรื่องหายไปจากโลกนี้ หรืออดคิดเรื่องความตายไม่ได้ ฉันรู้ดีว่าตนเองเป็นโรคซึมเศร้ามาตลอด และสาเหตุก็คงไม่ต้องพูดถึง ฉันอยากหนีหายไปจากทุกคนที่รู้จัก จากโลกที่ตนเองยืนอยู่มาตลอด หลบหนีจากความคาดหวัง ความจำเจซ้ำซากของสังคม ของพ่อแม่ ความโหดร้ายที่กระหน่ำเข้ามา 

มันถึงจุดที่ความพยายามไม่มีความหมายอีกแล้ว...

ฉันพยายามมองโลกในแง่ดี ปลอบตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่สุดท้ายก็เห็นแค่ตัวเองต้องกล้ำกลืนฝืนทนความรู้สึกตัวเอง และทำทุกอย่างให้ทุกคนพอใจ ยกเว้นฉันเองที่ไม่เคยพอใจชีิวิตของตัวเอง

ไม่มีอะไรอีกแล้วที่ทำให้ฉันมีความสุขมากขึ้น มีเพียงแค่ชีวิตเรียบเฉย บางทีก็อยากรู้ว่าหากพ่อกับแม่รู้ว่าฉันรู้สึกยังไงกับท่านอย่างแท้จริง เรื่องจะเป็นยังไงกัน เขาจะคิดว่าไม่น่าให้ฉันเกิดมารึเปล่า เพราะหลายครั้งฉันอยากถามว่าการมีฉันเป็นลูก เป็นเรื่องผิดหวังบ้างมั้ย หรือเขามีสิทธิจะฆ่าฉันได้ตั้งแต่แรก ถ้ามันทำให้สูญเสียเงินที่ต้องดูแลมากมาย ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เพราะบางครั้งฉันอยากให้เขาฆ่าฉันตั้งแต่เด็ก เพื่อที่จะไม่ต้องสูญเสียสิ่งต่างๆ เพื่อเลี้ยงดูคนอย่างฉันที่ไม่มีวันให้อภัยกับสิ่งที่ท่านทำได้เลย

ไม่ใช่ทุกครอบครัวจะเป็นหลุมหลบภัยที่ปลอดภัยที่สุดท้ายบนโลกเรานี้มีครอบครัวที่หลากหลาย วัฒนธรรมหลายวัฒนธรรมส่งเสริมการทำความดีต่อพ่อแม่ และสั่งสอนว่าพ่อแม่คือผู้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง แต่ความจริงคือไม่ใช่ทุกครอบครัวจะมีความสุข จะเป็นที่พึ่งทางใจให้กับลูกได้ หลายครอบครัวพ่อแม่ไม่รับฟังความรู้สึกลูก ยึดติดกับลูกมาเกินไป และคาดหวังกับลูกมาเกินไป เป็นความกดดันที่พวกเราได้รับ และต้องแสร้งว่าไม่เป็นอะไรเลย

ฉันไม่แน่ใจเลยว่าระหว่างการจากไปของร่างกายกับจิตใจ สิ่งไหนเล่าที่เจ็บปวดกว่ากัน ตอนที่ร่างกายเราเจ็บป่วย หรือพังทลาย เรายังมองเห็นมันได้และสามารถไปรักษาให้ทันเวลาได้ แต่ตอนที่จิตใจแตกสลาย มันไม่มีใครมองเห็นบาดแผลนั้นและไม่มีใครเลยที่สามารถกอบเก็บมันกลับมาได้เหมือนเก่า 

ราวกับตายทั้งเป็น...











SHARE
Writer
Janiva
No one
A girl who loves writing, emotional, sold my soul to devil, love sadness, disappointed daughter.

Comments

homunchus
1 year ago
ผมชอบอ่านเรื่องเล่าของคนป่วยมาก ผมชอบอ่านเรื่่องของคุณที่สุด
Reply
Dontexpectme
1 year ago
ชอบประโยคที่ว่า " คนเราเกิดมาเพียงลำพัง ก็ต้องตายเพียงลำพัง "
Reply
689io__
1 year ago
💙
Reply
DIXX
1 year ago
Fighting!
Reply
Mumei
1 year ago
There is a thin line between life and death, find me there.
Reply