แหว่งวิ่น
1.
เขาคือนักมายากล
ลวงล่อ หลอกตา
เป็นเพียงภาพฝัน
ที่ฉันคิดไปเองว่าเป็นความจริง

ภายในกล่องปริศนานั้น เกิดอะไรขึ้นกันนะ
ภายใต้ผ้าคลุมสีดำนั้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่
นกพิราบสีขาวตัวนั้นอาจต้องการอิสระในการบิน
แต่เขาหน่วงเหนี่ยวกักขัังมันไว้อย่างเอาแต่ใจด้วยอาหารผสมพิษร้ายที่ชื่อว่าความผูกพัน

เขาทำให้ฉันคิดว่าความรักระหว่างเราหายวับไปกับตา แต่พอฉันเริ่มทำใจได้ เลิกตื่นเต้นตกใจ เขากลับเสกมันขึ้นมาอีกครั้ง

รอยยิ้มที่มุมปากของเขาปรากฏขึ้นเป็นประกาศนียบัตรแห่งความภูมิใจในเวทมนตร์ปั่นหัวผู้ชม
ส่วนรอยยิ้มที่มุมปากของฉันก็เป็นได้แค่การเยาะเย้ยถากถางความขี้ขลาดของตัวเองเท่านั้น


2.
“ไปเที่ยว คงไม่ได้ตอบอาทิตย์นึงนะ”
“โอเค”
“อย่าเหงาล่ะ ตอนที่เราไม่อยู่” ฉันแค่นหัวเราะใส่หน้าจอโทรศัพท์อย่างดูแคลน เธอไปกับผู้หญิงคนนั้น นึกว่าฉันไม่รู้เหรอ

ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายคุมเกมในความสัมพันธ์ที่ไม่จริงจัง ผู้หญิงเป็นหมาแสนจงรักภักดี ในขณะที่ผู้ชายเป็นเจ้าของหมาได้หลาย ๆ ตัว

อ่อนหัด
ฉันไม่ใช่หมา และไม่ใช่อะไรของใครทั้งนั้น

ฉันยึดถือสิ่งเหล่านี้เป็นแค่เกมฆ่าเวลา มีกฎอยู่ข้อเดียวแบบง่าย ๆ — ใครใส่ความรู้สึกลงไปมากกว่าย่อมตกตายพ่ายแพ้อย่างน่าอนาถ ทางที่ดีคือต้องมีตัวสำรองไว้เพื่อให้แน่ใจว่าจะกำชัยชนะ ซึ่งนอกจากเธอ ฉันก็มีเขา คำว่าเหงานับว่าเป็นอะไรได้

“ไม่เหงาหรอกน่า สบายใจได้”
ฉันพิมพ์ตอบเธอไปด้วยความสัตย์จริง

“จะรีบกลับมานะครับ คงคิดถึงเธอแย่เลย”
“คิดถึงเหมือนกันค่ะ :)”
ปิดท้ายด้วยคำโกหกที่ไม่เปิดเผยร่องรอย


3.
มันน่าแปลก ฉันสัมผัสถึงการถลำลึกของตัวเองได้มานานพอสมควร

เขาพูดว่าฉันเป็นคนสำคัญ ไม่อยากให้ฉันหายไป
แต่ไม่เคยมีคำว่ารักออกมาจากริมฝีปากสีสวยที่ใช้สัมผัสกันทุกคืนวันอังคารเลยสักครั้ง

แม้จะมอมเมาเขาด้วยวอดก้าแอลกอฮอล์ 40% หรือด้วยจูบรสอาซาฮีซูเปอร์ดรายที่ปลายคาง เขาก็ไม่เคยพูดมันออกมา จนบางทีฉันก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองจะพยายามไปเพื่ออะไร ในเมื่อเขาไม่รู้สึกอะไรสักนิด แม้จะในเวลาที่ไร้สติและลืมเลือนคนอื่นไปชั่วขณะ เขายังไม่เลือกที่จะรักฉันเลย

ตอบตัวเองว่าเพื่อความยุติธรรม เพราะฉันเคยพูดว่าฉันรักเขาไปตอนไม่รู้สึกตัว เขาจึงต้องพูดตอบ แต่เปล่าหรอก เพราะฉันรักเขาต่างหาก ฉันจึงอยากรู้สึกถูกรักจากเขาบ้าง

ในความมืด หัวใจเต้นตึกตักไปกับโครงหน้าด้านข้าง สวยงามราวกับรูปสลัก ดวงตาที่หลับพริ้มและแพขนตาหนาสีเดียวกับท้องฟ้ายามพระจันทร์ส่องแสงแข่งกับดวงดาว ไออุ่นจากผู้ชายตรงหน้าค่อย ๆ แทรกซึมไปทุกอณูของผิวกาย ผ่านผนังเซลล์ ทะลวงเส้นเลือด ทำลายทุกความหยิ่งยโสโอหังที่เพียรสั่งสมมานาน เจาะเข้าไปถึงหัวใจและปอดได้สำเร็จ

หายใจเข้าคือกลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ จากแก้มของเขา
หายใจออกเอาความไม่สบายใจของทั้งสัปดาห์ทิ้งไป
หัวใจเต้นโครมครามกับสัมผัสเพียงปลายนิ้ว

มือปัดกระดานหมากรุกล้มลง ปฏิเสธดาบแห่งความรู้สึกลุ่มหลงที่จ่อเข้ามาที่กลางอก ไม่ได้ ฉันกำลังจะเป็นฝ่ายแพ้อย่างเต็มตัว ฉันตั้งสติ ลุกจากเตียง หนีเขาไป ลบเบอร์ติดต่อทั้งหมด แล้วหายใจอีกครั้ง

หายใจเข้าคือความทรงจำใจสลายในวัยไร้เดียงสา
หายใจออกเอาความอบอุ่นของเขาทิ้งไป
หัวใจเต้นโครมครามไปกับความสุขของการไม่ผูกมัด

ฉันเมินเฉยกับหยาดน้ำตาบนใบหน้าและหลอกตัวเองว่ามันคือหยาดฝนในคืนนั้น คืนที่ลงมีดเฉือนเนื้อหัวใจตัวเองเพื่อจากเขามา


4.
ฉันรักหูฟัง เพราะมันทำตัวเป็นชั้นบรรยากาศในโลกของฉัน เผาไหม้สิ่งรบกวนต่าง ๆ จากภายนอกให้เป็นจุณ แต่ฉันก็เกลียดมันเหมือนกัน เพราะถ้าสุ่มเจอเพลง‘เกี่ยวกับเขา’ในเพลย์ลิสต์ขึ้นมา โลกใบนี้ก็จะกลายเป็นสีเทาไปทั้งวัน

เช้าวันอาทิตย์ นาฬิกาบนผนังบอกเวลาเก้านาฬิกาสิบเจ็ดนาที มือขวากอดหมอนไดโนเสาร์สีฟ้าอ่อน เอนตัวลงบนโซฟาหนังกลับสีครีม ฉันหลับตาและเสียบหูฟัง


You have a way of coming easily to me
And when you take, you take the very best of me
So I start a fight 'cause I need to feel somethin'
And you do what you want 'cause I'm not what you wanted


ก้อนเนื้อในอกถูกบีบรัดด้วยท่วงทำนองที่คุ้นเคย


You put up the walls and paint them all a shade of grey
And I stood there loving you, and wished them all away


และแล้วโลกของฉันก็กลายเป็นสีเทาตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์


5.
ช่างหัวผู้ชายใช้แล้วทิ้งพวกนั้น ฉันมีเพื่อนสนิทที่ต่อให้อุกกาบาตชนโลกวันนี้ เราก็จะยังอยู่ด้วยกัน— อย่างน้อยฉันก็เชื่อแบบนั้น

ฉันเบื่อทุกอย่าง แต่ฉันไม่มีทางเบื่อเขา มือขวากดโทรออก ในปากยังคงเคี้ยวหมากฝรั่งรสมินต์ค้างไว้

“ไปเที่ยวกัน เบื่อ”
“ที่ไหนวะ”
“ตลาดที่เปิดใหม่นั่นไง อยากไป”
“งั้นไม่ไปละ ขี้เกียจ”
“เอ้า ไรวะ”

ไหนล่ะ เพื่อนสนิทที่จะยังอยู่ด้วยกันในวันโลกแตก แค่ชวนไปตลาดยังไม่ไปด้วยกันเลย! ฉันเลิกเคี้ยวหมากฝรั่งรสมินต์ กล่าวโทษเพื่อนสนิทนิสัยน่าตายคนนั้นในใจ

แต่นั่นไม่เท่ากับว่าฉันเห็นเขาไปที่นั่นกับผู้หญิงอีกคน— ก็เพื่อนเขานั่นล่ะ ยิ่งเห็นเจ้าหล่อนจงใจโพสต์รูปในโซเชียล สะอึกไปเลยทีเดียว

ความรู้สึกโกรธค่อย ๆ ปะทุขึ้นมาเหมือนแม็กม่าโผล่พ้นปากปล่องภูเขาไฟ ลาวาสีแดงแสบตาไหลหลากท่วมหัวใจจนมอดไหม้ ก่อนที่เถ้าถ่านความเสียใจสีเทาดำจะปกคลุมทั่วทุกตารางนิ้ว

“ใจเย็น ปกติเพื่อนเขาไม่หึงกันไม่ใช่เหรอ”
“ก็ไม่ได้หึง แค่หวง หวงมาก ๆ อะ โกรธด้วย ไปกับชั้นมันต่างกับไปกับยัยนั่นยังไงวะ ทำไมชั้นชวนละไม่ไป ชั้นก็เพื่อนมันนะ”
“เขาแค่อาจจะ—”
“คือแม่งมีเพื่อนเยอะไง สนิทกับคนไปทั่ว แต่ชั้นมีมันคนเดีย— เออ มีแกด้วย คือชั้นก็มีแค่นี้”
“ก็ถามมันดี ๆ ดิ แกนี่น้า”
“ไม่สนใจมันหรอก หึ”
“ระวังอย่ารู้สึกเกินเพื่อนละกัน มันอันตราย”
“อ่า...”

ฉันรู้...รู้มาตลอดนั่นล่ะ ว่าความรักทุกรูปแบบมันอันตราย

และในบรรดาความรักเหล่านั้น การตกหลุมรักเพื่อนสนิทตัวเองเทียบได้กับปฏิบัติการลับระดับ SS ของ CIA

แต่สบายใจได้ ฉันไม่ตกหลุมรักผู้ชายห่วยแตกแบบตานั่นหรอก





Song: Cold As You - Taylor Swift 



SHARE
Writer
cobaltblue
a well-wisher
I love the colour blue, as long as it reminds me of you.

Comments

PnutTzZ
1 year ago
ชอบค่ะตรงกับความรู้สึกตัวเองดี ถึงไม่มีเค่้าเราก็อยู่กันได้กับเพื่อน ไม่แคร
Reply