ปล่อยใจสู่ห้วงนิทรา [Kyulkyung x Eunwoo]
Even when I close my eyes and open them again, you're still next to me.
Act 1 —เด็กฝึกหัด 


     อนาคตของจองอึนอูนั้นไม่แน่นอน… เธอรู้ดี เพราะการใช้ชีวิตในวงการนี้มันไม่ง่ายเลย ถึงตอนนี้เธอจะได้เป็นเด็กฝึกหัดในค่ายยักษ์ใหญ่อย่างเพลดิสแล้ว แต่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จซักหน่อย โอกาสไม่ได้หล่นมาถึงมือเราง่ายๆ ยิ่งเป็นมือเล็กๆของเธอด้วย

     ฉันจะทำมันได้เหรอ? อึนอูเคยตั้งคำถามกับตัวเองแบบนั้น แต่ก็ไม่ปล่อยให้ความกังวลกลืนกินเธอได้นาน เธอตัดสินใจจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น ฉะนั้นเธอจึงซ้อม ซ้อม และตั้งใจซ้อมอย่างหนักเลย

     วันหนึ่งช่างยาวนานและเหน็ดเหนื่อย ชีวิตของเด็กฝึกหัดนั้นยาก ทุกคนรู้ดี และอึนอูก็ล้าเหลือเกิน

     หลังจากซ้อมเต้นอย่างหนัก อึนอูปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อนๆที่เหลือ เธอทิ้งตัวลงพิงกำแพงด้านหนึ่งของห้องซ้อม มือไม้เริ่มอ่อน กระติกน้ำที่ถืออยู่ในมือเริ่มไถลลง เกือบจะหล่นลงพื้นถ้าเธอไม่คว้ามันไว้ทันซะก่อน

     ใช่ อึนอูเหนื่อยมาก ช่วงนี้เธออดนอนมาตลอด หัวเริ่มเอนไปข้างหลัง เปลือกตาหนักอึ้ง เธอรู้ดีว่าเวลาเบรก 1 ชั่วโมงระหว่างซ้อมนี้จะผ่านไปอย่างรวดเร็วและสูญเปล่าหากเธอหลับ เพราะฉะนั้นจึงทนฝืนให้ตัวเองตื่นอยู่ แต่เธอก็อยากปิดตาซักพัก… หรือบางทีแค่งีบนิดหน่อยอาจไม่เป็นไรมั้ง

     เมื่อความง่วงคุกคามอึนอูจนได้ที่ เธอรู้สึกถึงไออุ่นของใครบางคนที่ทิ้งตัวลงข้างๆ เธอกระพริบตาไล่ความงัวเงียสักสองสามที มองไปทางขวาของก็เห็นใครบางคนที่ว่า

“ไง ขี้เซา” โจวเจี๋ยฉงส่งยิ้มให้คนหน้าหมวย “ยังเหลือเวลาอีกซักพักแหนะ กว่าเบรกจะหมด” เจี๋ยฉงใช้มือรองศีรษะของอึนอู นิ้วเรียวสางผมของเจ้าชิบะที่ตอนนี้ออกจะงัวเงียไปหน่อย

“แต่… เราต้องซ้อม” อึนอูพึมพำ เธอรู้สึกว่าเปลือกตามันเริ่มหนักอีกแล้ว
“รอได้น่า” เจี๋ยฉงตอบเบาๆ พร้อมเสริมให้อีกคนมั่นใจ “ฉันจะนั่งรอเธอตื่นอยู่นี่แหละ”
“สัญญา?”
“สัญญา”

.
.
.

     เมื่ออึนอูลืมตาขึ้นมา แน่นอนว่าเจี๋ยฉงยังคงอยู่ตรงนั้น


Act 2 —IOI § Pledis Girlz

     ระหว่างที่นายองและเจี๋ยฉงไม่อยู่ อึนอูพยายามติดต่อทั้งสองให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้พวกเธอจะยุ่งกับกิจกรรมทั้งสองฝ่าย

     อึนอูไม่อยากยอมรับเลยว่าเธอ… เหงา ทั้งๆที่เธอได้แสดงบนเวทีรายสัปดาห์กับเพื่อนๆอีกเจ็ดคน ได้อยู่ต่อหน้าแฟนๆในฮอลล์ที่เล็กแต่อบอุ่น ทั้งๆที่เธอควรมีความสุขดี แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกว่างเปล่าในใจอย่างนี้นะ

     อึนอูทิ้งตัวลงในกองตุ๊กตาบนเตียงนุ่มๆของเธอ อีกหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านไป คอนเสิร์ตอีกครั้งที่ดำเนินต่อ เธอรู้สึกอบอุ่นและเคยชินมากขึ้น แต่ทำไมลึกๆยังรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปอยู่นะ… เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน

     นิ้วเล็กๆจิ้มมือถือยุกยิก ก่อนจะกดปุ่มวิดีโอคอลหาใครบางคน เบอร์ของเจี๋ยฉง

“ฮัลโหล…?”
“ย่า” อึนอูซ่อนความเหน็ดเหนื่อยแล้วฉีกยิ้มให้กล้อง เธอยกโทรศัพท์ขึ้นพร้อมส่องหามุมที่ดูดี
“ไม่คิดว่าเธอจะรับสายนะเนี่ย ดึกขนาดนี้”
“เธอเป็นคนโทรมาไม่ใช่เหรอไง ยัยบ้า” เจี๋ยฉงหรี่ตาใส่กล้อง ส่วนอึนอูพยายามหุบยิ้มอยู่
“ฉันตื่นมารับสายเธอเลยนะ”
“อ้าว” อึนอูยื่นหน้าไปใกล้หน้าจอ เมื่อดูหน้าของอีกฝ่ายใกล้ๆ เธอจึงเห็นถุงใต้ตาซึ่งคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ตัดกับผิวขาวอมชมพู ไม่ใช่ว่าอึนอูไม่เคยเห็นเจี๋ยฉงเหนื่อยมาก่อน แต่ปกติพวกเธอจะอดหลับอดนอนด้วยกัน อีกทั้งสภาพของเจี๋ยฉงตอนนี้ดูแย่กว่าปกติมาก เมื่อเห็นดังนั้นอึนอูเลยห้ามตัวเองไม่ให้คิ้วตกไม่ได้
“เธอหลับอยู่เหรอ ขอโทษนะ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

     เจี๋ยฉงหาวใส่กล้อง การที่อึนอูชอบแกล้งกันในสภาวะปกติมันก็เรื่องหนึ่ง แต่ตอนที่เจี๋ยดูอิดโรยและเหนื่อยขนาดนี้มันก็อีกเรื่อง รู้สึกผิดจังที่ปลุกเพื่อนของเธอ เจ้าชิบะคิดพลางมองดูเจี๋ยฉงพลิกตัวไปมาบนที่นอนเพื่อหาท่าคุยสบายๆ

“ไม่เป็นไร ไม่ได้คุยกับเธอนานแล้วป่ะ คุยกันแปปนึงก็ไม่เห็นเป็นไร -3-”
“แน่ใจอ่ะ ฉันว่าฉันวางสายเดี๋ยวนี้เลยละกัน—”
“ไม่ต้อง อึนอูย่า”

     ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งสอง… แต่ไม่มีความอึดอัดเลย เป็นความสบายใจอย่างน่าประหลาด อึนอูพลิกตัวไปด้านข้าง ควานหาหมอนแล้วพิงโทรศัพท์ไว้กับมัน หน้าจอกำลังสะท้อนหน้าของเจี๋ยฉง

     ปอยผมสีคาราเมลหล่นลงปิดหน้าอึนอูเล็กน้อย แต่เธอก็ขี้เกียจปัดมันขึ้นเนื่องจากไม่สามารถละสายตาจากหน้าจอได้เลย เธออยากมองเจี๋ยฉง เพื่อนของเธอตอนนี้หน้าสดแต่ก็ดูดีไม่ต่างจากตอนแต่งหน้าเลย ถึงอย่างนั้นเมื่ออึนอูมองเข้าไปก็ยังเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าอยู่ดี อึนอูรู้ว่ามันยากมากที่เจี๋ยฉงฝืนตื่นอยู่ได้ขนาดนี้ ตาของเธอจะปิดหลายรอบแต่ก็ยังอุตส่าห์กระพริบตาไล่ความงัวเงียเพื่ออยู่คุยต่อ

     ตอนนี้เจี๋ยฉงไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดูดีที่สุด แต่อึนอูกลับชอบด้านนี้ของเธอ ไร้เดียงสา เปราะบาง ไร้การปรุงแต่ง เป็นด้านของเจี๋ยฉงที่อึนอูอยากเก็บไว้เองซะเลย

“ไปนอนไป” อึนอูกระซิบ “แต่เปิดกล้องไว้ก็ได้นะ ฉันไม่ถือ”
“ไม่ได้ฟังดูดีขึ้นเลย”
“ก็ไม่เคยพูดอะไรแย่ๆเปล่า” อึนอูหัวเราะเบาๆ
“โม้ เธอพูดอะไรประหลาดตลอดแหละ”

     ทั้งสองสามารถทะเลาะกันได้ทั้งคืนเลยล่ะ อึนอูสามารถคิดคำกวนเจี๋ยฉงต่อได้ แต่เวลานี้เธอคิดว่าไม่พูดจะดีกว่า เธอต้องการให้ความเงียบเข้าปกคลุม… เธอต้องการแบบนั้น… ใช่ เพราะในที่สุดตาคู่สวยของเจี๋ยฉงก็ปิดลง

     เสียงเครื่องปรับอากาศปะปนกับเสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่ผ่านโทรศัพท์ออกมา อึนอูตั้งมือถือไว้ข้างหน้าเธอ มองคนที่กำลังหลับในหน้าจออีกครั้ง เธอรู้สึกร้อนภายในอก ไม่นานความร้อนก็แผ่มาถึงแก้ม

     หลังจากนั้นอึนอูจึงซุกตัวในผ้าห่มผืนโปรด เธอหลับไปอย่างสบายใจ เพราะพรุ่งนี้เช้าเมื่ออีกคนตื่น... ก็จะเห็นเธออยู่ตรงหน้า


Act 3 —D-1

     เหลืออีกแค่วันเดียวก่อนที่ ‘พริสทิน’ จะเดบิวท์

     ซ้อมจนดึกดื่น ลองคอสตูมที่ใช้ขึ้นโชว์เคสพรุ่งนี้ เก็บรายละเอียดการแสดง และเช็คความเรียบร้อยเพื่อให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ เด็กๆทั้ง 10 ยุ่งกันสุดๆ ถึงจะพยายามทำใจให้สบาย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกคนตื่นเต้นมาก

     ใกล้เช้าแล้ว อึนอูก้าวเข้าประตูหอและตรงไปที่ห้องน้ำทันที เธอล้างเครื่องสำอางออก อาสาช่วยพี่มินกยองเป่าผม (แต่เยบินก็คว้าไดร์จากมือเธอไปซะงั้น) อึนอูต้องการให้ตัวเองยุ่ง ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เธอคลายความกังวลทั้งหมด

     อึนอูเดินไปที่โซฟา เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะทำอะไรแล้วดังนั้นเธอจึงกดเข้าโซเชียลมีเดีย เช็คข่าวคนดังที่ชอบ (ใช่แล้ว อึนอูเป็นแฟนตัวยงของคนดังหลายๆคนเลยล่ะ) ระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูรูปของแทยอนซอนเบนิมไปมานั้น เธอก็รู้สึกถึงน้ำหนักบนเบาะนิ่มๆ

     ใครบางคนทิ้งตัวลงบนโซฟา ที่ว่างข้างอึนอูยุบลงไปอีกเมื่อเธอเขยิบมาใกล้ๆ อึนอูเงยหน้าจากโทรศัพท์ก็เห็นเจี๋ยฉงในชุดลำลอง พร้อมงีบก่อนที่จะถึงเช้าวันสำคัญ

“ฉันเกือบตายรู้ป่ะ ในห้องน้ำวุ่นวายสุดๆ” คนที่เพิ่งนั่งถอนหายใจ
“ทำไม?” อึนอูถามด้วยความสงสัย
“พี่กวอนกับตี้อ่ะดิ เล่นอะไรกันก็ไม่รู้ ดูสิอือนูย่า! เสื้อฉันเปียกหมด” เจี๋ยฉงชี้ร่องรอยของสงครามที่หลงเหลืออยู่บนเสื้อเธอให้ดูพร้อมโวยวาย
“ก็เป็นงี้อยู่แล้วป่ะ” คนหน้าหมวยหัวเราะ เพราะปกติคังคยองวอนและพัคชียอนมักจะหยอกล้อ (แบบฮาร์ดคอร์) กันอยู่แล้ว
“อือ รู้น่า” ถึงแม้เจี๋ยฉงจะเพิ่งบ่นไป แต่ตอนนี้รอยยิ้มกลับปรากฏบนใบหน้า
“จะได้เดบิวท์ด้วยกันแล้ว!” พูดพร้อมขยับไปคล้องแขนแล้วเอียงหัวซบไหล่แคบๆของจองอึนอู เจี๋ยฉงคิดถึงเพื่อนร่วมบริษัทของเธอทุกคน ฝึกด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันก็เยอะ และแน่นอน เธอคิดถึงคนข้างๆที่เธอกำลังพิงไหล่อยู่ตอนนี้
“นั่นสินะ… ” ตอบเสียงเรียบๆ อึนอูไม่กล้าแม้จะหันหน้าหาเจี๋ยฉง เพราะถ้าหันไป เจี๋ยฉงคงเห็นความกังวลใจทั้งหมด แต่เพื่อนคนสำคัญรู้จักเธอดี เจี๋ยฉงไม่จำเป็นต้องมองหน้าอึนอูก็รู้ว่าเธอคิดอะไร
“นูนูย่า ฉันว่าเธอควรไปนอนซักนิดนะ” เจี๋ยฉงรู้ดีว่าเพื่อนของเธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่อย่างน้อยก็ควรพักผ่อนซักหน่อย เจี๋ยฉงคิดอย่างนั้น
“ทำไม่ได้หรอก” อึนอูกำโทรศัพท์แน่น หันหน้าไปหาเจี๋ยฉงในที่สุด
“มีหลายๆอย่างให้เครียด เธอรู้ใช่มั้ย ฉันอยากนอนสุดๆแต่กังวลจนหลับไม่ลงเลย…”

     ถึงภายนอกจะดูเป็นคนที่สดใส แต่จองอึนอูเป็นคนขี้คิดมากระดับหนึ่ง ยิ่งคราวนี้เป็นเรื่องใหญ่ ‘การเดบิวท์’ ที่เธอเฝ้าใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก มันจะออกมาดีมั้ยนะ? ถ้าทำมันแย่ล่ะ? คำถามและความกดดันถาโถมเข้ามา ยิ่งทำให้เธอคิดมากขึ้นไปอีก

“ไม่เป็นไรนะ” ขณะที่อึนอูกำลังคิดเรื่องพวกนี้อยู่ เสียงของคนข้างๆก็ดังขึ้น แม้ว่าตอนนี้เสียงทีวีในห้องหรือเสียงความคิดในใจจะดังแค่ไหน เสียงของเจี๋ยฉงก็ส่งมาถึงเธอเสมอ โจวเจี๋ยฉงก้มลงและกุมมืออึนอู เธอเข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายดีและไม่อยากให้อึนอูพูดอะไรไปมากกว่านี้
“ฉันจะอยู่ตรงนี้แหละ จะรอจนกว่าเธอหลับ ถึงต้องเฝ้าทั้งคืนก็ไม่ไปไหน” พูดจบก็เบือนหน้าหนี เจี๋ยฉงก็คือเจี๋ยฉงจริงๆ ไม่แปลกใจหรอก เพราะปกติพวกเธอเอาแต่กัดกันตลอดเวลา

     และจองอึนอูผู้ที่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด... ก็เชื่อเจี๋ยฉง

.
.
.

     อึนอูรู้สึกตัวอีกทีเพราะพูรินออนนี่มาปลุกเธอ เวลานี้ในหอวุ่นวายมาก ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัว เธอรู้สึกปวดตัวสุดๆเนื่องจากเผลอหลับที่โซฟา และรู้สึกเจ็บที่ไหล่เป็นพิเศษ เมื่อหันไปดูก็พบต้นเหตุนั้นแทบจะทันที

     เจี๋ยฉงหายใจเข้าออกรดต้นคอของเธออยู่ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ตอนนี้เจี๋ยฉงกำลังนอนซบไหล่อึนอู ปากของเธอเผยอออกนิดๆ หลับสนิทอยู่เลยล่ะ

“พูรินออนนี่คะ ให้เธอนอนต่ออีกนิดเถอะนะคะ คยอลกยองน่ะ” ด้วยหน้าเจี๋ยฉงที่ดูอิดโรยขนาดนั้น บวกกับหน้าลูกหมาขี้อ้อนของอึนอู ทำให้เมเนเจอร์ออนนี่ปลุกไม่ลง เธอให้เวลาอีกเล็กน้อยพร้อมย้ำให้อึนอูคอยปลุกเจี๋ยฉง จากนั้นจึงเดินไปดูความเรียบร้อยของเมมเบอร์คนอื่น

     อึนอูจิ้มแก้มของคนข้างๆแล้วหัวเราะเบาๆ เจี๋ยฉงละเมอบางอย่างก่อนที่จะกอดแขนอึนอูแน่นขึ้น แล้วซุกตัวชิดเข้าไปอีก

(เจี๋ยฉงตัดสินใจไม่บอกอึนอูว่าการได้นอนพิงไหล่เธอทำให้รู้สึกดีขนาดไหน… มันทำให้ร่าเริงทั้งวันเลยล่ะ)


Act 4 —PRISTIN

     ในที่สุดเจี๋ยฉงก็กลับถึงหอหลังจากไฟลท์ดีเลย์ราว 4 ชั่วโมง พลิกโทรศัพท์เพื่อดูเวลาจึงเห็นว่าตอนนี้ตีห้ากว่าแล้ว เธอหาวพลางถอดสนี้กเกอร์กุชชี่รุ่นใหม่ที่แฟนคลับให้เป็นของขวัญ ถึงแม้ว่าตาจะปิดแล้วแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเก็บมันเข้าชั้นวางก่อน

     ร่างกายหนักอึ้งไปหมด หากเป็นไปได้เจี๋ยฉงอยากทิ้งตัวลงนอนทั้งวันไปซะเลย เธอใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อห้ามใจตัวเองไม่ให้นอนบนโซฟาห้องนั่งเล่น เนื่องจากห้องนอนเบอร์ 3 อยู่สุดทางเดิน โซฟาจึงใกล้กว่าห้องนอนของเธอเยอะ แต่เมื่อคิดถึงหมอนนุ่มๆและการซุกตัวไปใต้ผ้าห่ม ทำให้เธอยอมแบกร่างตัวเองกลับห้อง

     ก้าวย่างที่เหนื่อยล้า เจี๋ยฉงเดินถึงห้องสุดท้ายริมทางเดินจนได้ ซองยอนรูมเมทของเธอหลับแล้ว เธอไม่อยากปลุกอีกฝ่ายจึงค่อยๆเข้าไปอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

     ขณะที่เจี๋ยฉงกำลังถอดฮู้ดแล้วควานหาชุดเพื่อเปลี่ยนเข้านอน บางสิ่งก็ดึงเสื้อยืดตัวในของเธอไว้ เธอตกใจมากแต่ก็ดึงสติแล้วหันกลับมา

     อึนอูนั่นเอง ที่นอนอยู่บนเตียงของเธอ

“ย่า! จองอึนอู” เจี๋ยฉงทำเสียงฮึดฮัด ก้าวมานั่งบนขอบเตียงเพื่อที่อึนอูจะได้ไม่ต้องดึงเสื้อของตน ดูเหมือนสายตาจะปรับสภาพกับความมืดได้แล้ว เธอเห็นอึนอูนอนอยู่ใต้ผ้าผืนบาง แถมยังกอดเจ้าลูลู่ลูกชายของเธอ
“เธอมาทำอะไร?”
“ได้ยินเธอเข้ามา” อึนอูก้มหน้าลงแล้วพึมพำใต้ผ้าห่ม โดยแทบจะไม่ได้ยินเสียง “คิดถึง…”

     ให้ตายเถอะ เจี๋ยฉงดีใจมากที่ตอนนี้มันมืด เพราะหน้าเธอร้อนผ่าวไปหมดแล้ว

“เหรอ…” เธอวางมือบนหัวของอึนอูอย่างแผ่วเบา ปัดปอยผมที่บังตาอีกฝ่ายออก จากนั้นค่อยๆลูบหัวของอึนอู เป็นสัมผัสที่อ่อนโยน เจี๋ยฉงตั้งใจให้อึนอูรู้สึกดี และดูเหมือนมันจะได้ผลดี อึนอูเอียงหัวตามสัมผัสของอีกคน เหมือนลูกหมาที่กำลังอ้อนเจ้าของอะไรอย่างนั้น “ฉันก็กลับมาแล้วไง”

     เจี๋ยฉงคิดว่าเธอกล่อมอึนอูจนหลับโดยการลูบหัวไปแล้ว เธอจึงลุกขึ้นเพื่อจะเปลี่ยนเป็นชุดนอน แต่ทว่า

พรึ่บ!

“อึนอู…?”

     เป็นการจู่โจมที่เหนือคาดหมาย เจี๋ยฉงเสียหลักเพราะแรงฉุดของเจ้าชิบะที่นอนอยู่บนเตียง เธอล้มลง แต่มือของอึนอูช่วยรับไว้ ทั้งคู่พลิกตัวไปมาเพื่อหาท่านอนที่สบายที่สุด และตอนนี้เจี๋ยฉงอยู่ใต้ผ้าห่ม เจ้าลูลู่คั่นกลาง ทั้งยังมี… อ้อมกอดอุ่นๆจากคนข้างๆ

     อึนอูไม่พูดอะไร แถมยังชิงหลับไปก่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

     เอาไงดีล่ะ? เจี๋ยฉงคิด เสื้อยืดและกางเกงยีนส์ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ชุดนอนที่ดีนัก โดยปกติเจี๋ยฉงจะชอบเปลี่ยนเป็นชุดสบายๆทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน การที่กลับบ้านมาเจออึนอูอยู่บนเตียงของเธอเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด แต่ทำไงได้ล่ะ อีกอย่าง… การที่มือเล็กๆของคนข้างๆโอบรอบเอวเธอแบบนี้… ก็ไม่แย่สักเท่าไหร่

     เจี๋ยฉงค่อยๆขยับเข้าไปใกล้ เริ่มรู้สึกถึงลมหายใจของอีกฝ่าย เธอหายใจเข้าออกตรงจังหวะกับอึนอู และหัวใจของทั้งคู่ยังเต้นตรงกันอีกด้วย ค่อยๆประคองใบหน้าของอีกฝ่ายให้ก้มลงชิดซอกคอของตนเอง แล้ว…

จุ๊บ—

     เจี๋ยฉงบรรจงจูบหน้าผากของอึนอูอย่างแผ่วเบา อ้อยอิ่งและอ่อนโยน ‘นี่คงเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือนเลย’

.
.
.

     ภายใต้ผ้าห่ม สองร่าง (และเจ้าลูลู่) พัลวันกันยุ่งเหยิงไปหมด ดูเหมือนว่าอึนอูจะเป็นฝ่ายรู้สึกตัวก่อน เธอหาว จากนั้นจึงฝังหน้าของตนที่ไหล่ของเจี๋ยฉง ‘อุ่นจัง’ เธอไม่อยากลุกจากเตียงเลย เพราะนั่นหมายถึงความรู้สึกอบอุ่นนี้จะจบลง คิดไปจึงตัดสินใจว่า เธอจะแสร้งทำเป็นไม่ตื่นก็แล้วกัน อีกสักสอง… สาม หรือห้านาทีคงไม่เสียหาย

     อึนอูแอบลืมตาขึ้นข้างหนึ่ง ตรงหน้าคือสันกรามที่คมชัด ขนตางอนและยาว แก้มขาวชมพูระเรื่อจากความอบอุ่นของผ้าห่มและอ้อมกอดของเธอ ผมสีดำสนิทปกคลุมหน้าของเจี๋ยฉง อึนอูอดไม่ได้ที่จะจัดผมให้ ผละมือออกจากเอวของคนที่หลับอยู่ ค่อยๆเกี่ยวผมทัดหูอย่างระมัดระวัง แต่แล้วพอมองดูหน้าที่แสนเพอร์เฟคของโจวเจี๋ยฉง อึนอูก็ห้ามใจไม่ได้เลย เธอใช้ปลายนิ้วไล้แก้มสีชมพูนั้นอย่างเต็มไปด้วยความรู้สึก… ความรู้สึกรัก

     ไม่ได้ตั้งใจจะปลุกอีกฝ่ายหรอกนะ แต่รู้สึกว่าสัมผัสของอึนอูที่แก้มจะมีผลต่อเธอ เจี๋ยฉงเริ่มงัวเงียแล้วกอดลูลู่แน่น อึนอูเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มกับตัวเอง

“ไง ขี้เซา” เธอกระซิบ เลื่อนตัวขึ้นจนหน้าอยู่ระดับเดียวกับอีกฝ่าย “จะนอนจนแก่เลยรึไง”
“งืมมมมม…” เจี๋ยฉงครางแล้วเอียงหัวไปซุกมือเธอ บ้าจริง ตอนนี้ใจเธอมันจะระเบิดอยู่แล้ว อึนอูไม่ได้ขยับมือไปไหน ปล่อยให้อยู่ใต้แก้มของคนขี้เซานั่นแหละ
“ก็ได้ งั้นเธอนอนต่ออีกซักนิดแล้วกัน”

     คล้อยบ่ายแล้ว ตะวันสาดแสงกระทบผ้าม่าน พวกเธออยู่ในห้องตามลำพังเพียงสองคน อึนอูคิดว่าซองยอนคงออกไปทำธุระตั้งแต่เช้ามืด เนื่องจากตั้งแต่เธอตื่นขึ้นมา อีกเตียงก็ว่างแล้ว

     ราวกับอยู่ในภวังค์ก็ไม่ต่าง เวลานี้พวกเธอทั้งสองตกอยู่ในโลกของตัวเอง โลกที่มีเพียงเตียงเล็กๆ แสงแดด และอ้อมกอดของคนข้างกาย ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้

ที่ข้างๆโจวเจี๋ยฉง —เป็นของจองอึนอูเสมอ
และสำหรับจองอึนอู —ก็มีเจี๋ยฉงอยู่ข้างๆตลอดเช่นกัน
ไม่ว่าเวลาไหน…
ก่อนเข้านอน หรือ ตอนตื่นมา
                               END.
ฟิคนี้เป็นฟิคแปลนะคะ เราตัดและดัดแปลงบางส่วนเพื่อให้เรื่องไม่ยืดเกินไปค่ะ (ขออนุญาตเจ้าของมาแล้วค่ะ) ถ้าอยากอ่านเต็มๆ อ่านต้นฉบับได้นะคะ ภาษาสวยมากด้วยเผื่อใครอยากตาม เราแปลเพราะชอบและอยากเผยแพร่ ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ หวังว่าจะชอบนะค้า ปล. คิดถึง #เจี๋ยหมวย มาก

original version: https://archiveofourown.org/works/13334439

I Lay My Heart Down and Fall Asleep —bigeunbi

SHARE

Comments

Coolingmental
12 months ago
งืออออ ละมุนละไมมากก อ่านเวอร์อิ้งมาแล้ว มาอ่านเวอร์ไทยก็ยังเขินค่ะะ -\\\\\\-
คนอะไรอบอุ่นขนาดนี้คะโจวเจี๋ยยย อยากมีเจี๋ยเป็นของตัวเองแบบหมวยบ้างงง
เรือของเราไม่ได้เเล่นด้วยโมเม้น แต่แล่นด้วยแรงศรัทธา ของชิปเปอร์ค่ะะ
ขอบคุณที่แปลฟิคดีๆแบบนี้ มาพายไปด้วยกันค่ะะ ฮุยเลฮุยยยยย 😘😘😘
Reply
zero9
12 months ago
ขอบคุณนะคะ💓 เม้นยาวมากเลย รักคู่นี้และอยากเผยแพร่ฟิคดีๆค่ะ >< ขอบคุณที่อ่านเช่นกันนะค้า เรือเดินด้วยแรงเราค่ะ //พายยย
pinkyyoon
11 months ago
ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ ฮืออออ เราเคยอยากอ่านค่ะ แต่ก็แบบเห็นศัพท์แล้วอ่อนแรง เจี๋ยหมวยเป็นอะไรที่อบอุ่นจริงๆค่ะ ฝึกด้วยกัน อยู่ด้วยกัน จนมาถึงวันที่เค้ารักกัน ฮืออ
Reply