ตะกอน
คุณถามว่าฉันสบายดีไหม
แน่นอน ...ฉันตอบคุณไปว่าสบายดี แล้วยิ้มนางงาม 
คุณถามว่าฉันมีคนรักหรือแต่งงานแล้วหรือยัง
แน่นอน ...ฉันยิ้มขำๆ แล้วตอบคุณไปว่า

"แต่งแล้ว ...แต่งกับงานที่ฉันรักมากที่สุดในโลก" 

"ดีใจด้วย ในที่สุดเธอก็ทำความฝันของตัวเองได้สำเร็จสินะ"
คุณยิ้ม ...ยิ้มอบอุ่นเหมือนที่เคยชอบทำ

"อืม ขอบใจนะ" ฉันยิ้มตอบอย่างจริงใจ 

แล้วเราสองคนก็หันไปสนใจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกับแกล้มมากมายบนโต๊ะ
คุยกับเพื่อนสมัยเรียนคนนั้นที คนนี้ที
ก็นี่มันไม่ใช่การออกเดตที่มีแต่เราสองคนนี่นะ
มันคืองานเลี้ยงรุ่น เต็มไปด้วยเพื่อนฝูงเก่าๆมากมาย
บางคนก็ไม่เจอกันมากว่าสิบปี...เหมือนฉันกับคุณ 

กลับมาจากงานเลี้ยงรุ่นคืนนั้น
ฉันหอบสังขารอันเหนื่อยล้าขึ้นมานอนแผ่บนเตียงกว้าง
อ้างว้าง โดดเดี่ยว เดียวดาย ...ไม่น่าแยกห้องนอนกับงานเลย!
 
ฉันแหงนหน้ามองเพดานแล้วคิดถึงคุณ 
นานมากแล้วที่ไม่ได้คิดถึงคุณแบบนี้มาก่อน...

นับตั้งแต่ความรักแบบเด็กๆของเราสองคนสิ้นสุดลง...
ฉันก็คิดถึงคุณแทบนับครั้งได้
เพราะสมองของฉันตลอดหลายปีที่ผ่านมา
จุแน่นไปด้วยเรื่องเรียน งานและความฝัน ที่ฉันอยากทำให้สำเร็จ

ตะกอนความรักอาจตกผลึกอยู่ในก้นบึ้งหัวใจ 
พอได้เจอคุณอีกครั้ง ก็เหมือนมีมือใครบางคนกวนมันขึ้นมา 
หรืออาจเป็นเพียงความรู้สึกผิด กับสิ่งที่ฉันเคยทำไว้กับคุณ... ฉันเองก็สุดรู้
แต่ฉันคิดถึงคุณ
คิดถึง...แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง 

ฉันไม่ได้ถามว่าคุณสบายดีไหม
เพราะเห็นๆอยู่ว่าคุณสบายดี ออร่าจับตรึม จนเพื่อนเก่าของเราหลายคนกรี๊ดกร๊าด 
ฉันไม่ได้ถามว่าคุณคิดถึงฉันบ้างรึเปล่า
เพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ถามคำถามนั้น
ฉันไม่ได้ถามว่าคุณมีคนรักหรือแต่งงานแล้วรึยัง
เพราะแหวนเงินบนนิ้วนางข้างซ้าย คือคำตอบที่เสียงดังอยู่แล้ว 

SHARE
Writer
ElectricPink
Literary enthusiast
เขียนสิ่งที่วิ่งเข้ามาในหัว :)

Comments