ฉันขอ(ผิด)สาบาน
ฉันขอสาบาน...แฮก...แฮ่ก ท่ามกลางแดดเที่ยงที่กำลังทวีความร้อนขึ้นเรื่อยๆเหมือนกำลังอยู่ในเตาอบที่คนนอกเตาเอามือจิ้มแตะเพิ่มอุณหภูมิความร้อนให้สูงขึ้นเรื่อยๆเพื่อให้เราสุก สุกและสุกจนผิวรอบนอกไหม้เกรียม
"โอ๊ยย ไม่ไหวแล้ว สาบานได้เลยว่ามันจะไม่มีครั้งที่สอง ฉันจะไม่มาอีกแล้วเป็นแน่"
เราไม่รู้เลยว่าเราเดินมาไกลแค่ไหนแล้ว มันไม่มีป้ายบอกระดับหรือระยะทางอะไรทั้งนั้นแต่มันก็กินเวลาร่วมสองชม.เข้าให้แล้ว ฉันบ่นพลางสาวเท้าพลาง บ่นไปงั้นแหละแต่จะไม่ล้มเลิกความตั้งใจเด็ดขาด หากคนที่เดินมาด้วยกันไม่เป็นคนเอ่ยปาก อีกอย่างนะ นี่เป็นแผนที่เคยคิดตั้งไว้นานมากแล้วแต่ไม่มีโอกาสและไม่เปรี้ยวพอที่จะมาเพียงลำพัง เมื่อมีผู้ร่วมทางหลงมาด้วยกันและคิดว่ามันคงเป็นครั้งเดียว เพราะครั้งต่อไปจะอีกเมื่อไหร่ไม่รู้ ไหนๆก็มีโอกาสมาแล้ว เราจะไปให้สุดทาง เราจะไม่มีทางหันหลังกลับ!! แต่สาบานว่าครั้งหน้าจะไม่มีและไม่มาอีกแล้ว มันเหนื่อย!!!

"เราเดินมาไกลแค่ไหนแล้วอะ แล้วเมื่อไหร่จะถึงเนี่ย!?" ฉันถามผู้ร่วมทางเพียงคนเดียวของฉัน
"ไหวไหม? หาที่นั่งพักก่อนก็ได้นะ" แทนที่เขาจะตอบ เขากลับถามฉันด้วยสุ่มเสียงอ่อนโยนเช่นเคย
"ยังไหวอยู่ แค่อยากรู้ว่าอีกไกลไหม?" ฉันยังอยากได้คำตอบปลอบใจว่า 'อีกไม่ไกล' หรือ 'อีกนิดเดียว' เท่านั้นเช่นเดิม
"เวลาเดินป่าหรือปีนเขาแบบนี้นะ อย่าเอาแต่โฟกัสปลายทางสิ หันมองรอบๆระหว่างทางบ้างก็ได้"
"..."
"พวกรายละเอียดเล็กๆระหว่างทางอ่ะ คนเราชอบทำมันหล่นหายไปอย่างน่าเสียดาย" เขาพูดจบแล้วยิ้มให้ ก่อนจะหันหลังออกเดินนำต่อไป
เหมือนชีวิตช๊อตๆและขาดอะไรบางอย่างไปอีกครั้ง มันเลยต้องการการเติมเต็มด้วยกิจกรรมมากมายที่ทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าจนอยากร้องขอเวลาหยุดพัก ฉันรู้สึกว่าอยากทำอะไรมากมายจนไม่มีเวลาคิด หรือติดต่อสื่อสารกับใครมากนัก อยากหยุดพักจาก 'ความจำเป็น' ที่จะ 'ต้อง' ตอบแชทหรือไลน์ตลอดเวลา อยากเว้นจากการเช็คและตอบอีเมล์เป็นร้อยเป็นพันฉบับในแต่ละวัน อยากหยุดที่จะอัพเดตให้เพื่อนในเฟสบุ๊คหรือแฟนเพจรู้ว่าตอนนี้อยู่ไหน ทำอะไรหรือไปทำอะไรมา แต่ทั้งหมดที่ว่ามานั้นเป็นส่วนหนึ่งของงาน ดังนั้นฉันจึงหยุดอะไรไม่ได้นอกจาก 'ลาออก' !! เมื่อฉันไม่ต้องอัพเดตเรื่องราวอะไรมากมายเช่นเคย ฉันคงได้ทำอะไรมากขึ้นรึป่าวนะ ฉันคงไม่ต้องใช้เวลาว่างหรือวันหยุดหมดไปกับการคอยเช็คและรายงานความเป็นไปในโลกโซเชียลทุกวินาทีอีกแล้วใช่ไหม ฉันจะกลับมาเสพสิ่งที่อยากเสพแค่บางช่วงเวลาของวัน ตอนไหนก็ได้ที่รู้สึกอยากเสพแบบเดิมใช่หรือเปล่า?

บางครั้งแค่อยากหยุดทบทวนว่ามันถูกต้องจริงหรือมันดีจริงไหม สำหรับการมอบหรือทำให้ผู้อื่นมีความสุขมากมายตลอดเวลา แต่ตัวเราเองกลับหาความสุขไม่ได้เลย แม้กระทั่งจากสิ่งที่ทำ นี่คงเป็นการวางมือแบบดื้อๆครั้งแรกจากที่อยู่บนเส้นทางแห่งนี้ หยุดและพินิจพิเคราะห์ว่าฉันเผลอทำอะไรหล่นหายไประหว่างนี้หรือเปล่า?? ปิดคอมพ์ ไม่สนใจมือถือ และเดินเข้าป่าอีกครั้งหนึ่ง เห๊ย! นี่ไม่ได้ไปตามเพลงวันหนึ่งฉันเดินเข้าป่านะ ฮาา แต่เชื่อเหอะ วันนั้นช่วงสงกรานต์เราก็เอาแต่ปีนเขาและเข้าป่ากันสองวันซ้อน วันแรกน่ะแค่ปีนบันได 1,237 ขั้น ซึ่งไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจอะไรมาก่อนทั้งสิ้น แต่ที่นี่เคยปีนสำเร็จมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อประมาณสองปีก่อนมั้ง เลยไม่ได้ตั้งทาร์เกตว่าต้องสำเร็จอีกหรือไม่ แต่ให้ตายสิ! สำเร็จวะ โคตรสะใจในความบ้านี้ของตัวเองเลย พอมาถึงเขาอีกลูกที่ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่ได้สูงมากนักกับระยะทาง 3.7 กิโลเมตรบวกความชันเป็นระยะๆ ฉันก็ลั่นวาจาสาบานไว้ว่าไม่เอาแล้ว ใครชวนรอบหน้านี่ขอบายเลย และนึกย้อนไปตอนครั้งไปปีนเขาเล่ อำเภอสะเดา ครั้งนั้นก็เป็นตัวต้นคิดและรบเร้ากับเพื่อนๆจนได้ไปจริงๆในเช้าตรู่วันหนึ่ง และไม่ทันไรก็ได้ตะโกนใส่หน้าว่า "ชั้นจะไม่มาอีกแล้ว ใครชวนไปปีนเขาหรือขึ้นที่ไหนก็ไม่เอาแล้ว"

แต่ให้ตายสิ! มันค่อนข้างจะน่าแปลกใจที่เมื่อไหร่ก็ตาม สบถคำนั้นออกไป ไม่นานบรรดาขุนเขาทั้งหลายมักมีอิทธิพลกับฉันแปลกๆ ทั้งพร่ำเพรียกเรียกหา ก้อนหิน ต้นไม้ สายลมและอะไรเหล่านั้นมันมักกลับมาเชิญชวนให้ฉันสอดส่องหาเขาตลอดเวลา เพื่อกลับไปสัมผัสความรู้สึกเดิมๆ อีกเอาสิ! ไปสิ! อยากเห็นเสื้อที่เปียกโชกประหนึ่งโดนสาดน้ำมาก็มิปาน อยากได้กลิ่นโชยของเหงื่อ ความโหด ความทรหดแต่ละเส้นทาง ความเหนื่อย ความอยากเขวี้ยงทุกอย่างในมือทิ้งแม้ว่าตอนนั้นถือแค่น้ำดื่มขวดเล็ก 600 มล. เพียงขวดเดียว ความท้อแท้และอยากล้มเลิกความตั้งใจทั้งหมดที่มี ความรู้สึกดีๆเมื่อถึงยอดเขา มันเชื้อเชิญจนต้องหาวันหยุดเพื่อไปทำภารกิจเหล่านี้ให้สำเร็จอีกในสักวันหนึ่ง

ยอมรับเลยว่าตอนนี้ "คิดถึงเขา" มาก
มากซะจนถ้ายังหาเขาใกล้ๆปีนไม่ได้ก็จะกลับไปซ้ำเขาเดิมอีกสักรอบให้พอเป็นกระสัย นี่ไม่รู้ว่าบ้าไปแล้วรึป่าวที่รู้สึกกลับไปกลับมาเช่นนี้ ทุกครั้งเหมือนจะหลาบจำและไม่ทำอีกแล้ว แต่พอห่างหายไปไม่ทันถึงเดือนก็มีความอยากเข้ามาแทนที่ได้เร็วดีเหลือเกิน แต่ทุกอย่างดีนะ เป็นภาวะที่ลงตัวกว่าเดิมจริงๆ ละทิ้งจากทุกสิ่ง ทำงานเพื่ออยู่รอดและไม่ข้องเกี่ยวกับพื้นที่ส่วนตัวอีก มีสัดส่วนชัดเจน นอนเป็นเวลาตื่นเช้า มีเวลาพัก ทำอาหาร ปั่นจักรยาน ดูรายการที่ชอบ ไปโยคะ เล่นกับน้อง สังสรรค์กับเพื่อน ที่สำคัญมีเวลาให้ครอบครัว ความสุขให้ผู้อื่นยังคงสร้างต่อไป แต่ไม่ได้อยู่ภายใต้ขอบเขตและข้อกำหนดของเงินและงานอีก อาจจะเปลี่ยนรูปแบบหรือแตกต่างจากเดิมสักหน่อย พวกเขาก็ยังคงได้รับความสุข มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเช่นเดิม เช่นเดียวกับฉันในตอนนี้แหละ :) ดูเป็นคอมฟอร์ทโซนดีๆ ธรรมดาๆนี่เอง ก็นะ... ตอนนี้น่ะอยากเก็บรายละเอียดเล็กๆระหว่างทางไปให้มากที่สุดไง กลัวมันจะหล่นหายไป เราคงจะเสียใจมากๆเหมือนกันนะถ้ารู้ตัวอีกทีไม่ใช่ว่าเราทำมันหล่นหายไปเฉยๆแต่กลับไม่ได้เก็บอะไรไว้เลยน่ะ ส่วนอนาคตนั้น...ไม่รู้สิ! คิดไว้ว่า...

ฉันขอ(ผิด)สาบานได้หรือไม่ ... 
เพราะฉันคิดจะไปหาเขาตราบเท่าที่ยังไปไหว หรือจนกว่าเขาไม่อยากให้ไปหานู้นแหละนะ
#กาลครั้งหนึ่ง #April2018 
SHARE
Writer
ItimZ
Smile Maker :)
A chubby girl who live in Wonderland! ;) It's always TEA time.

Comments