สิ่งที่ใช่สำหรับเขาไม่ได้หมายความว่ามันจะใช่สำหรับเราเสมอไป
ก่อนอื่นของสวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านนี้คือ Story แรกที่ฉันเขียน เรืองราวที่ฉันจะเขียนต่อไปนี้ อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกไม่ค่อยดี แต่ฉันแค่หวังว่าอยากเขียนมันเพื่อว่าอย่างน้องฉันอาจเจอผู้อ่านที่ต่างก็เคยพบเจอและเคยตกอยู่ในพวังความความรู้สึกเหล่านี้เหมือนฉัน
เอาละ เข้าเรื่องกัน 
คุณเชื่อในเรื่องของความแตกต่างมั้ย...?
จำเป็นหรือ ที่เรียนคณะเดียวกัน สาขาวิชาเดียวกันแล้วต้องชอบเหมือนกัน ทำกิจกรรมเหมือนกัน...?
ใช่หรือ ที่ปากบอกเข้าในในความต่างแต่สิ่งที่คุณใช้ในการตัดสินมีแค่รูบริคสกอร์ไม่กี่ข้อที่คุณเขียนขึ้นและความต่างในแบบที่เราเป็นไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในรูบริคสกอร์...?
ใช่หรือที่ที่ฉันเป็นคนโง่ในสายตายเพื่อนๆครูอาจารย์เพราะฉันสอบตกวิชาเลข แต่ชอบจิตวิทยา...?

ฉันเชื่อเรื่องความต่างนะ และฉันก็รู้ว่าทุกคนรู้ว่าเราต่างมีความแตกต่างกัน แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าในความต่างอย่างแท้จริง แล้วพยายามหาวิธีการวัดและประเมินผลตรงตามความสามารถและความถนัดของเด็ก 
".....เรารู้ว่าคุณเหนื่อยที่ต้องสอนเด็กตกวิชาเลข ฟิสิกส์ เคมี และเราก็เหนื่อยที่ต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเพื่อนให้ผ่าน F ของวิชาเหล่านี้ไปให้ได้....."
ใช่...ฉันเลือกเรียนสาขาวิชานี้แล้ว ฉันรู้ว่าฉันต้องเจอกับอะไร และใช่!! ฉันต้องเจอกับมันเหล่าวิชาเลขที่แสนหินสำหรับฉันแต่ดูเป็นเรื่องกล้วยๆของเพื่อนร่วมคลาสของฉัน และด้วยเหตุนี้ฉันจึงต้องพยายามทำมันให้เต็มที่เพื่อพยุงตัวเองให้รอดในแต่ละเทอม....
ฉันเป็นคนหนึ่งที่เชื่อเสมอว่า
มนุษย์เรามีความแตกต่างกัน
 เพราะฉันก็มีความต่าง ฉันเป็นตัวฉันในแบบที่ฉันเป็นแล้วมีความสุข ผิดหรือ ที่การที่ฉันเรียนสาขาเดียวกับคุณแต่ฉันกลับสอบได้คะแนนวิชาพวกนี้น้อยกว่าคุณ ฉันดูเป็นคนที่แย่มากในสายตาคุณเพียงเพราะฉันไม่ชอบกิจกรรมที่พวกคุณทำและผลที่ฉันทำออกมาก็ดูไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับพวกคุณเอาเสียเลย ทั้งที่ฉันพยายามแล้วจริงๆนะ  แม้กระทั้งหลอกตัวเอง  ยิ่งโต เราก็จะยิ่งทำตามใจตัวเองได้น้อยลงเพราะเราถูกสอนให้คิดถึงคนอื่นมากๆจนลืมจุกกำเนิดความสุขของตนเองและหลายครั้งที่เราโดนบีบให้ ต้องเลือกระหว่าง
"ต้องทำ" กับ "ควรทำ" 
แล้วถามว่าคุณเลือกอะไร....? 
ทำในสิ่งที่เราอยากอยาทำเถอะถ้าสิ่งที่เราเลือกไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ฉันไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ของฉันแตกละคน มีจุดกำหนดรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเดียวกันมั้ย แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่ฉันค้นพบเกี่ยวกับตัวฉันคือ จุดกำเนิดรอยยิ้นและเสียงหัวเราะของฉันและเธอมันต่างกัน ฉันมีความสุขกับที่เงียบ สงบๆ ของฉัน  เรามันต่างกัน ฉันรู้ในความหมายและสายตาของเธอและฉันก็ต้องคอยบอกตัวเองเสมอให้พยายามให้มากถ้ายังอยากมีชีวิตรอดเพื่อเรียนในเทอมถัดไป มาถึงตอนนี้ สิ่งที่ฉันคิดได้อีกหนึ่งประโยคคือ
จุดกำเนิดความสุขของเรามันต่างกันเหมือนกับการดูหนังเรื่องเดียวกัน หยดน้ำที่หยาดรินอาบสองแก้มของเราที่ไหลออกมาพร้อมๆกัน แต่ใครจะบอกเราได้ว่า เพราะเหตุใดเราถึงร้องไห้ 
ไม่รู้ใครรู้จักเราดีเราตัวเราเองเป็นในสิ่งที่เราอยากเป็น ทำในสิ่งที่เราอยากทำ แคร์คนอื่นให้น้อยลงแล้วแคร์ความรู้สึกตัวเองให้มากขึ้น แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของคำว่า ต้องไม่ทำให้คนอื่นลำบาก
บนความต่างที่หลากหลาย เชื่อว่าต้องมีใครสักคนที่เข้าใจในความต่างที่ตัวฉันเป็น
เขาบอกมาว่าสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง งั้นก็แสดงว่ารูบริคสกอร์ที่เราใช้วัดความสามารถของฉันก็ไม่ได้กว้างหรือควบคุมไปถึงในสิ่งที่ฉันเป็นและฉันจะไม่โกรธเขาที่เขาจะมองว่าฉันอ่อนเลขเพราะฉันยังผ่านมันมาได้และฉันก็ยังรักษาคะแนนจิตวิทยาไว้ได้ ฉันพึ่งรู้ว่าการเรียนแบบไม่ต้องหวังเกรดสวยๆ มันก็แอปปี้ไปอีกแบบ เป็นในสิ่งที่เราเป็น ทำในสิ่งที่เราชอบให้ดีที่สุด ส่วนสิ่งที่ไม่ถนัดก็ต้องพยายาม อาจต้องพยายามมากกว่าคนอื่นหน่อย เมื่อเทียบผลลัพธ์ของเรากับเขามันอาจดูต่างกัน แต่อย่างน้อยเราก็บอกตัวเองได้เต็มเสียงว่าเราพยายามเต็มที่แล้วนะ ให้รูบริคสกอร์ของฉันคือ
รอยยิ้ม ความสุข เสียงหัวเราะ 
ที่ออกมาจากความรู้สึกของฉัน บิริคสกอร์ที่ใช้วัดความเป็นตัวของฉันเองในวันที่ใครหลายคนวัดฉันด้วยรูบริคสกอร์ของเขา เพราะไม่มีรูบริคสกอร์ไหนสามารถวัดความเป็นฉันได้ ดังนั้นฉันก็ไม่ควรเอารูบริคของฉันไปวัดความเป็นเขาเช่นกัน นี่คือสิ่งที่ฉันเฝ้าบอกตัวเองมาตลอด ใครที่เรามาอ่านสตอรี่นี้เเล้วเคยตกอยู่ในวังวนเดียวกันมาแช์กันหน่อยนะคะว่ามีวิธีพยุงตัวเองยังไง มันเหนื่อยใจบางทีเล่าให้ใครฟังไม่ได้ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ระบาบหน่อยละกันนะ
SHARE
Writer
Sucha_Sri
storyM
ให้ตัวหนังสืออธิบายความรู้สึก

Comments