7 วิธีการทำงานในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ
ผมคิดว่าหลายคน คงเคยอยู่ในสถานการณ์หรืออารมณ์แบบนี้บ้างนะครับ คือต้องทำอะไรที่มันไม่ใช่เรา หรือมันฝืนใจเราพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นงานที่เราไม่ถนัด หรือเป็นงานที่เราอาจจะถนัดแต่น่าเบื่อมาก ๆ หรือแย่ไปกว่านั้น คือเป็นงานไม่ถนัดและน่าเบื่ออีกต่างหาก 555

ใครที่ได้ทำงานที่เราชอบเรารัก 100% เลย อันนั้น ผมขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ เพราะคุณโชคดีมาก หรืออาจจะไม่ใช่โชคดี แต่เอาเป็นว่าคุณอยู่ในสถานการณ์ที่บทความนี้อาจจะไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไร
แต่ผมเชื่อว่าไม่มากก็น้อย บางที โลกเรามันไม่ได้ Perfect มันจะต้องมีบางช่วง บางตอนของชีวิตบ้างแหละ ที่เราอาจจะจำเป็นต้องทำอะไรที่เราไม่ค่อยชอบทำ มาถึงตอนนี้ หลายคนอาจจะบอกว่า ไม่ใช่บางช่วงบางตอนหรอก ตอนนี้โดนเต็ม ๆ เลย ก็งานที่ทำอยู่นี่แหละ ทั้งน่าเบื่อ ไม่ถนัด แถมหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก
เอาล่ะครับ ผมเอาประสบการณ์ส่วนตัวของผม จากที่เคยทำงานก็นานพอสมควร ในหลายบทบาท ตั้งแต่เป็นพนักงานประจำ ในตำแหน่งวิศวกร จนกระทั่งมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่ง ก็รับหน้าที่หลายบทบาท ตั้งแต่ เป็นผู้สอน นักวิจัย ผู้บริหาร ที่ปรึกษา กรรมการชุดต่าง ๆ นักเขียน นักพูด (เอ ชักจะเยอะไปละนะ 555)

ก็ต้องบอกว่า มันมีงานบางอย่างที่ผมรักและชอบมาก ๆ เช่น การทำวิจัย หรือ การเขียนหนังสือ อันนี้ ไม่มีปัญหาเลยครับ ให้ทำเมื่อไร ทำได้ทันที ทำแบบลืมเวลาเลยก็ว่าได้

แต่ก็มีงานหลายอย่าง ซึ่งบางทีมันก็เป็นโอกาสเข้ามา ให้เราลองทำดู แต่พอทำไป มันไม่ชอบน่ะสิ เพราะมันไม่ตรงกับลักษณะนิสัยส่วนตัวของเรา คราวนี้ เราจะทำอย่างไรดี ผมมีข้อแนะนำดังต่อไปนี้ครับ

1. เลิกทำซะ

อ้าว แหมพูดง่ายหนิ อ่านมาถึงตอนนี้ บอกไม่ชอบ ก็เลิกทำ ไม่ต้องอ่านมันแล้วไหม แหม เลิกได้ ก็เลิกไปแล้ว ใจเย็น ๆ ครับ ขออธิบายต่อนิดหนึ่งนะครับ จริง ๆ ข้อแนะนำข้อนี้ ทรงพลังมากนะครับ เพราะมันเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเลย คืองานบางอย่าง ถ้าเราไม่ถนัด ไม่ชอบ วันหลังถ้าใครมาขอให้เราทำงานนั้น ๆ เราต้องรู้จักปฏิเสธครับ และการปฏิเสธนี่ มันเป็นข้อดีทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ คือ ตัวเราก็ไม่ต้องทำงานที่เราไม่ชอบ ส่วนผู้ที่มาขอให้เราทำ เขาก็จะได้ไปหาคนที่ถนัดงานนั้นมากกว่าเรา

แล้ว ถ้าเป็นงานที่กำลังทำอยู่แล้วไม่ชอบล่ะจะทำอย่างไร จริง ๆ option นี้ก็ยังพอเป็นไปได้นะครับ บางทีเราอาจจะขอลาออกจากตำแหน่งนั้น หรือขอสลับตำแหน่งไปยังตำแหน่งที่เราถนัดกว่า ผมทราบดีครับว่า หลายคนอาจจะคิดว่า มันยากมาก แต่บางที ถ้าเราไม่ทดลองทำ เราไม่ทราบหรอกครับว่า จริง ๆ มันก็ทำได้ บางที พอเราตัดสินใจทำไปแล้ว สิ่งที่เรากลัว ๆ ว่า หัวหน้าจะว่าเรา หรือไม่พอใจ มันก็อาจจะไม่เกิดขึ้น จนบางที อาจจะคิดว่า แหมถ้ารู้ว่ามันง่ายแบบนี้ รู้งี้ทำไปซะตั้งนานแล้ว มานั่งทรมานอยู่ได้ตั้งนาน

แต่ก็มีบางทีครับ ที่มันเป็นงานที่เราทำแล้วมันค้างคาอยู่ อันนี้ก็ต้องลองคิดว่า ถ้าเราออกไป มันจะก่อให้เกิดผลเสียอย่างไรตามมาหรือไม่นะครับ แต่ก็อย่าถึงกับตัดโอกาสว่า “ทำไม่ได้หรอก” บางที เราคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ แต่เอาเข้าจริง ถึงเราออก เขาก็ทำกันต่อได้ หรือแม้กระทั่งหาคนมาแทนเราได้ไม่ยาก

2. คิดซะว่า “แล้วมันก็จะผ่านไป”

อันนี้มาจากคำภาษาอังกฤษคำหนึ่งที่ผมเคยได้ยินอยู่บ่อย ๆ ครับ เขากล่าวว่า This too shall pass หรือแปลเป็นไทยว่า “แล้วมันก็จะผ่านไป” ข้อคิดนี้ ใช้ได้กับงานที่มันมีระยะเวลาชัดเจน เช่น เราต้องทำ Project อันหนึ่ง สมมุติว่า 2 ปี พอเริ่มทำแล้ว พบว่า เราไม่ชอบเลย น่าเบื่อมาก แต่จะเลิกทำ มันก็อาจจะลำบาก เขาอุตส่าห์ไว้ใจเรา ก็ลองคิดแบบนี้ครับว่า “แล้วมันก็จะผ่านไป” จะยังไงก็ตาม เวลามันเดินตลอดครับ สุดท้ายมันก็ต้องครบ 2 ปีอยู่ดี เราจะไปทุกข์กับมันทำไม พอมันผ่านไปแล้ว เรามองย้อนกลับมา เราอาจจะพบว่า สิ่งที่เรากังวลหรือไม่มีความสุข มันก็เป็นแค่จุดเล็ก ๆ ในชีวิตเราเท่านั้น

3. พยายามหาข้อดีของงานนั้นให้มากที่สุด

อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งผมยอมรับเลยครับว่าไม่ง่ายเลย คือ เราต้องพยายามหาข้อดีในงานนั้นให้ได้มาก ๆ เช่น เราต้องทำ Project หนึ่งที่เราเบื่อมาก หรือ เราไม่ถนัดเลย และก็ไม่อยากจะเรียนรู้เรื่องนี้ด้วย เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ ให้เราลองมาหาข้อดีของ Project นี้ดูครับว่า เราจะได้อะไรบ้าง เช่น เราจะได้รู้จักคนเก่ง ๆ เพิ่มขึ้นไหม หรือเราจะได้เรียนรู้ทักษะในการทำงาน อย่างน้อยก็ทักษะเรื่องความอดทน ไม่ท้อถอย หรืออาจจะเป็นเรื่องของค่าตอบแทนก็ได้ หรือแม้กระทั่งลองคิดว่างานที่เราทำนั้น มันส่งผลดีต่อคนอื่น ๆ ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ มันจะช่วยให้กำลังใจเราไม่มากก็น้อยครับ

4. คิดซะว่า มันเป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา

บางครั้งงานที่เราต้องทำแล้วเราไม่ชอบนั้น มันก็อาจจะไม่ใช่งานทั้งหมดของเราก็ได้ ถ้าเป็นกรณีนี้ ลองคิดว่า เอาล่ะ เราคงไม่สามารถจะได้ทำงานที่เราชอบ 100% เลยได้ มันก็ต้องมีบางส่วนบ้างล่ะที่เราอาจจะไม่ถนัด ไม่ชอบ แต่มันก็แค่ส่วนหนึ่งของงานทั้งหมดเท่านั้น มันไม่ใช่ทั้งหมดสักหน่อย เช่น เราอาจจะได้ Project หนึ่งมาทำ ซึ่งเราไม่ชอบ แต่เราอาจจะใช้เวลา 2 วันต่อสัปดาห์สำหรับ Project นั้น เรายังมีอีกตั้ง 5 วัน ที่จะได้ทำในสิ่งที่เราถนัดและชอบมากกว่า คิดได้แบบนี้ เราก็อาจจะเบาใจลงได้นะครับ

5. บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้น มันมีเหตุผลทั้งนั้น

อันนี้เป็นเทคนิคที่ผมชอบใช้เหมือนกันนะครับ เวลาไปเจอเหตุการณ์ที่เราไม่ค่อยชอบ ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Everything happens for a reason เช่น เวลาเรากำลังรีบไป แล้ว รถดันมาติดมาก ๆ อันนี้ เราไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ไม่ว่าจะโกรธเท่าไร มันก็ไม่ทำให้เราไปได้เร็วขึ้น แทนที่จะคิดแบบนั้น ให้บอกตัวเองว่า บางอย่างที่เกิดขึ้น มันมีเหตุผล แปลว่า ที่รถติด มันอาจจะส่งผลดี โดยที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เหมือนกับการทำงานในสิ่งที่เราไม่ชอบเช่นกัน บางทีการทำสิ่งนั้น มันจะนำมาซึ่งสิ่งดี ๆ ในชีวิตที่เราคาดไม่ถึงเหมือนกัน ให้เราลองดูกันต่อไปครับ

6. หาคนพูดคุยด้วย

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมนะครับ เราต้องการเพื่อน บางที การที่เรามีใครสักคนที่เราสามารถพูดคุยด้วย บอกเล่าถึงความเครียดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือมีคนที่เรารักเป็นกำลังใจ มันก็จะเป็นทางออกที่ดีสำหรับเราทางหนึ่ง คนเหล่านี้จะคอยให้กำลังใจและให้คำปรึกษาเราได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นสามีภรรยา คุณพ่อคุณแม่ หรือแม้กระทั่งลูก ๆ หรือจะเป็นเพื่อนสนิทเราก็ได้ ลองคุยกับเขาดูครับ บางทีสิ่งที่เรารู้สึกหนักใจ พอได้พูด ได้ฟัง มันก็จะคลายความกังวลใจไปได้พอสมควรทีเดียวครับ

7. คิดซะว่า ยังมีคนลำบากกว่าเราอีกมาก

บางครั้งการที่เราต้องไปทำงานที่เราไม่ชอบนั้น มันก็ยังดีกว่าคนหลาย ๆ คน ที่ไม่มีแม้กระทั่งงานให้ทำ มีความเดือดร้อนทางการเงิน ยากจน มีภาระหนักอึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนี้สิน หรือมีความจำเป็นต้องเลี้ยงดูครอบครัวต่าง ๆ คนเหล่านี้ ขอแค่มีงานทำ และได้รับเงินหรือผลตอบแทนแล้ว เขาจะไม่เกี่ยงเลย และจะดีใจมาก ๆ ด้วยซ้ำ การที่เราคิดถึงคนเหล่านี้ (ซึ่งในสังคมเรามีจำนวนมากเลยนะครับ) มันจะทำให้เรารู้สึกว่า ความทุกข์เรามันน้อยมาก ๆ ถ้าเทียบกับเขา และจะทำให้เรามีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น

เอาล่ะครับ หวังว่าเทคนิคเหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ บางเทคนิคก็อาจจะเหมาะกับบางคนหรือบางสถานการณ์ ลองเอาไปปรับใช้กันดูได้ครับ ผมก็ใช้ทุกข้อที่เขียนมาเหมือนกันครับ เพราะผมก็เหมือนกับคนอื่น ๆ แหละครับ คือก็ต้องทำอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยชอบทำเหมือนกัน เอาเป็นว่า เป็นกำลังใจให้กับทุกคนแล้วกันนะครับ สู้ ๆ ครับ

อ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่ www.NopadolStory.com หรือเข้าร่วมกลุ่ม Line@ ได้ที่ https://line.me/R/ti/p/%40nopadolrompho
SHARE
Writer
Nopadol
Writer Professor
ศาสตราจารย์ สาขาบริหารการปฏิบัติการคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Comments