It's my Prof.'s day!
ช่วงนี้ลงกรุงเทพฯ ตั้งใจจะเดินทางจากนี่ไปปฏิบัติธรรมที่บ้านบึงในวันจันทร์ที่ 30 เม.ย. นี้

จริง ๆ ก็รู้มานานแล้ว ก่อนจะเป็นเพื่อนกับอาจารย์บนเฟซฯอีก ว่าอาจารย์เกิดวันที่ 1 พ.ค. (รู้จากในไอจีน้องน้ำแข็ง)

ตอนแรกตั้งใจว่าจะเมลส่งข้อความอวยพรหลังจากปฏิบัติธรรมเสร็จ 
แต่พอรู้ว่าวันแรงงานมีบรรยายตามปกติ และวันที่เป็นวิชาของอาจารย์ตรงกับวันเกิดอาจารย์พอดี เลยเช็กดูวิดีโอคำบรรยายย้อนหลังว่าช่วงนี้อาจารย์ท่านไหนสอน เพราะวิชานี้มีอาจารย์สอน 3 ท่าน 
และโชคดีมากที่ถึงช่วงของอาจารย์พอดี
เลยตัดสินใจเลื่อนวันไปปฏิบัติธรรมออกไปหนึ่งวัน และตั้งใจจะทำการ์ดวันเกิดให้

ฉันไม่รู้ว่าอาจารย์ชอบสีอะไร แต่อาจารย์ชอบใส่เสื้อผ้้าโทนสีขาว ก็คงทำนองนั้น เลยใช้กระดาษขาวแซมสีม่วงอ่อน ๆ
ฉันวาดรูปกระต่ายที่หน้าการ์ดให้ 
ฉันคิดว่าอาจารย์คงชอบ เพราะฉันรู้สึกว่าคนที่มีชื่อเป็นความหมายตรงตัว ก็มักจะชอบสิ่งนั้น ๆ ชอบซื้อของที่มีสิ่งนั้น ๆ
และฉันติดสติกเกอร์หมีเล็ก ๆ ลงไปด้วย มันเป็นหมีออกมาจากของขวัญ
ฉันรู้ว่าพี่ชายอาจารย์ชื่อหมี แต่ฉันไม่รู้ว่าอาจารย์จะรู้มั้ยว่าฉันต้องการให้ความหมายว่า พี่ชายเป็นเหมือนของขวัญอย่างหนึ่งของอาจารย์ และจะมีพี่ชายอยู่กับน้องสาวเสมอ
(โอ้ย ทำไมฉันเป็นคนลึกซึ้งอย่างนี้)
ส่วนข้างในฉันก็ติดลายลูกไม้เป็นกรอปด้วย 
ก็คิดว่าอาจารย์คงชอบ เพราะรู้สึกว่าอาจารย์ชอบใส่ชุดที่เป็นแบบลูกไม้



สำหรับฉันแล้ว อาจารย์เปรียบเสมือนผู้มีพระคุณคนหนึ่งในชีวิตฉัน
ฉันไม่สามารถจะหาคำไหน หรือพูดประโยคใด ที่บอกได้อย่างสมบูรณ์ว่าอาจารย์มีพระคุณอย่างไร 
แต่บอกได้เลยว่า..มาก

ทุกวันนี้ฉันเริ่มดีขึ้นกว่าแต่ก่อน สาเหตุหนึ่งก็เป็นเพราะได้รับความเมตตา กรุณาจากอาจารย์
ทำให้ทุกวันนี้ฉันห่างหายจากการพูดคุยกับอาจารย์
ครั้งล่าสุดที่ได้พบเจอก็เห็นจะเป็นงานสานสัมพันธ์ฯที่คณะ เมื่อช่วงธันวาฯที่ผ่านมา
ทว่าฉันยังมีความระลึกถึงให้อาจารย์เสมอ
ฉันมิอาจลืมผู้มีพระคุณในชีวิตฉันได้
ทุกครั้งที่ภาวนา ฉันก็จะน้อมบุญถึงอาจารย์เสมอ

ฉันเลยคิดว่าวันเกิดของอาจารย์เป็นโอกาสดีที่สุดที่ฉันจะได้พูดคุย และส่งความรู้สึกที่ดีจากฉันให้อาจารย์มันเป็นความรู้สึกแบบว่า อาจารย์เป็นผู้มีพระคุณของฉัน และเป็นเหมือนlife motivatorของฉัน ก็เลยอยากทำอะไรให้เนื่องในวันพิเศษ
มันอาจจะเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมาก ๆ  แต่ฝ้ายตั้งใจทำให้จากใจฝ้ายจริง ๆ นะคะ
ทุกครั้งที่ได้พบเจออาจารย์ ฉันรู้สึกเหมือนได้รับพลังเสมอ ก็คงจะจริงที่ว่าถ้าอยู่ใกล้คนที่มีพลังบวก เราก็จะได้รับพลังนั้นไปด้วย
ทำให้ฉันค่อนข้างeagerอยากจะเจออาจารย์
เพราะทุกครั้งที่ได้พบเจอ ฉันเหมือนถูกmotiveอยู่เสมอ

เวลาที่ฉันมองเห็นอาจารย์
ฉันมองเห็นตัวเองในอนาคตประสบความสำเร็จ ในด้านการศึกษา ครอบครัว ฐานะ และสังคม
เหมือนอาจารย์ยังไงล่ะ
มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบนะ แต่อย่างน้อยวันนี้ฉันก็มีพลังที่จะทำมันให้เต็มที่

อาจารย์เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ฉันอยากเข้าจุฬาฯ
แต่ถ้าเข้าไม่ได้ ฉันก็ตั้งใจจะมาทางสายกฎหมาย
และจะเป็นอาจารย์ โดยที่มีอาจารย์เป็นต้นแบบ
และก็จะส่งต่อความเมตตานี้ เหมือนที่อาจารย์เคยให้กับฉัน
แต่ไม่ว่าในอนาคตฉันจะเป็นอะไรก็ตาม ฉันเชื่อว่าที่สุดแล้วฉันจะอยู่ในบทบาทที่ทำประโยชน์ให้กับสังคม ไม่ว่าทางใดก็ตาม
และการที่ฉันจะไปยืนตรงจุดนั้นได้ ก็เพราะวันนี้ฉันได้ถูกmotiveจากอาจารย์ :)

จนในที่สุดก็ถึงวันนี้..
ฉันเข้าไปในห้องเรียนจากทางด้านหลังขณะที่อาจารย์กำบังบรรยายอยู่
ฉันไม่แน่ใจเอาเสียเลยว่าอาจารย์มองเห็นฉันรึเปล่า ฉันawkwardเอาเสียมาก
แต่อาจารย์อาจจะมองไม่เห็น เพราะอาจารย์เคยบอกว่าอาจารย์สายตาสั้น มองนักศึกษาสวยหล่อไปหมด - -*

ฉันว่ามันน่าเบื่อมากกับการนั่งเฉย ๆ จะอ่านหนังสืออื่นก็ไม่มีสมาธิ เสียงอาจารย์ทำฉันawakeอยู่เสมอ
ฉันเลยลงไปข้างล่าง พอ 40 นาทีก็หมดคาบฉันจึงขึ้นมา
แต่ก็ไปนั่งรอหน้าห้อง เพราะฉันต้องการเข้าหาอาจารย์จากทางด้านหน้า และไม่อยากให้อาจารย์เห็นฉันก่อน

ก็นั่งรออยู่นาน..จนเมื่ออาจารย์สอนเสร็จ
ก็ยังไม่เสร็จ..
เพราะมีนักศึกษาไปถามอาจารย์อยู่ค่อนข้างนาน
ทำให้ฉันต้องยืนตรงประตูทางเข้า มองผ่านกระจกสะท้อน เพื่อมองหาจังหวะที่เหมาะสมที่ฉันจะเข้าไปได้
(บางทีฉันก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นมนุษย์processรึเปล่า ทำไมทุกอย่างต้องมีแผน มีวิธีการนาา)
อมก..ฉันใจสั่นมาก มากขนาดที่ว่าจนต้องกำหนดตื่นเต้นหนอ555 
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย แต่ฉันต้องเดินเข้าไปแล้ว!

อาจารย์กำลังหันหลังทำอะไรสักอย่าง
ฉันเดินเข้าไปและพูดว่า'อาจารย์ขาา'เหมือนทุก ๆ ครั้งที่พบอาจารย์
อาจารย์ตอบ'คะ' ทั้ง ๆ ที่หันหลังอยู่
และหันมาตามเสียงไม่นาน
'อ้าว ฝ้าย!' อาจารย์ร้องเสียงหลงปนสำเนียงดีใจ
'ไม่ได้เจอกันนานเลย' เป็นคำทักทายที่ฉันรู้สึกดีจริง ๆ เพราะฉันก็รู้สึกว่ามันนานที่ไม่ได้เจอ รู้สึกเหมือนได้กลับมาบ้าน

อมก ฉันโคตรnervous ฉันนึกไม่ออกว่าฉันจะพูดอะไร
การพูดกับอาจารย์ เป็นการที่ฉันไม่เป็นตัวเองสุด ๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดนะ ทว่าเป็นสำเนียงการสื่อสารที่ฉันไม่เคยมีกับใคร
อาจารย์ถามถึงเรื่องสอบปลายภาคที่ผ่านมา ฉันค่อนข้างอึดอัดจะตอบ เพราะฉันไม่ได้สอบ อาจารย์คงรู้สึกได้เลยถามอย่างอื่นแทรกมา
(วันหนึ่งที่ฝ้ายทำสำเร็จ วันที่การเรียนของฝ้ายมันชัดเจน ฝ้ายจะบอกอาจารย์นะคะ ฝ้ายไม่มีทางทิ้งการเรียนแน่นอน ฝ้ายมีความตั้งใจที่จะเรียนให้ดีที่สุด วันนี้มันดูไม่ชัดเจน ฝ้ายเลยยังไม่พร้อมจะพูดอะไร)

อาจารย์บอกว่าฉันดูสวยขึ้น 
ฉันรู้สึกไม่ยินดียินร้าย กลับคิดว่าคงเพราะแต่งหน้านิด ๆ ถอดแว่น และมัดผมแบบผู้หญิงมั้ง
ฉันบอกอาจารย์ว่าฉันไปปฏิบัติธรรมมาเลยเอาบุญมาฝาก
รู้สึกดีจัง เพราะตอนปฏิบัติฉันก็ตั้งใจทำ และตั้งใจน้อมบุญให้อาจารย์เสมอ และวัันนี้อาจารย์ก็ได้รับรู้

เราเดินไปคุยไป ฉันเลือกที่จะพูดไม่มาก เพราะฉันต้องการฟังสิ่งที่อาจารย์สอนฉันให้มากที่สุด ในช่วงเวลาอันเล็กน้อยนี้
อาจารย์เป็นคนที่สองที่บอกว่าฉันเป็นคนละเอียด ลึกซึ้ง และอยากให้ฉันเก็บตรงนี้เอาไว้ มันเป็นสิ่งที่ดี แต่ประมาณว่าใช้ให้มันถูกทาง

อาจารย์ก็ถามว่ากับแม่เป็นยังไงบ้าง ฉันก็ไม่รู้จะบอกยังไง
อาจารย์บอกว่าฉันคล้าย ๆ ลูกอาจารย์ อาจารย์ก็เล่าให้ฟัง ฉันก็รู้สึกขำมาก ๆ ตอนนั้น ได้ฟังมุมมองจากคนเป็นแม่
เวลาที่ฉันมีความคิดที่ไม่ดีกับแม่ มันจะนึกถึงอาจารย์ และจะเปลี่ยนเป็นความคิดที่ดีขึ้น ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
การรู้จักกับอาจารย์ ทำให้ฉันอยากจะทำดีกับแม่

เมื่อเห็นว่าจะถึงคราต้องแยก ฉันเลยให้การ์ดวันเกิดที่ถูกสอดไว้ในหนังสือกับอาจารย์ แทนการพูดไปตรง ๆ ว่าHappy Birthday
'เอ่อ..อาจารย์คะ' ฉันพูดด้วยเสียงawkwardสุด ๆ พร้อมยื่นการ์ดให้อาจารย์ ที่เมื่ออาจารย์เห็นก็รู้ทันทีว่าฉันสื่อสารอะไร
อมก ทำไมมือฉันต้องสั่นด้วย อาจารย์ได้โปรดช่วยรีบรับไปได้ไหมคะ
อาจารย์มองดู และพูดด้วยความประหลาดใจปนดีใจ
'รู้ได้ไงคะว่าวันนี้วันเกิดอาจารย์ ดูสิ ขนาดวันเกิดก็ยังต้องมาสอน' อาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังนัก แต่ฉันก็นึกขำในใจ 

เรายืนคุยกันอยู่ตรงนั้นไม่นาน จากนั้นก็แยกย้ายกัน
อาจารย์บอกว่ามีอะไรก็ปรึกษาอาจารย์ได้
ฉันอยากขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ 
ตอนนี้ฉันสบายดี คงไม่มีอะไร และที่เป็นอย่างทุกวันนี้ได้ก็เพราะอาจารย์นะคะ

ฉันอาจเป็นเหมือนมดตัวเล็ก ๆ ในชีวิตอาจารย์ แต่สำหรับฉันแล้วอาจารย์เป็นคนที่สำคัญคนหนึ่งในชีวิตฉัน
มันอาจจะดูแปลกที่ฉันทำอะไรให้อาจารย์
แต่สำหรับฉันแล้ว มันคือสิ่งที่ออกมาจากใจ ที่ฉันทำเต็มที่ทุกครั้งที่มีโอกาสให้ได้สื่อสารไป ว่าฉันรัก และขอบคุณนะคะ

ฉันเพิ่งได้เข้าใจความรู้สึกการส่งความรู้สึกดี ๆ ให้คนที่เรารัก มันไม่สำคัญเลยว่าเขาจะตอบกลับหรือไม่
แค่ได้ส่งความรู้สึกที่ดีนั้นออกไป ก็สุขใจแล้ว..

May 1st ,2018
SHARE
Writer
PLOYplanet
Sister
| erratic | contemplative | justice | neutral |

Comments