ความคิดล่องลอยในวันฝนตก
เมื่อหลายปีก่อน เราเคยเจอเหตุการ์ณฝนตก น้ำท่วม และรถติดหนักมากที่ถนนวิภาวดีมา 1 ครั้ง จำรายละเอียดมากไม่ได้นัก จำได้แค่ว่ารู้สึกย่ำแย่ถึงขีดสุด

วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่มีความรู้สึกอย่างนี้ หลังจากป๊าเสีย ความรื่นเริงร่าเริงส่วนหนึ่งในชีวิตก็ขาดหายไปอยู่ ประกอบกับการทำงานกับทีมใหม่ก็ยังไม่เข้าขากันหนัก ทำให้รู้สึกไม่มีความสุขในที่ทำงานเท่าไหร่นัก

วันนี้ได้เข้าใจสัจธรรมอีกอย่างหนึ่ง ที่ผู้ใหญ่มักพูดเสมอ คนเราต้องอดทน ตอนยังเด็ก ไม่เข้าใจว่าถ้าไม่มีความสุข แล้วจะทนไปทำไหม ตอนนี้ได้เข้าใจแล้ว เราอดทนเพื่อคนที่เรารัก ถ้าเราไม่มีภาระอะไร เราคงยอมแพ้ไปแล้ว แต่วันนี้เรามีม๊า เราต้องเป็นที่พึ่งให้ม๊า เราจะถอยไม่ได้ เราอนุญาตให้ตัวเองท้อได้เป็นครั้งคราว

วันนี้เป็นวันศุกร์ ควรเป็นวันที่เรา ชาวมนุษย์เงินเดือน ได้มีความสุข กลับไปนอนตีพุงแผ่หลาที่บ้าน ปรากฎว่า พระพิรุณไม่เป็นใจเอาเสียเลย

ฝนห่าใหญ่ได้เทลงมาในเวลาที่พอเหมาะพอควร หลังเลิกงานพอดิบพอดี ขณะนี้อยู่บนรถเมล์ได้ราว 4 ชม. เห็นจะได้

นั่งเล่นมือถือจนแบตหมด อารมณ์เสียแล้วอารมณ์เสียอีก จนเริ่มปลงตก จิตใจเริ่มสงบ จึงเขียนบทความนี้ขึ้นมา

เราได้อะไรจากตรงนี้บ้าง?

เราใช้เวลาตรงนี้ ในการคิดทบทวนสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

เราเสียคุณพ่อไป ภายนอกเราอาจจะยังเข้มแข็ง แต่ใครจะรู้ว่า ข้างในของเรา ได้สูญเสีย เป้าหมาย แรงขับเคลื่อนที่สำคัญยิ่งในชีวิตไปแล้ว เราตั้งใจทำงาน เพราะ เรายังดูแลป๊ากับม๊าให้ดี เราอยากทำให้ทั้ง 2 คน ภูมิใจ วันนี้คนๆหนึ่งได้จากไปแล้ว ด้วยรายได้ของเราตอนนี้ เราสามารถดูแลม๊าได้สบายๆ เราเลยไม่รู้ว่า เราต้องพยายามขวนขวายไปอีกเพื่ออะไร และ เพื่อใคร

เราวิเคราะห์ว่า นี่อาจจะเป็นสาเหตุสำคัญให้เราใส่ใจงานน้อยลง ร่วมทั้งงานที่นี้ เราเพิ่งเข้ามาใหม่ ยังไม่มีงานสำคัญในมือมากนัก ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าคุณค่าของตัวเองน้อยลง

เราต้องทำอย่างไงกับสถานการ์ณตรงนี้ดี?
SHARE
Written in this book
Diary

Comments

dea12un
1 year ago
นั่งสวดมนต์ครับ
Reply
Nu_Bell
1 year ago
ต้องเตรียมบทสวดไว้กับตัวซะแล้ว 555