ความจริง




เราไม่อยากรู้สึกแย่เลย 

ตอนไหนที่เรารู้สึกแย่เราเหมือนตัวคนเดียวตลอด 

เราเป็นคนที่ไม่ค่อยระบายกับใคร ชอบเก็บไว้คนเดียวเป็นส่วนมาก
  

เก็บมันไว้ภายใต้หน้ากากสดใสของตัวเอง



ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

..

แต่เราคิดว่าสงบกับใจตัวเองเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นมาเองแหละ เราจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาหนักใจไปด้วยเลย



แต่วันหนึ่ง

เราเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เราคิดมันเริ่มสั่นคลอน..
 


เมื่อเราได้คุยกับเพื่อนคนนึง ไม่เชิงเพื่อนมากเท่าไหร่เพราะเขาคือคนที่เราเคยรู้สึกดีด้วย


เป็นคนที่ทำให้เราเข้าหาเมื่อสี่ปีก่อน เขาเป็นคนแข็งๆไม่แสดงออกมากเท่าไหร่  พูดง่ายๆว่า 'จีบยาก'


แต่เราเป็นคนทำให้เขาเปลี่ยนไป


เขาอ่อนโยนขึ้นมาก 


แต่อยู่ต่อหน้าเพื่อนหรือคนอื่นๆเขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่แสดงออกมากเท่าไหร่ 

แต่เวลาที่อยู่กับเราสองคนเขาเหมือนเป็นคนละคนกันเลย

เหมือนเก็บด้านน่ารักๆไว้ให้เราเห็นคนเดียว


แต่ด้วยความที่ไม่ได้อยู่ในสถานะที่มันชัดเจนอะไรๆก็เปลี่ยนไปได้

วันนึงเราเป็นคนบอกเขาเองว่า

..เราจบกันแค่นี้ก่อนไหม..


เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
ถามกับตัวเองยังหาคำตอบไม่ได้เลย



สรุปคือจบกันแบบไม่เคลียร์ ปีต่อมาเรากับเขาอยู่คนละห้องกันเป็นเวลาสามปี สามปีที่ไม่ได้คุยอะไรกันแต่มองหน้ากันไม่ติดในช่วงแรกๆ ต่อมาก็ปกติเจอหน้ากันก็แค่ไม่ยอมสบตากัน ฟีลเหมือนคนจีบกันใหม่ๆแต่นี่ไม่ใช่ 



ปัจจุบันเราได้มาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ... ตอนแรกทั้งเราและเขาก็ดูอึดอัดเล็กน้อย เลี่ยงคุยกัน แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขากับเราเรียนพิเศษที่เดียวกันพอดี จ-ศ ก็เจอทุกวัน ส-อ ยังเจอกันอีกไม่ให้คุยก็คงจะไม่ได้ นานวันเราก็เริ่มคุยกันมากขึ้นจนคุยได้เป็นปกติ อาจจะเขินบ้างตามประสาคนเคยรู้สึกดี  วันไหนเรากลับบ้านไม่สะดวกเขาอาสาส่งเราตลอด งานไหนเราไม่ทันไม่เข้าใจก็สอนเรา 


เขาใจดีกับเราเหมือนเดิม :-) 



ทั้งเราและเขาไม่ได้อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทุกอย่างที่ทำคือบริสุทธิ์ในคำว่าเพื่อนที่อยู่ภายใต้ความจริงใจ




เราเปิดใจคุยอะไรกับเขาในหลายๆเรื่อง อย่างที่ว่าเราไม่ชอบพูดอะไรให้ใครฟัง 

แต่ถ้ามีคนที่ไว้ใจให้ฟังเราจะกลายเป็นคนพูดเยอะในทันที 

เหมือนเรามีหลายเรื่องที่จะเล่าให้คนอื่นฟังแต่ไม่มีโอกาส



พอเจอคนที่เข้าใจ เราก็เหมือนจมดิ่งอยู่กับสิ่งที่เราเก็บไว้นาน พอได้เปิดปากพูดสิ่งที่เราเก็บมาตลอดมันพรูออกมาจนเกือบหมด :-(



แอบเสียดายเหมือนกันที่เผลอโม้เรื่องตัวเองให้คนอื่นไปตั้งเยอะ


แต่มันก็คุ้มกับสิ่งที่เราได้มา


..ความสบายใจ..




เหมือนยกอะไรหนักๆออกไปจากอก..

 จากที่หายใจไม่ออกก็รู้สึกหายใจโล่งขึ้น








และมันทำให้เรารู้ ว่าความจริงแล้ว





เราทุกคนต้องการความสบายใจที่เกิดจากความสบายใจจริงๆ

ไม่ใช่หลอกตัวเองว่าเราสบายใจทั้งที่ในใจอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก





                                                                                                    
                                 ♡                      
                                fluffy. 






30/04/2018 




SHARE
Writer
iamfluffygirl
writer
ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านการเขียนและเล่าเรื่อง. (fluffy)

Comments