ชีวิตไม่ยากถ้าตั้งโจทย์ง่าย, ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ 6
สมมติถ้าเราตั้งโจทย์ให้กับชีวิตว่า “ทำอย่างไรถึงจะวิ่งจนผอมน้ำหนักลงสิบกิโลได้”
.
กับถ้าเราตั้งอีกโจทย์ว่า “ทำอย่างไรเราถึงจะวิ่งมากขึ้นกว่าเมื่อวานได้อีก 1%”
.
ถ้าเมื่อวานวิ่งได้ 1 กิโล วันนี้ก็วิ่งเพิ่มอีกแค่ 10 เมตร เป็น 1010 เมตร
.
ถ้าวันนี้วิ่งได้ 1100 เมตร พรุ่งนี้ก็แค่วิ่งให้ได้ 1111 เมตร
.
ตัวเลขดูน้อยแต่เชื่อมั้ยว่าถ้าผ่านไป 1 ปี เราจะวิ่งได้เยอะขึ้นจากวันแรกถึง 36เท่าโดยประมาณ
.
แค่เปลี่ยนการตั้งโจทย์การวิ่ง ชีวิตก็ง่าย และมีโอกาสเป็นไปได้ขึ้นอีกเยอะ
.
ถ้าเปลี่ยนเป็นเรื่องการทำงาน
.
ถ้าเราตั้งโจทย์ให้กับตัวเองว่า “ทำอย่างไรถึงจะทำผลงานได้ดีที่สุด”
.
ก็คงจะยากที่จะทำได้ และบอกได้ว่าผลงานครั้งนี้ “ดีที่สุด” แล้วจริงๆ
.
แต่ถ้าเราลองตั้งโจทย์ใหม่ว่า “ทำทุกงานให้ดีกว่าครั้งก่อน” แค่นี้ทุกครั้งก็จะได้งานที่ดีที่สุดแล้ว
.
เพราะภูเขามีหลายลูก ไม่ต้องหาเทือกเขาที่สูงที่สุดเพื่อพิชิตหรอก ค่อยๆพิชิตเขาตรงหน้าไปทีละลูกก็ได้
.
บางทีเขาที่สูงที่สุด เราอาจพิชิตมันไปเมื่อวันก่อนแล้วก็ได้ใครจะรู้
.
ถ้าเราใช้ชีวิตเหมือนเล่นกีฬาได้ก็คงดี
.
ดีตรงที่ตอนเล่นกีฬาเราต่างเล่นกันเต็มที่
.
แถมพอผลออกมาก็ต่างยอมรับกันอย่างเต็มใจ
.
ชนะก็ดีไป แพ้ก็เล่นใหม่ ไม่ก็ไปทำอย่างอื่นเท่านั้นเอง
.
แต่กับการใช้ชีวิตเรากลับตั้งโจทย์ยากๆ และยึดติดกับผลลัพธ์มากเกินไป
.
จนเหมือนว่าทั้งชีวิตนั้นไม่เหลืออะไรให้ทำอีกแล้ว
.
เหมือนที่ผมเคยอ่านเจอว่า “ไม่ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีอะไรทำ”
.
แต่คงต้องขอเติมต่ออีกนิดว่า “แค่ทำทุกวันให้ดีก็พอ”
.
ถ้าบางครั้ง “ปัญหา” เข้ามาหาชีวิต ก็ให้มองเป็น “โอกาส” ให้ได้ขบคิดลับสมองแก้ปัญหานั้น
.
เพราะปัญหาใหม่ๆ ก็จะนำมาสู่ทางออกใหม่ๆ บทเรียนใหม่ๆ รวมถึงโอกาสใหม่ๆด้วยเหมือนกัน
.
อย่างครั้งนึง ตัน โออิชิ เคยเอาชาเขียวโออิชิเข้าไปบุกประเทศเพื่อนบ้าน
.
ที่ลาว โออิชิได้เสียงตอบรับดีมาก ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแทบไม่พอขาย
.
แต่ที่กัมพูชากลับต่างไปอย่างสิ้นเชิง ขายไม่ได้แทบซักขวด
.
พอคุณตันมานั่งวิเคราะห์แบบย้อนกลับก็พอว่า ที่ขายดีที่ลาวนั้นเป็นเพราะคนลาวดูทีวีไทย เข้าใจภาษาไทย และอินกับสินค้าไทย
.
ดังนั้นพอชาเขียวโออิชิมาวางขาย เค้าก็มีต้นทุนการรู้จักที่ดีรออยู่แล้ว
.
แต่กับกัมพูชานั้นไม่ สัญญาณทีวีไทยไปไม่ถึงกัมพูชา ไหนจะกำแพงเรื่องภาษาที่ต่างกันสิ้นเชิง
.
ทำให้คนกัมพูชาไม่มีต้นทุนที่รู้จักชาเขียวโออิชิเป็นทุนเหมือนประเทศลาว
.
แต่คุณตันก็พบว่า พอเอาสินค้าอย่างตุ๊กตาโออิชิในตอนนั้นมาจัดโปรโมชั่นซื้อสองขวดชาเขียวแล้วแถมตุ๊กตาฟรี
.
ผลคือเริ่มขายได้ แต่ขายได้เพราะเด็กเล็กที่มากับพ่อแม่นั้นอยากได้ตุ๊กตาตาเลยรบเร้าให้ซื้อ
.
ตัน โออิชิ เลยจัดโปรโมชั่นใหม่ ซื้อตุ๊กตาแถมชาเขียวสองขวด ผลคือกลุ่มครอบครัวต่อแถวกันซื้อจนของหมด
.
ตันมองว่าตุ๊กตาเป็นการลงทุนเพื่อให้คนได้ลองกิน พอคนกินแล้วชอบในรสชาติชาเขียวคราวนี้พ่อแม่ก็จะกลับมาซื้อเองโดยไม่ต้องใช้ตุ๊กตาล่อ
.
แค่นั้นยังไม่พอ ตัน โออิชิ ยังเพิ่มยอดขายด้วยข้าวโพดคั่ว หรือ ป็อปคอร์น กับคุ้กกี้ข้าวโอ๊ต ผลที่ตามมาคือคนคอแห้งจนต้องหาชาเขียวมากินเพิ่มขึ้น
.
ถ้า ตัน โออิชิตั้งโจทย์ยากในตอนนั้นว่า ทำอย่างไรให้คนกัมพูชาซื้อชาเขียวโออิชิกิน ป่านนี้คงขายได้ไม่เท่าไหร่
.
แต่ ตัน โออิชิ กลับตั้งโจทย์ให้ง่ายขึ้นว่า “ทำอย่างไรให้คนได้ลองชิม” เพื่อคนชอบแล้วจะได้มาซื้อเอง
.
ตุ๊กตาก็เลยเป็นคำตอบ
.
ยังมีอีกหลายที่น่าสนใจในเล่มไม่แพ้เรื่องนี้
.
ทั้งหมดนี้จะเห็นว่า แค่ตั้งโจทย์ให้ง่าย หาโจทย์ให้ถูก ชีวิตก็จะง่ายขึ้นเยอะในทุกๆเรื่องเลยครับ
.
.
#ReadAndLearn ชีวิตไม่ยากถ้าตั้งโจทย์ง่าย, ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจเล่มที่ 6
.
หนุ่มเมืองจันท์ เขียน
สำนักพิมพ์ มติชน
.
เล่มที่ 46 ของปี 2018
20180425
SHARE
Written in this book
ReadAndLearn
อ่านเพื่อเรียนรู้จากเรื่องราวและเรื่องเล่า
Writer
nuinattapon
Reader
Hi my name is Nattapon I love to read and share story inside the book to everyone. I just want to share.

Comments