A Quiet Place อันตรายของการส่งเสียง และ ความกดดันในความเงียบ
ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งโลกของเราต้องตกอยู่ในสภาวะเงียบงัน ส่งเสียงออกมาก็เป็นภัยกับตัวเองถึงแก่ชีวิต จากอะไรก็ไม่รู้ที่เราไม่สามารถนิยามได้ว่ามันคืออะไร และพิษสงที่ร้ายกาจของมันกลายเป็นอันตรายต่อมวลมนุษย์ 
จากที่ได้ไปดู A Quiet Place และพึ่งจะมีเวลามาเขียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ความรู้สึกตอนที่ดูจะเป็นเหมือนกันหลายที่ คือ ทั้งโรงเงียบมาก เงียบจนหลายคนไม่กล้ากินป๊อบคอร์นที่ตัวเองซื้อมา (เพื่อนหลายคนที่ได้ไปดูเจอบรรยากาศแบบเดียวกันเลยเล่าให้ฟัง) และ ด้วยการดำเนินเรื่องของหนังที่มีแต่ความเงียบ นักแสดงแทบจะไม่ได้พูดเลยทั้งเรื่อง ซึ่งเป็นความเงียบที่กดดันอารมณ์คนดูมากจนกระทั่งช่วงสุดท้ายที่จะดูเบลอๆ สั้นๆ จบไปแบบนั้น ไม่สมเหตุสมผลแต่คงมีเหตุผลในตัวหนังเอง
อันตรายของการส่งเสียงออกมาในเนื้อเรื่องทำให้เราแอบคิดไปไกลถึงสังคมบ้านเราในปัจจุบัน ณ ช่วงเวลานี้ ที่เราพูดส่งเสียงเรียกร้องอะไรออกมากลับไม่เป็นผล แถมยังโดนด่า หนักสุดถึงขั้นโดนจับ และอยู่ภายใต้อำนาจบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายอะไรได้นอกจากต้องการให้เงียบและทำลายเพื่อให้สิ้นเสียง จนผู้คนไม่สามารถและเกิดความหวาดกลัวต่ออำนาจนั้นทำให้ไม่ยอมเสี่ยงที่จะส่งเสียงออกมา และในที่สุดก็ได้เกิดความกดดันภายใต้ความเงียบที่ถูกสถานการณ์บังคับให้เงียบนี้ขึ้นมา ซึ่งในท้ายที่สุดมันก็ทำให้ความเงียบนี้กลายเป็นระเบิดเวลาดีๆนี่เอง ที่จะสามารถทำให้อำนาจนั้นอ่อนแอลงได้ 
ด้วยสถานการณ์บังคับไม่ให้มีเสียง และทำให้เสียงที่ส่งออกมาไร้ความหมายแถมทำให้เป็นภัยกับตัวเอง ผลจากความกดดันในความเงียบ ได้ทำให้ผู้คนเริ่มหาหนทางจัดการกับสิ่งที่บังคับให้เงียบนั้น ซึ่งกว่าจะบรรลุผล ก็ต้องสูญเสียไปหลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งอันเป็นที่รัก เพื่อสังเวยและต่อสู้กับอำนาจนั้น อย่างไรก็ตาม แม้จะบรรลุผล หาทางออกได้ แต่ไม่ใช่ว่าอำนาจนั้นจะหายไปเลย มันอาจจะวนเวียนอยู่ไกลๆ และย้อนกลับมาทำให้เงียบเช่นเดิมอีก ซึ่งหนังได้ทำให้เห็นถึง อันตรายของสิ่งที่มีอำนาจที่สามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อหยุดเสียงนั้น และส่งผลต่อมาคือความกดดันในความ(บังคับ)ให้เงียบ ซึ่งมันได้เกิดขึ้นเสมอมาในสังคมที่ผู้คนขาดอิสระและเสรีภาพของตนเอง.

ภาพจาก :  twitter @quietplacemovie
SHARE
Writer
Meteorshower
นักเวิ่นเว้อผู้ชอบท่องเที่ยว
นักศึกษาผู้หัดอ่านและหัดเขียน

Comments