ไม่มีคุณ 2
ผมเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน ความเงียบถูกแทรกด้วยเสียงคลื่นลมของชายหาดยามค่ำคืน ทุกครั้งที่เห็นแววตากังกล ทุกครั้งที่คนๆนี้กำลังทุกข์ใจ ผมมองออกเสมอ แอลกอฮอล์กระป๋องที่ยังคงถูกกระดกพรวดๆทำผมหัวเสีย ทนไม่ไหวจนต้องแย่งมันมาจัดการซะเอง

เลิกกันแล้ว  มึงจะทำไงต่อ
ผมสบตาในตอนที่เสียงของคนข้างๆเอ่ยออกมาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหันไปมองหาอะไรสักอย่างผ่านความมืดแทน อาจจะเป็นความกล้าที่ลืมหยิบมันออกมาด้วย 

“ทำไงอะไรอ่ะ เลิกก็เลิกดิ ใช้ชีวิตปกติ ชิวๆ”

 ไม่ใช่เพียงคำตอบ แต่เป็นประโยคปลอบประโลม จงใช้ชีวิตปกติ จงอย่าได้เอาเรื่องของผมไปใส่ใจ 

“อืม ง่ายดีจังวะ ฮ่าๆ” 

เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข อยากจะยื่นมือตัวเองไปผลักเจ้าของเสียงหัวเราะให้กลิ้งไปกับพื้นทราย เคยบอกหลายรอบแล้วใช่มั้ยว่าอย่ายิ้มในตอนที่ไม่อยากยิ้ม อย่าเข็มแข็งในตอนที่กำลังอ่อนแอ อย่างน้อยก็ตอนที่อยู่ด้วยกัน

แต่คงทำไม่ได้ เพราะตอนนี้ไม่มีสิทธิ์

“แล้วต้องทำให้มันยากหรอ” ได้โปรดทำเหมือนทุกอย่างมันง่ายดาย ผมบอกกับตัวเองและคนข้างกายพร้อมๆกัน 

“แล้วตอนมึงไปกินข้าวร้านประจำของเรา ฟังเพลงที่กูเคยร้องให้มึง ไปเที่ยวที่ๆเคยไปด้วยกัน หรือกระทั่งตอนที่มึงกำลังนั่งกินเบียร์อยู่ริมทะเลแบบตอนนี้...มึงจะไม่คิดถึงกูเลยหรอวะ” 

คิดถึงดิ อยู่ด้วยกันตอนนี้ยังคิดถึงเลย คิดถึงที่ผ่านมา คิดถึงตอนที่เรายิ้ม คิดถึงทุกอย่างนั่นแหละ คิดถึงมาตลอด

“ก็คงจะคิด หมายถึงคิดว่า เออ...เคยมากินด้วยกัน แบบนี้มั้ง” คำพูดกับความคิดบางครั้งก็สวนทางกัน แววตาสั่นไหวของอีกคนทำผมเจ็บปวดไปหมด 

ผมโยนกระป๋องเปล่าๆทิ้งไป ภาวนาให้ความกลัวกระเด็นไปไกลๆพร้อมๆกับกระป๋องใบนั้น สูดหายใจเข้าลึกๆ เบาๆ พยายามไม่ให้อีกคนได้ยินแล้วเริ่มพูดต่อ “แต่ถ้ากูไปบ่อยๆ กูก็คงจะชินแล้วเลิกคิดไปเอง ไม่มีมึงไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก” 

ไม่ใช่คำตอบอีกเช่นเคย แต่เป็นคำสั่ง จงชิน การลืมกันไปมันไม่ยากหรอกนะ ทำได้อยู่แล้วน่า 

แม้ตอนนี้ผมจะยังทำไม่ได้ก็ตาม...

“นั่นดิ จะยากอะไรเนอะ ปกติกูกับมึงก็ไม่เหมือนคนเป็นแฟนกันอยู่แล้ว” ตอกย้ำกันเข้าไป ที่ผ่านมาดูแลได้ไม่ดีก็รู้แล้วไง สำนึกแล้ว ถึงได้ยอมปล่อย ปล่อยให้ไปหาคนที่ดีกว่า

“อือ” อยากจบบทสนทนาเร็วๆ คงอดทนตีหน้าตายต่อไปได้อีกไม่นาน ขอบตาร้อนผ่าวราวกับน้ำตาพร้อมจะรินไหลตลอดเวลา อย่าได้ร้องเชียว ไม่งั้นคนตัวเล็กข้างๆได้หัวเราะลั่นแน่

“ตอนที่มึงมาจีบกูอ่ะ คิดไรอยู่” 

บอกตรงๆว่าคิดไม่ถึงกับคำถามนี้ ผมชะงักไปเล็กน้อยแล้วเริ่มใช้ความคิดนึกย้อนกลับไป นานมาก...

“มึงสวย” ไม่มีคำไหนจะอธิบายได้มากไปกว่านี้ สวยจริงๆ สวยด้วยจิตใจ วันแรกที่เจอใจดียังไง วันนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น ยิ้มก็สวย ตาก็สวย สวยไปหมด ตอนนี้ก็ยังสวย 

และยังรัก...

ความเงียบครอบงำพวกเราทั้งคู่ ต่างคนต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง อาจจะเป็นอดีตแสนหวาน หรือปัจจุบันที่ขมขื่นเช่นตอนนี้ ขมกว่าเบียร์ที่กลืนลงไป

“เบียร์หมดแล้ว กลับเหอะ ดึกแล้ว”

 นานพอแล้วกับการเสพความเจ็บปวด 

นานพอแล้วกับการแสดง...ของเราทั้งคู่

“อือ” เราลุกขึ้น

ผมเลือกที่จะเดินเร็วกว่าอีกคนหนึ่งก้าว ทว่าจังหวะในการวางเท้าลงบนพื้นทรายกลับเชื่องช้า พยายามยืดเวลาแม้เป็นแค่เพียงการเดินไปด้วยกัน เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่จะได้เจอกันอีก เมื่อไหร่ที่ความขุ่นเคืองจะหายไป เมื่อไหร่ที่จะมองหน้ากันและกันได้อย่างสนิทใจอีกครั้ง

ไม่รู้...

ไม่เคยรู้อะไรเลย 

บางทีคนข้างหลังอาจกำลังก่นด่าผมด้วยคำหยาบคาย กำลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ อาจจะอยากวิ่งเข้ามาทุบผมสักอั๊กด้วยความหมั่นไส้ หรืออะไรก็แล้วแต่

 ผมอยากให้เป็นแบบนั้น อยากให้โวยวายออกมา ตะโกนห้าม ไม่ให้ทิ้งกันไป หรือตีผมแรงๆสักที ทำสิ ได้โปรด

สายตาแสดงทุกความรู้สึกออกมาในตอนที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับอีกคน สั่นไหว คลอหน่วย ชื้นแฉะ 

ผมร้องไห้...จนได้สิวะ

อยากจะหันไปพูดกับเธอ ประโยคสักประโยคก่อนที่จะต้องจากกันไป แต่หลักฐานของความอ่อนแอที่อยู่บนใบหน้าไม่อาจทำให้หันไปหาอีกคนได้ น้ำตานี้ไม่อาจให้เธอเห็นได้

งั้นขอพูดในใจ ผ่านลม ผ่านเสียงคลื่นแล้วกันนะ 

‘ในวันนั้นน่ะ 

ที่ผมเข้าไปในโลกของคุณ ผมละทิ้งซึ่งโลกของผม เคยชินกับอีกโลกหนึ่งจนหลงลืมโลกของตัวเองไป มีความสุข กลมกลืนไปกับคุณ สิ่งของรอบๆตัวคุณ ไม่อยากออกไปไหน อยากอยู่ตรงนั้น ตรงที่ที่มีคุณด้วย แต่มีเหตุผลให้ต้องออกมา ยากเหลือเกิน อยากหยิบหรือคว้าอะไรออกมาก็ไม่ทันซะแล้ว...

ผมเดินออกมาจากตรงนั้น

หยิบอะไรติดมืิอมาไม่ได้สักอย่าง

แม้แต่ความสุข

หรือความรัก

ใช่...ความรักของผมยังอยู่ที่คุณ

ผมรักคุณ...เหมือนเดิม

ผมไม่อยู่แล้ว แต่ความรักผมยังคงอยู่’

อ่า...การห้ามไม่ให้ตัวเองหันไปกอดอีกคนทั้งน้ำตา มันยากจริงๆ 

การผ่านคืนนี้ไปก็คงจะยากเช่นกัน






SHARE
Writer
00AM
เป็นเด็กเลี้ยงแกะ (หาที่ฝึกงานยังไม่ได้)
ที่ไม่ได้พูดแต่เรื่องโกหก

Comments