When the sky is calling you

" 'Cause you are a sky, you are a sky full of stars"

"Such a heavenly view"

"You are such a heavenly view"
เสียงเพลงถูกเปิดคลอไปกับจังหวะชงกาแฟของบาริสต้าหนุ่มภายในร้าน ใบหน้าของเขานิ่งขรึมขัดกับบทเพลงที่เขาเปิด ดวงตาสีน้ำตาลไหม้มองออกไปนอกกระจก จ้องไปยังท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยเมฆสีครึ้ม

"อเมริกาโน่ร้อนน้ำครึ่งแก้วครับ" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกลูกค้าเจ้าของเมนูกาแฟสุดหอม

ดวงตาคู่คมละสายตากลับมามองซิงค์ล้างจานก่อนจะเริ่มสะสางกองแก้วกาแฟที่กินพื้นที่อ่างไปกว่าครึ่ง

ร่างสูงเสร็จสิ้นการล้างจาน ขาเรียวยาวก็เดินกลับไปประจำจุดที่คิดว่าลูกค้าน่าจะมองเห็นหากเดินเข้ามาใช้บริการภายในร้าน

บรรยากาศดี เคล้าไปกับเสียงเพลงฟังสบายหู

หากดวงตาคู่สวยติดโศกกลับยังเหม่อมองออกไปด้านนอกร้าน 

ฝนตกแล้ว

ชายหนุ่มเลื่อนระดับสายตาลงมาตามการเคลื่อนตัวไหลตามแรงโน้มถ่วงโลกของหยาดฝนที่ปลิวมาเกาะตามกระจกใส 

เขาถอนใจ

ฝนตกในเวลานี้ช่างชัดไปกับเสียงเพลงเสียจริง เขาเดินไปที่เครื่องบดเมล็ดกาแฟ มือเรียวขาวกับนิ้วเรียวยาวสวยขยับเกลียวหมุนบดผงกาแฟลงมาจนเต็มหัวด้ามชง เขาหยิบหัวแสตนเลสมากดจนผงกาแฟจากเมล็ดกาแฟเข้มข้นแน่นเป็นปึกแผ่นเดียวกันก่อนจะนำไปเข้าเครื่องชงตัวโต

กลิ่นหอมปนขมลอยคลุ้งไปทั่วร้านกาแฟที่มีเพียงร่างสูงของเขายืนอยู่เคล้ากับเสียงกระทบของน้ำฝนกับหลังคาร้านที่ด้านนอก 

ขม...

รสชาติแรกหลังจากริมฝีปากบางจรดปากแก้วขมขื่นไปไม่ต่างไปจากอารมณ์ความรู้สึกของเขาในเวลานี้นัก

หากสภาพบนฟ้าด้านนอกว่าแปรปรวนแล้ว จิตใจของเขาคงจะปรวนไปมากยิ่งกว่าหลายเท่า 

ไม่น่าแปลกใจกับผลวิจัยที่ออกมาว่าผู้คนมักเสียชีวิตไปกับฤดูฝนมากที่สุด ทั้งจากอุบัติเหตุและจากการปลิดชีวิตตัวเอง

ความหม่นหมองของเมฆดำครึ้มเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย

เขาถอนหายใจอีกแล้ว มือขาวเรียวแกว่งแก้วกาแฟในมือ มองน้ำสีดำในแก้ววนไปมาอย่างไม่รู้จักเบื่อ

ดวงตาสีสวยเหลือบมองออกไป จับจ้องที่ท้องฟ้าแผ่นเดิม หากในเวลานี้กลับเต็มไปด้วยเมฆมืดสีทะมึน กระแสไฟฟ้าแลบแปลบปลาบไปมาอย่างน่าหวาดเสียวว่ามันจะสะบัดฟาดลงมาที่ได้สักที่

ครึม! ครึม!

เสียงฟ้าร้องคำรามดังลั่น เขาสะดุ้ง สำลักกาแฟที่เพิ่งจิบลงคอไปจนหน้าแดง 

น่าขันเสียจริง

เขาเช็ดปาก มุมปากได้รูปยกขึ้นแค่นยิ้มดูแคลนตัวเอง

ฟ้ายังคงร้องอย่างต่อเนื่อง เสมือนการร้องเรียกหาใครสักคน เขาหลุบตาลง มือข้างที่ไม่ได้จับแก้วกาแฟกำแน่น หยดน้ำตาพลันหยดลงมาจากดวงตาเมื่อเขาลืมตากลับมา

ไม่มีหรอก ท้องฟ้าที่สวยงาม
ไม่เคยมีแต่แรก ส่วนใหญ่ผู้คนมักอุปทานกันขึ้นมาทั้งสิ้น

ท้องฟ้าที่แท้จริงแล้วก็วิปริตแปรปรวนไปไม่ต่างจากจิตใจของชายหนุ่ม หรือคนอื่น ๆ กระมัง

I would cross a desert and ocean

To get away from the pain of your storm

I chased the sun light, been running from your shadow

So that I could heal and I did not feel

ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอีกครั้ง หากครั้งนี้นั้นยาวเหยียด ในที่สุดเพลงที่น่าจะตรงกับสภาพอากาศและอารมณ์ของเขาก็เลื่อนลำดับมาถึงสักที

เขาเดินออกมาจากด้านหลังบาร์กาแฟ ขยับขายาวเดินไปหน้าประตูร้าน มือคู่สวยก็พลิกป้ายปิดร้านห้อยแขวนไว้ 

หากร่างสูงเดินกลับไปด้านหน้าบาร์ นั่งลงในจุดที่ปกติแล้วเป็นที่สำหรับลูกค้า 

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศยิ่งทวีความหนาวออกมาเมื่อด้านนอกมีฝนตก เขาลูบแขนตัวเองเบา ๆ ก่อนจะคว้าหยิบแก้วกาแฟด้านหน้าขึ้นมาจิบ

รสชาติของเครื่องดื่มสีดำเปลี่ยนไปอีกแล้ว

ความชืดของกาแฟยามต้องกับอากาศทำให้เขาแค่นหัวเราะหึกับตัวเอง 

ขนาดเครื่องดื่มยังไม่เป็นใจให้เขาเลย
That zig-zag shooting through my heart

That zig-zag hit me like a dart

Electricity, electricity

Oh, this love’s tearing me apart

I been running like the light from the dark

Electricity keeps on hitting me 
เขาหลับตาลง วางแก้วกาแฟลงบนบาร์ไม้แผ่นใหญ่ สูดหายใจรับอากาศเข้าไปจนเต็มปอดก่อนจะฟุบลงนอนไปกับบาร์ 
เสียงฟ้าร้องยังคงร้องคำรามไม่หยุดหย่อน คราวนี้มีเสียงฟ้าผ่าดั่นลั่น ฝนโหมกระหน่ำลงมารุนแรงยิ่งกว่าเก่า 

ชายหนุ่มร่ำไห้ไปพร้อมกับท้องฟ้าสีทะมึนที่สาดเทหยาดน้ำตาลงมาอย่างบ้าคลั่ง 

ฝนฟ้านั้นคงจะเปรียบเสมือนโชคชะตากระมัง

ราบเรียบในบางครั้ง

แปรปรวนเป็นบางคราว

หากในความผิดปกติไม่แน่ไม่นอนของมันยังคงมีความสวยงามแฝงอยู่เสมอ

ประโยคที่ว่า ฟ้าหลังฝนมักจะสวยงาม ไม่ใช่เรื่องโกหก


ความรักเองก็เช่นกัน
หากสิ่งที่ไม่เหมือนกับสภาพอากาศ
คงจะเป็นการที่ฟ้าหลังฝน
ไม่ได้สวยงามดังทุกครั้งที่ฝนหยุดตก

ตะวันวาด 

SHARE
Writer
Tawanwad
Writer
When life gives you lemons , make lemonade .

Comments