Persona 3: ฉันตายเพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่

** ในนี้มีสปอยล์ 


ถ้าพูดถึงเกมที่จะอยู่ในใจตลอดไป 
ไม่ว่าจะโตเป็นควาย จะแก่ จะเครียด จะมีความสุข 
แต่เกมเกมนี้จะยังอยู่ในความคิดคะนึงเสมอ 
ฉันก็คงจะต้องพูดถึง Persona 3 (Fes, Portable) 

เปิดเกมมา เราก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ใส่เสื้อสีชมพู เอาปืนจ่อหัว 

ครั้งแรกที่ฉันเล่นเกมนี้ ฉันอยู่ปอห้า 

ตอนนั้นฉันกลัวนิดหน่อย ฉันนึกว่าเป็นเกมผี หลอนๆ น่ากลัว 
ยิ่งเมื่อนาฬิกาตีเวลาบอกเที่ยงคืน แล้วพระจันทร์เริ่มมีเลือดไหล 
และคนกลายเป็นโลงศพ 
บนพื้นสะท้อนแสงสีเขียวน่ากลัว คล้ายห้องเก็บศพ ทำให้ฉันยิ่งกลัวเข้าไปอีก 

แต่ฉัันแข็งใจเล่นต่อ
และฉันขอบใจความกล้าตัวเองตอนนั้น 

เพราะหากว่าไม่ได้ความใจกล้าตอนนั้น 
ฉันก็ไม่รู้จักเกมนี้ 
ฉันคงไม่ได้ร้องไห้ไปพร้อมๆ กับตัวละคร 
คงไม่ได้กลายมาเป็นฉันตอนนี้ 

ธีมหลักของตัวเกมภาค 3 คือความตาย 
ความตายที่เป็นเรื่องแสนธรรมดา 
ความตายที่ในบางครั้งทำให้เจ็บปวดแสนสาหัส
แต่ก็หลีกหนีไม่ได้ 

ความตายเป็นเรื่องธรรมชาติ

ถ้าหากเราต้องตายไปสักวัน 
แล้วเราจะอยู่ไปทำไม

"However, it is more accurate to say that I am "functioning" as opposed to to living" 
"อย่างไรก็ตาม บอกว่าฉัน "ทำงาน" อยู่แทนใช้ชีวิตจริงๆ น่าจะถูกกว่า"
ไอกิส หุ่นยนต์กำจัดชาโดว์ 
ไอกิส หุ่นยนต์ที่ฉันกล้าใช้สรรพนาม 'คน' เรียกเต็มปาก ได้บอกเช่นนี้ไว้
หลังจากที่เธอรู้ตัวแล้วว่าคำสั่งที่เคยป้อนไว้ตอนแรกสร้างเธอขึ้นมานั้น เธอไม่อาจทำได้

เธอกลายเป็นหุ่นยนต์ที่ไม่อาจปฏิบัติตามคำสั่งได้
ไม่มีประโยชน์ 

"แล้วฉันจะอยู่ที่นี่ไปเพื่ออะไร" 
เธอถาม เสียงซื่อ

ตอนเด็กๆ ฉันไม่ได้ใส่ใจคำถามนี้เท่าไรนัก 
ก็แค่คำพูดของตัวละครหนึ่งในเกม 

แต่ตอนนี้ แค่ได้ยิน น้ำตาก็แทบจะร่วง 

นั่นสิ 
ฉันคิดตามเธอทันที
ฉันรู้สึกราวกับตัวเองกลายเป็นหุ่นยนต์ตามไปด้วย 

หากว่าฉันไม่รู้ว่าฉันอยู่เพื่ออะไร
ฉันอยู่ไปทำไม 

เกมส์นี้มีคำตอบของคำถามหลากหลาย 
ราวกับสารานุกรมคำตอบของคำถาม 'อยู่ไปทำไม'

อยู่เพื่อคนอื่น
อยู่เพื่อตัวเอง

ในบทสนทนาสุดท้ายกับตัวละครหนึ่งที่เราได้คุยด้วย 
'พระอาทิตย์' 
'อากินาริ'
ฉันจำใบหน้าเปื้อนยิ้มและเสียงเพลงประกอบแสนเศร้า ที่อบอุ่นอ่อนโยน ได้แม่นยำ

ในนิทานที่เขาเขียน ก่อนจะจากโลกนี้ไปตลอดกาล 
เขาเล่าถึง จระเข้สีชมพู 
จระเข้แสนโดดเดี่ยว กับนกตัวน้อยที่บินไม่ได้ เพื่อนสนิทของมัน 

วันหนึ่ง จระเข้หิวจนทนไม่ไหว เผลอกินนกตัวน้อยเข้าไป
มันร้องไห้ และตายจากไป

น้ำตาที่เกิดจากความเสียใจ 
และความรัก

น้ำตานั้นกลายเป็นบึงน้ำ 

สัตว์น้อยใหญ่มาใช้เวลาอยู่แถวๆ นั้น
ป่าเขียวขจีขึ้นรอบๆ 
กลายเป็นสถานที่ที่สวยงามยิ่งกว่าเทพนิยาย

"แม้ตอนมีชีวิต จระเข้นั้นไม่อาจรู้ได้ว่าตัวเองอยู่ไปเพื่ออะไร 
แต่พวกสัตว์ตัวอื่นๆ ในป่ารู้"
อากินาริสรุป 
ก่อนจะเสริมต่อยิ้มๆ 
"So... for me, or you, or anyone...the meaning of our lives is something that we make but don't see." 

"เพราะอย่างนั้น.. สำหรับฉัน สำหรับเธอ สำหรับใครๆ.. ความหมายของชีวิตเรานั้นคือสิ่งที่เราสร้างขึ้น แต่มองไม่เห็น" 

เป็นคำตอบที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างจุกตรงคอหอย 
น้ำตาเบลอหน้า 
ฉันหัวเราะเบาๆ แล้วกดให้มันไปต่อ

แล้วก็เหมือนเดิม 

อากินาริยิ้มกว้าง เป็นรอยยิ้มที่ฉันสัมผัสได้ถึงความรักความอบอุ่น 
แล้วค่อยๆ เลือนหายไป

ฉันผ่อนลมหายใจ 

..

คำตอบของการอยู่ 
ในโลกที่บางครั้งก็ไม่มีเหตุผล 
ในโลกที่แสนโหดร้าย 
บางครั้งก็ช่างแสนยากเข็น กว่าจะหาเหตุผลให้ตัวเองทนอยู่ที่นี่ต่อได้ 

เหนื่อยแสนเหนื่อย 

...

เกมนี้เป็นเกม Rpg ที่มีลักษณะเป็นเกมปีนดันเจี้ยน 
เวลาต่อสู้ จะเรียกใช้ความสามารถพิเศษ ('เพอร์โซน่า')
ในภาคอื่นๆ มีวิธีเรียกเพอร์โซน่าต่างกันไป
ใช้แว่นบ้าง ดึงหน้ากากบ้าง 

แต่ภาคสาม ภาคที่ฉันรักที่สุด
เรียกใช้พลังโดยการเอาปืนจ่อที่หัว แล้วยิง 

ปัง! 

แต่แทนที่จะตาย 
กลับมีชีวิตอยู่

ยืนอยู่ตรงนั้น 

สู้ 

เพื่อมีชีวิตอยู่ 

น่าแปลก ทั้งที่เอาปืนจ่อหัวแท้ๆ 
แต่ทุกคนคิดอย่างเดียวว่าจะเอาตัวรอดในวันพรุ่งนี้ได้อย่างไร
กับอนาคตที่แลดูไร้หนทางสู้ 
กับโลกที่ทำทุกอย่างให้ได้เหยียบ กดเขาให้จมดิน 

ชีวิตสวยงาม

แต่โหดร้าย

แต่ก็สวยงาม

ท้ายที่สุด ตัวละครที่เราเล่นก็ตาย 
จากไปเงียบๆ 
เหมือนคนนอนหลับไปเฉยๆ 
ล้อมรอบด้วยคนที่เขาสละทุกสิ่งเพื่อปกป้อง 

สาเหตุที่ตาย 
เพราะรัก
เพราะเห็นว่าชีวิตมีคุณค่า  

สำหรับตัวละครที่อาจจะเฉยชากับโลก
ช่างเป็นพัฒนาการที่งดงาม 

 
 


SHARE

Comments